กรมชลประทานเตรียมแก้มลิงทุกพื้นที่ พร้อมรับน้ำหลากกลาง ก.ย.

กรมชลประทาน วอนเกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนกันยายนนี้ เตรียมใช้พื้นที่รองรับปริมาณน้ำหลากช่วงฤดูฝนตามแผนที่วางไว้ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ประสานความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำปราจีนบุรีและบางปะกงร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ให้น้อยที่สุด โดยปริมาณน้ำที่ไหลหลากจากแม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี และแม่น้ำนครนายก จะไหลลงมาสมทบกับแม่น้ำบางปะกงที่ อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งปัจจุบัน ยังสามารถระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยได้ช้า เนื่องจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง


กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำโดยการผันน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี ผ่านประตูระบายน้ำ(ปตร.)บางเดชะ และปตร.บางพลวง เข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางพลวง โดยจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบหรือกระทบให้น้อยที่สุดต่อพื้นที่ปลูกข้าวของเกษตรกร ซึ่งจะสามารถลดระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีที่ บริเวณ อ.กบินทร์บุรี และที่ตลาดเก่ากบินทร์บุรี ได้ประมาณ 10 เซนติเมตร ส่วนที่สถานี Kgt.1 อ.เมืองปราจีนบุรี ระดับน้ำยังคงทรงตัว คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า การระบายน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีจะดีขึ้น เนื่องจากระดับน้ำทะเลเริ่มลดต่ำลง ส่วนทุ่งรังสิตปริมาณน้ำจากแม่น้ำนครนายกบางส่วนได้ไหลเข้ามาในพื้นที่ กรมชลประทานได้ระบายน้ำผ่านระบบชลประทานลงสู่คลองพระองค์ไชยานุชิต ไปลงคลองชายทะเลโดยมีสถานีสูบน้ำริมทะเลของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร สูบระบายน้ำออกทะเลในอัตราวันละ 17 ล้าน ลบ.ม.

สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ปัจจุบันปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านลดลงเหลือ 940 ลบ.ม./วินาที ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งได้มีการลดน้ำเข้าระบบชลประทาน ทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา เหลือ 360 ลบ.ม./วินาที และควบคุมการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ประมาณ 651 ลบ.ม./วินาที

สำหรับพื้นที่รับน้ำหลากในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขอให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จก่อนกลางเดือนกันยายนนี้ เพื่อเตรียมทุ่งต่างๆไว้รับน้ำหลากตามแผนที่ได้วางไว้ ปัจจุบันพื้นที่แก้มลิงทุ่งบางระกำและทุ่งเชียงรากมีความพร้อมที่จะรับน้ำเหนือแล้ว สถานการณ์น้ำในช่วงนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยายังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ ส่วนด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาบริเวณคลองโผงเผง คลองบางบาล และแม่น้ำน้อย ที่อ.เสนา และอ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน จะดำเนินการบริหารจัดการจราจรน้ำตามแผนที่ได้วางไว้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบหรือให้เกิดน้อยที่สุดแก่พื้นที่ที่เสี่ยงภัย จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด

 

ที่มา : มติชนออนไลน์