สมาคมประกันวินาศภัยไทยมอบซอฟต์แวร์พัฒนาระบบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้กรมส่งเสริมการเกษตร หวังให้เกษตรกรรับค่าสินไหมเร็วขึ้น

สมาคมประกันวินาศภัยมอบซอฟต์แวร์พัฒนาระบบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและการรายงานความเสียหายภัยธรรมชาติ รองรับการขยายประกันภัยพืชผลของประเทศให้ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจทุกชนิดตามนโยบายรัฐต่อจากข้าว


นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า สมาคมได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการเป็นผู้บริหารจัดการความเสี่ยงภัยธรรมชาติด้านการเพาะปลูกให้กับเกษตรกรในโครงการประกันภัยข้าวนาปี มาตั้งแต่ปี 2554 และได้มีการพัฒนาระบบการประกันภัยข้าวนาปีมาโดยตลอด ทั้งรูปแบบและวิธีการในการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเงื่อนไขความคุ้มครอง การคิดค่าเบี้ยประกันภัย รวมถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเกษตรกร

ในปี 2561 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 27.60 ล้านไร่ (48.71% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศ) มีเกษตรกรได้รับประโยชนฺ์จากค่าสินไหมทดแทนไปแล้วทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2554 จนถึงปัจจุบันกว่า 4,547 ล้านบาท และในปีนี้สมาคมได้ผลักดันให้มีการขยายผลของโครงการประกันภัยข้าวออกไปสู่การประกันภัยพืชชนิดอื่น คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา

สมาคมเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลสารสนเทศ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาที่จำเป็นต่อการดำเนินนโยบายรัฐ ซึ่งจะส่งผลให้การประกันภัยสามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้น สมาคมจึงได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาระบบการประกันภัยพืชผลการเกษตรของไทยกับกรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และอีกหลายหน่วยงาน ถือเป็นการนำผู้เชี่ยวชาญและบูรณาการฐานข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันผลลัพธ์ที่สำคัญประการหนึ่งให้เกิดขึ้นใน 3 ปีข้างหน้า คือ การเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานต่างๆเข้าด้วยกันในระดับแปลงเกษตรกร และนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ตลอดถึงการเก็บข้อมูลการเพาะปลูกและความเสียหายรายแปลงด้วยวิธี crowd sourcing โดยใช้ mobile application เพื่อประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบและประเมินความเสียหายของพื้นที่เพาะปลูกจากธรรมชาติ ทำให้จ่ายสินไหมทดแทนแก่เกษตรกรได้เร็วขึ้น

นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สมาคมประกันวินาศภัยไทย เห็นความสำคัญของการบริหารจัดการฐานข้อมูลเกษตรกรอย่างมาก จึงได้สนับสนุนซอฟต์แวร์สำหรับการพัฒนาระบบข้อมูลการขึ้นทะเบียนมูลค่า 10 ล้านบาท เพื่อช่วยให้การดำเนินโครงการต่างๆ รวดเร็วและเสถียรมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา (ณ วันที่ 5 ธันวาคม 2561) มีการรับสมัครเกษตรกรแล้ว 87,604 ราย พื้นที่ 755,944.25 ไร่ ซึ่งเกษตรกรยังสามารถสมัครไปได้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการสิ้นสุดการปลูก ทั้งนี้ เกษตรกรที่สมัครเข้าร่วมโครงการ หลังจากปลูกข้าวโพด 15 วัน ต้องรีบมาแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน เพื่อเข้าสู่ระบบประกันภัยต่อไป

Previous articleอาจารย์มหา’ลัยออกแถลงการณ์หนุนกกสภาฯ ยื่นบช.ทรัพย์สิน
Next articleกรุงไทย จับมือ รพ.บ้านแพ้ว ก้าวสู่ Smart Hospital รับชำระเงินด้วยตนเองแบบครบทุกสิทธิ์แห่งแรกของไทย