หวั่นโพลาร์วอร์เทกซ์ถล่ม US ดันธัญพืช-ทูน่าราคาพุ่ง

“Polar Vortex” ถล่มสหรัฐ อากาศหนาวเฉียบพลัน รุนแรง USDA จับตาราคาธัญพืช-ปศุสัตว์ ด้าน “ทียู” ชี้ไม่กระทบทูน่านำเข้า-ด้าน ส.อ.ท.เฝ้าระวังราคาวัตถุดิบขยับขึ้นปลายปี

รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ระบุว่า ปรากฏการณ์ลมวนขั้วโลกเหนือ หรือ “Polar Vortex” ก่อให้เกิดภาวะอุณหภูมิติดลบต่ำสุดในสหรัฐ ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อประชาชนสหรัฐ แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและปศุสัตว์ เพราะเขตมิดเวสต์เป็นพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญ โดยเฉพาะข้าวสาลีในฤดูหนาว และพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการปลูกฤดูกาลใหม่ในเดือนมีนาคมนี้ หากน้ำแข็งละลายเร็วจะส่งผลดีต่อดินสำหรับทำการเกษตร ขณะที่กลุ่มธุรกิจปศุสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงวัว และสุกรน่าจะได้รับผลกระทบระยะสั้นที่รุนแรงกว่าภาคเกษตร ขณะที่ภาคการประมงอาจจะได้รับผลกระทบในแหล่งวัตถุดิบประมงเขตมหาสมุทรอาร์กติกได้

ข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 62 ราคาข้าวโพด จาก379.25 เหรียญสหรัฐ/BU เพิ่มขึ้น 0.07% เป็น 379.47 เหรียญสหรัฐ ถั่วเหลืองจาก 918.50 เพิ่มขึ้น 0.05% เป็น 919.38 เหรียญสหรัฐ ส่วนราคาข้าวสาลี จาก 525 เหรียญสหรัฐ/BU ลดลง 0.24% เหลือ 524 เหรียญสหรัฐ/BU และเนื้อวัว จากกก.ละ 10.39 BRL ลดลง 0.19% เหลือ 10.37 BRL

ด้านนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรณี Polar Vortex ไม่มีผลกระทบต่อวัตถุดิบทูน่าในกลุ่มทียูแต่อย่างไร เนื่องจากแหล่งวัตถุดิบหลักอยู่ในคาบสมุทรแปซิฟิกและคาบสมุทรอินเดีย ซึ่งอยู่ในโซนน้ำอุ่น สำหรับสถานการณ์ราคาวัตถุดิบผันผวนมาจากปัจจัยค่าบาทมากกว่า


โดยในปี 2562 บริษัทวางเป้ารายได้รวมขยายตัว 5% โดยสินค้าในกลุ่มธุรกิจหลักยังเป็นตัวที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท ขณะที่กลุ่มสินค้านวัตกรรมอาหารที่บริษัทลงทุนไปเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ใหม่มากขึ้นและรับรู้รายได้บ้างแล้ว แม้จะยังไม่เติบโต แต่เชื่อว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะรายได้จากนวัตกรรม เพิ่มเป็น 1% ของรายได้รวม

ล่าสุดร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำ FoodTech Incubation and AccelerationProgram ภายใต้ SPACE-F เป็นศูนย์พัฒนาสตาร์ตอัพที่มีนวัตกรรม FoodTechคาดว่าในปีแรกสามารถพัฒนาได้ 20-30 ราย

ทั้งนี้ บริษัทวางงบประมาณการลงทุนด้านนวัตกรรมเฉลี่ยปีละ 400-600 ล้านบาท เพื่อสร้างสินค้าผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โพลาร์วอร์เทกซ์อาจส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรธัญพืชและราคาอาหารของโลกอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศผู้ผลิตและนำเข้าวัตถุดิบธัญพืช ข้าวโพด และถั่วเหลืองออกไปสู่ตลาดทั่วโลก โดยไทยมีการนำเข้าถั่วเหลืองส่วนหนึ่งจากสหรัฐ หากไม่สามารถนำเข้าจากสหรัฐได้ต้องหันไปนำเข้าจากประเทศอื่น อาจต้องหันไปใช้ซัพพลายซึ่งเป็นวัตถุดิบอื่นทดแทน อาจต้องระวังต้นทุนการเลี้ยงปศุสัตว์ที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม คาดว่าสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นช่วงสั้น ส่วนมลรัฐอื่น ๆ ที่เป็นปกติ

“ผลกระทบของโพลาร์วอร์เทกซ์ไม่ถึงกับว่าทำให้ค้าขายกันไม่ได้เลย วัตถุดิบพืชผลทางการเกษตรครึ่งปีแรกยังพอมี แต่ปลายปีอาจมีปริมาณลดลง แม้จะเป็นผลดีในแง่ราคาขยับขึ้น แต่เกษตรกรต้องรับมือ ซึ่งสมาคมเองต้องจับตามองอาจมีนำเข้าวัตถุดิบบางตัวในช่วงที่ค่าเงินแข็งถือเป็นโอกาส”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleยักษ์ “ค้าปลีก” พลิกโฉมธุรกิจ ตั้งทีมเชื่อมเทคโนโลยี-ชุมชน
Next articleนิสสันเบรกปรับราคา “เทอร์ร่า” ห่วงตลาดแข่งดุ/ส่งเอ็กซ์เทรลใหม่เสริมทัพ