“ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สวิตฯ” ยังสนใจไทย ลงทุนมากสุด นำเงินลงทุนธุรกิจกว่า 238 ล้านบาท

“ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สวิตฯ” ยังสนใจไทย ลงทุนมากสุด นำเงินลงทุนธุรกิจกว่า 238 ล้านบาท

“ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์” ยังสนใจไทย ลงทุนมากสุด นำเงินลงทุนธุรกิจกว่า 238 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 391 คน

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยภายหลังการประชุมของคณะกรรมการฯ เมื่อวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 ว่า คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างชาติ 22 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 238 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 391 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน

การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้จะมีผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญ หรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับการควบคุมหลุมเจาะและความปลอดภัยนอกชายฝั่ง องค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องกังหันก๊าซและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง องค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทำงานของกล้องถ่ายรูปและกล้องส่องทางไกล องค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิตรถยนต์และการตรวจสอบคุณภาพการผลิตขั้นสูง องค์ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการรถไฟฟ้า เป็นต้น

สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่ 1.ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 11 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ มีเงินลงทุนจำนวน 71 ล้านบาท อาทิ บริการรับจ้างผลิตและประกอบรถยนต์ รวมทั้งชิ้นส่วนและส่วนประกอบของรถยนต์ บริการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์

2.ธุรกิจนายหน้า ค้าปลีก ค้าส่ง จำนวน 4 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไต้หวัน มีเงินลงทุนจำนวน 41 ล้านบาท ได้แก่การทำกิจการตัวแทนเพื่อจัดหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชประเภทผัก 3.คู่สัญญาเอกชน จำนวน 3 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้มีเงินลงทุนจำนวน 94 ล้านบาท ได้แก่ บริการซ่อมบำรุงรักษา รวมทั้งบริหารจัดการและประสานงานเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรและการจัดส่งชิ้นส่วนและอะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงเครื่องกังหันก๊าซ

4.คู่สัญญาช่วงรัฐวิสาหกิจ จำนวน 1 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ มีเงินลงทุนจำนวน 14 ล้านบาท ได้แก่ บริการบำรุงรักษา จัดซื้อ จัดหา วัสดุชิ้นส่วน “ระบบประตูกั้นชานชาลา ระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติสำหรับโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีม่วง” 5.ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 3 ราย โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศลิกเทนสไตน์ เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ มีเงินลงทุนจำนวน 18 ล้านบาท ได้แก่ บริการให้ใช้ช่วงสิทธิโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับการออกแบบในงานก่อสร้าง

ทั้งนี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2562 จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 6 ราย คิดเป็น 38% ในขณะที่เงินลงทุนลดลงจากเดือนที่ผ่านมา จำนวน 33 ล้านบาท คิดเป็น 12% เนื่องจากในเดือนตุลาคม 2562 มีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจซึ่งต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง อาทิ บริการติดตั้ง ซ่อมแซมและบำรุงรักษาเตาหลอมอินดั๊กชั่น บริการออกแบบเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องยนต์ การทำกิจการนายหน้าประกันชีวิต และนายหน้าประกันวินาศภัย เป็นต้น

ในระยะ 11 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2562 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 193 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 22,153 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนปรากฏว่าจำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตลดลง 59 ราย คิดเป็น 23% ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 11,420 ล้านบาท คิดเป็น 106% เนื่องจากในปี 62 มีต่างชาติลงทุนประกอบธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง อาทิ บริการงานวิศวกรรม การจัดหา ติดตั้ง และทดสอบการใช้งานของระบบเครื่องบดดินหรือหินกึ่งเคลื่อนที่โครงการโรงไฟฟ้า บริการออกแบบ จัดซื้อจัดหา ติดตั้ง ตรวจสอบ รวมทั้งการแก้ไขความชำรุดบกพร่องและบำรุงรักษาโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน บริการออกแบบทางวิศวกรรม และ บริหารจัดการโครงการปลดประจำการเรือผลิตและเก็บปิโตรเลียม บริการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบระบบและให้การสนับสนุนทางเทคนิคดาวเทียมสำรวจทรัพยากร เป็นต้น


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ