ศธ.ลุยแก้ปัญหาผลสอบ PISA เด็กไทยต่ำ ตั้งเป้าปี 2025 ลำดับต้องดีขึ้น

กระทรวงศึกษา

ผลสอบ PISA เด็กไทยต่ำลง กระทรวงศึกษาธิการลุยตั้งคณะกรรมการ พร้อมแนวทางแก้ปัญหาพัฒนาสมรรถนะครู-ส่งเสริมสนับสนุนทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้กับสถานศึกษา ตั้งเป้าภายในปี 2025 ต้องทำให้ลำดับคะแนนในภาพรวมของเด็กไทยดีขึ้น

วันที่ 7 ธันวาคม 2566 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากผลประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ปี 2022 ที่พบว่าอันดับของเด็กไทยต่ำลง พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้หารือกับหน่วยงานในสังกัด รวมถึงสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ถึงประเด็นผลประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากลของเด็กไทยที่มีคะแนนต่ำลงมากที่สุดในรอบ 20 ปี ทั้ง 3 ด้าน คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยทั้งเรื่องของผลคะแนน PISA และผลคะแนนภาษาอังกฤษ โดยได้กำชับมายัง ศธ. ให้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน

ศธ.จึงแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันดูแลแก้ไขในเรื่องดังกล่าว โดยมีปลัด ศธ.เป็นประธานคณะทำงาน เพื่อหาทิศทางแก้ปัญหา พัฒนาความคิดความอ่านด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รวมถึงภาษาอังกฤษ และพัฒนาการเรียนรู้เรื่องการจัดการคิดวิเคราะห์ในอนาคต

สำหรับคะแนนประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA เป็นการวัดผลเกี่ยวกับเรื่องความคิดความอ่าน วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งประเมินทุก 3 ปี โดยรอบล่าสุดคือปี 2022 เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนมีศักยภาพหรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง

ผลการประเมินที่ได้จะเป็นตัวชี้บอกถึงคุณภาพการศึกษาของประเทศ รวมทั้งคุณภาพของบุคลากรในประเทศ และยังถูกใช้เป็นเกณฑ์หนึ่งในการจัดลำดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และความน่าลงทุนของประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ในช่วงวิกฤตสถานการณ์โควิด-19 ต้องปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์ การเรียนรู้ของเด็กอาจไม่สมบูรณ์เต็มที่ เนื่องจากการใช้เหตุผลคิดวิเคราะห์จากห้องเรียนขาดหายไป และการวัดผลประเมินของ PISA จำเป็นต้องใช้ตรรกะเชิงวิเคราะห์ เด็กอาจจะตอบในเชิงเหตุผลลดลงระหว่างที่ขาดระยะการเรียนรู้ในห้องเรียน ซึ่งตัวอย่างของเด็กที่มาทดสอบเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่สะท้อนผลการศึกษา ถึงไม่ใช่ผลของทั้งประเทศ แต่ก็ต้องตระหนักถึงเรื่องนี้

“โจทย์ใหญ่ที่ต้องเป็นมาตรการเชิงรุกในการติดตามวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือ การทำให้ลำดับผลประเมินของเด็กไทยกลับมาเท่าเดิมให้ได้ และคาดหวังว่าในการสอบครั้งหน้า ปี ค.ศ. 2025 ต้องทำให้ลำดับคะแนนในภาพรวมของเด็กไทยดีขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียน ครู และลดความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษาในประเทศ”

รองศาสตราจารย์ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวต่อว่า จากผลการประเมินของประเทศไทย ตั้งแต่ PISA 2000-2022 พบว่าคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์และการอ่านมีแนวโน้มลดลง ส่วนด้านวิทยาศาสตร์ถือว่าไม่เปลี่ยนแปลงทางสถิติ แต่หากมองในภาพรวมของผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาทั่วโลกมีคะแนนเฉลี่ยลดลงเมื่อเทียบกับ PISA 2018 ซึ่งเป็นผลกระทบจากที่ทุกประเทศต้องเผชิญกับความห้าทายของการจัดการเรียนรู้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19


สำหรับระบบการศึกษาไทย ยังมีช่องว่างของคะแนนระหว่างนักเรียนกลุ่มสูงกับนักเรียนกลุ่มต่ำที่กว้างมาก จึงควรมีมาตรการในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ในด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน โดยการพัฒนาครูให้มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นในการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง ส่งเสริมและสนับสนุนทรัพยากรและสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพให้กับสถานศึกษาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งพัฒนาสถานศึกษาทั่วประเทศให้มีคุณภาพและครอบคลุมทุกสังกัด