DPU เผยวิกฤตโควิด-19 ส่งผล งานราชการเป็นที่นิยมมากขึ้น

DPU เผย วิกฤตโควิด-19 ส่งผลงานราชการเป็นที่นิยมมากขึ้น คนรุ่นใหม่เรียนรัฐประศาสนศาสตร์ เพิ่มขึ้น 15% สาเหตุหนึ่งจากผู้ปกครองอยากให้รับราชการ มองว่าเป็นอาชีพมั่นคงในทุกสถานการณ์

วันที่ 8 สิงหาคม 2564 ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU (Dhurakij Pundit University) เปิดเผยว่า วิกฤตโควิด-19 ส่งผลต่อความสนใจในการเรียนสาขาที่สามารถทำงานราชการได้มากขึ้น โดยเห็นได้จากยอดผู้สมัครเรียนปีการศึกษา 2564 มีนักเรียนให้ความสนใจสมัครเรียนคณะรัฐประศาสนศาสตร์ (รปศ. DPU) เพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก

ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU

สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากคำแนะนำของผู้ปกครอง ที่อยากให้ลูกหลานเข้ารับราชการ เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงในทุกสถานการณ์ ทั้งนี้ การเรียนตรงกับสายงานราชการมีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ และรัฐศาสตร์ แต่หลายคนอาจมองภาพไม่ออกว่าต่างกันอย่างไร เนื่องจากทั้ง 2 ศาสตร์นี้มีความคาบเกี่ยวกันอยู่

ผศ.ดร.วลัยพร อธิบายว่า รัฐศาสตร์เรียนเรื่องการเมือง การปกครอง กระบวนการและสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อำนาจ การลงจากอำนาจ พรรคการเมือง การเลือกตั้ง กลุ่มผลประโยชน์ เป็นต้น เมื่อเรียนจบแล้วสามารถประกอบอาชีพในหน่วยงานราชการและงานทางการเมืองได้

ส่วนรัฐประศาสนศาสตร์เรียนเกี่ยวกับการบริหารภาครัฐทั้งหมด เรียนแก่นสาระวิชาโครงสร้างการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เรียนกระบวนการนโยบายสาธารณะ การเงินการคลังภาครัฐ องค์กรสมัยใหม่ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ นอกจากนี้เพื่อให้เปิดมุมมองที่กว้างขวางไร้พรมแดน ยังเรียนสาระวิชาที่เป็นเรื่องการต่างประเทศ มิติใหม่แห่งการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ Thailand 4.0 EEC เป็นต้น

เมื่อเรียนจบสามารถสมัครรับราชการในหน่วยงานภาครัฐ ทั่วประเทศ อาทิ กระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร เป็นต้น ในส่วนของรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เช่น การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค ไปรษณีย์ไทย เป็นต้น ส่วนบริษัทเอกชน เช่น ธนาคาร งานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resources : HR) และงานด้านบริหารจัดการทั่วไปในบริษัทต่าง ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ DPU เปิดสอนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ในระดับปริญญาตรีภาคปกติเรียน วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ปริญญาตรีภาคเสาร์อาทิตย์ และระดับปริญญาโทเรียน วันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยหลักสูตร รปศ. DPU ถูกออกแบบมาเพื่อปั้นให้นักศึกษาเป็นผู้บริหารงานภาครัฐอย่างมืออาชีพ เน้นการเรียนแบบ project-based learning หรือการเรียนรู้จากประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งนักศึกษาต้องลงไปศึกษาชุมชนหรือหมู่บ้าน รวบรวมข้อมูลของในพื้นที่นั้นมาศึกษาวิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และเสนอกิจกรรมแก้ปัญหาเหล่านั้น

พร้อมกันนั้นยังถูกฝึกให้ทำงานจิตอาสาไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง เพื่อเรียนรู้การให้ความเสียสละ และรู้จักตัวเองมากขึ้น เมื่อเข้าไปทำงานในหน่วยงานราชการจะคุ้นชินกับการทำงานราชการที่จะทำงานตอบสนองประชาชน และเป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต

ผศ.ดร.วลัยพร กล่าวเพิ่มเติมว่า DPU มีการเสริม 6 ทักษะสำคัญผ่าน DPU CORE ได้แก่ ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ ทักษะทางเทคโนโลยี ทักษะการวิเคราะห์และแก้ปัญหา ทักษะการสื่อสาร ทักษะการทำงานเป็นทีม และทักษะด้านการมีความคิดสร้างสรรค์

“ทั้ง 6 ทักษะนี้เป็นอาวุธอันทรงพลังที่เด็ก DPU ทุกคนต้องมีติดตัว และยังเป็นแต้มต่อที่นำไปใช้ในการสร้างธุรกิจเป็นของตนเองรวมถึงแก้ไขปัญหาในการทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือไม่ นี่คือความพิเศษของรัฐประศาสนศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์”

Advertisement

ในปีการศึกษา 2565 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เตรียมปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล และสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น นอกจากแก่นสาระวิชาหลักของสาขาแล้ว ภายในหลักสูตรจะสอดแทรกเนื้อหาของการบริหารงานภาครัฐยุคดิจิทัลเพิ่มขึ้น เช่น สาระวิชาการนำรูปแบบองค์กรเสมือนจริงมาใช้กับการทำงานที่บ้าน (work from home) การจัดการประชุมออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ การสร้างนวัตกรรมชุมชนผ่านออนไลน์ การออกแบบการบริการประชาชนในมิติต่าง ๆ ผ่านโลกออนไลน์ การรู้เท่าทันข้อมูลออนไลน์ เป็นต้น

หลักสูตรดังกล่าวนอกจากจะเพิ่มความรู้ทางด้านเทคโนโลยีแล้ว ยังฝึกให้คิดวิเคราะห์ นำแพลตฟอร์มหรือเครื่องมือเทคโนโลยีต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ในการทำงานอย่างตอบโจทย์ และตอบวัตถุประสงค์ขององค์กร ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากงานข้าราชการในอนาคตจะก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น และ technology disruption เกิดขึ้นตลอดเวลา

ขณะเดียวกันทางคณะยังเพิ่มการเรียนการสอนเป็นแบบโมดูล (module) พร้อมเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกหรือข้าราชการเข้ามาเรียน upskill reskill เพื่อพัฒนาทักษะในการทำงาน ส่วนผู้เรียนสามารถเก็บสะสมหน่วยกิตไปใช้ในการเรียนต่อในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทได้

“สุดท้ายนี้ อยากฝากถึงนักเรียนที่กำลังเลือกคณะเรียน อยากให้ทุกคนตัดสินใจเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบและคิดว่าใช่ ส่วนสาขาเรียนจะตอบโจทย์อนาคตของตนเอง และมีความมั่นคงในชีวิตหรือไม่นั้น ทุกคนควรมองความเป็นจริงด้วยว่าโลกในปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างไร เพราะโควิด-19 ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนเรื่องของความไม่แน่นอนมากขึ้น” ผศ.ดร.วลัยพร กล่าวทิ้งท้าย