เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รีวิวรถไฟความเร็วสูงไทย สายไหนจะได้ออกวิ่ง?
สามัญสำนึก รีวิวรถไฟความเร็วสูงไทย สายไหนจะได้ออกวิ่ง?
พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (10 ก.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
EEC เล็งรื้อผังเมืองใหม่ปราจีนฯ ชง ครม.จัดโซนนิ่งอุตฯเข้มสิ่งแวดล้อม
Economic EEC เล็งรื้อผังเมืองใหม่ปราจีนฯ ชง ครม.จัดโซนนิ่งอุตฯเข้มสิ่งแวดล้อม
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.61% อยู่ที่ 63,202 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.61% อยู่ที่ 63,202 เหรียญสหรัฐ
TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
Business TRUE ยืนยัน ปิดสมุด “บัญชีผู้ถือหุ้น” ล่าสุด ไม่มีชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”
“ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
Politics “ชัชชาติ” รุดดูดินทรุด อุโมงค์สายสีม่วงน้ำรั่ว สั่งปิดถนนประชาธิปก อพยพคนออกจากตึกเสี่ยงถล่ม
SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
Finance SET วันนี้ทะยานเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้า-พ.ร.ก.กู้เงินผ่านฉลุย
DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
Uncategorized DSI ออกหมายเรียกผู้บริหารบริษัทน้ำมันคดีพิเศษสุราษฎร์ฯ “ฐิติภัสร์” ชี้คดีที่ 3 ลุยปราบกักตุน-เก็งกำไรน้ำมันทั่วประเทศ
วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
Politics วันแรกลุยไม่พัก“ชัชชาติ”สั่งเอ็ซเรย์ทุนเทาต่างชาติ เช็กตึกแถว-อาคารเก่าทั่วกรุง
ดูทั้งหมด

หุ้นกลุ่ม AI ฟองสบู่หรือโอกาสครั้งสำคัญในรอบศตวรรษ ?

16 มี.ค. 2567 | 14:18น.
AI
คอลัมน์ : สวภพ ยนต์ศรี
ผู้เขียน : บลจ.ทิสโก้

ปัจจัยที่หนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 จนมาถึงปี 2024 ที่ทั้งดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับเพิ่มขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลได้ ไม่ได้มาจากเพียงแค่ความคาดหวังที่ว่าอัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนทิศทางมาเป็นขาลงเท่านั้น แต่อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนหลัก มาจากกระแสการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเป็นกระแสการลงทุนที่มาแรงที่สุดในยุคปัจจุบัน

โดยผู้ชนะรายแรกในยุคแห่ง AI ก็คือบริษัท Nvidia ที่ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 281% ในช่วง 1 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มีนาคม 2024) โดย Nvidia ตอกย้ำถึงความสำเร็จกับการมาของ AI ในทุกครั้งที่มีการประกาศผลการดำเนินงานออกมา

ซึ่งถึงแม้ความคาดหวังการเติบโตจากนักวิเคราะห์จะสูงมาก แต่รายได้ที่ออกมาในแต่ละไตรมาสของ Nvidia ก็เป็นเหมือนสิ่งยืนยันทุกครั้งว่าการเติบโตของ Nvidia ที่สะท้อนความต้องการใช้งาน AI ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องที่เป็นกระแสแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น โดยในไตรมาสล่าสุดรายได้ของ Nvidia สามารถเติบโตได้ถึง 264%

แต่เหรียญมักมีสองด้านเสมอ แม้จะมีความสำเร็จของ Nvidia มาเป็นสิ่งยืนยันถึงการเติบโตของความต้องการใช้งาน AI แต่หลังจากที่ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็ยังคงมีความเห็นจากนักวิเคราะห์บางส่วนที่พยายามเชื่อมโยงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้น AI ในยุคปัจจุบันว่าไม่ต่างไปจากฟองสบู่ที่เกิดขึ้นในยุคปี 2000 ที่นักลงทุนรู้จักกันดีในชื่อวิกฤต Dot com Bubble

อย่างไรก็ตาม หากเมื่อพิจารณารายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเทียบกับเหตุการณ์เมื่อช่วงกว่า 25 ปีที่แล้ว จะพบว่าทั้ง 2 เหตุการณ์มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นสำคัญที่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน

ประเด็นแรก คือระดับ Valuation ที่ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 ระดับ Forward P/E ของดัชนี Nasdaq 100 ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งไปแตะเกือบ 80 เท่า แต่ ณ ปัจจุบันระดับระดับ Forward P/E ของดัชนี Nasdaq 100 อยู่ที่ระดับราว 32 เท่า

นอกจากนี้หากดูที่ระดับ Forward P/E ของหุ้น Nvidia ที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 ยังอยู่ที่ราว 65 เท่า แต่เมื่อหลังจากนั้นผลการดำเนินงานที่ประกาศออกมามีรายได้และกำไรเติบโตได้ดีในระดับตัวเลข 3 หลัก ส่งผลให้ระดับ Forward P/E ของ Nvidia ลดลงมาเหลือเพียง 32 เท่า สะท้อนให้เห็นว่าระดับ Forward P/E ของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังจะมีโอกาสปรับตัวลดลงอีก หากว่าการเติบโตของ AI ส่งผลให้กำไรและรายได้เติบโตได้ดีตามไปด้วย

ประเด็นที่สอง ก็คือเม็ดเงินที่ไหลเข้าลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนประเภทกองทุน ETF และกองทุน Equity Fund ในตลาดหุ้นสหรัฐ ในช่วงระหว่างปี 1997-2000 รวมกันสูงถึงราว $946,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ในสถานการณ์ปัจจุบันหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022 ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีกับตลาดหุ้นมากนัก

เม็ดเงินที่เข้าลงทุนหุ้นผ่านกองทุนประเภทกองทุน ETF และกองทุน Equity Fund ในระหว่างปี 2022-2023 รวมกันแล้วยังติดลบถึง $191,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ดังนั้นความเสี่ยงที่จะเกิดฟองสบู่ขึ้นเหมือนในปี 2000 จึงยังไม่ได้มีสูงมากนักเมื่อดูจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าลงทุนในหุ้น

ประเด็นสุดท้าย ก็คือจำนวนบริษัทใหม่ที่นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดฟองสบู่ขึ้นในหุ้นเทคโนโลยีเมื่อปี 2000 เนื่องจากในช่วงดังกล่าวการมาถึงของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ หันพากันเปลี่ยนชื่อบริษัทมาเป็นลงท้าย Dot com และนำหุ้นเข้าจดทะเบียน IPO ในตลาดหุ้น และสร้างความหวังให้กับนักลงทุนว่าจะเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จและได้รับประโยชน์จากการมาถึงของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต

โดยตัวเลขบริษัทเทคโนโลยีที่นำหุ้นเข้า IPO ในระหว่างปี 1999-2000 สูงถึง 631 บริษัท ในขณะที่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาระหว่างปี 2022-2023 มีบริษัทเทคโนโลยีเพียงแค่ 15 บริษัทเท่านั้นที่นำหุ้นเข้า IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์จาก AI จะเป็นบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจและมีจำนวนลูกค้าอยู่ในมือแล้ว และสามารถนำ AI มาต่อยอดในการคิดค้นธุรกิจใหม่หรือบริการเสริมที่จะนำเสนอให้ลูกค้าเพื่อสร้างรายได้และการเติบโตใหม่ ๆ ให้กับบริษัท

โดยในช่วงระยะเวลาต่อจากนี้ไม่เพียงแต่จะยังไม่เห็นสัญญาณการเกิดฟองสบู่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อปี 2000 เท่านั้น แต่ศักยภาพในการเติบโตของ AI ยังมีอีกมากเหมือนกับที่ Jensen Huang CEO ของ Nvidia เคยกล่าวไว้ว่า “ศักยภาพของ AI นั้นไร้ขีดจำกัด และในตอนนี้เราพึ่งจะได้เริ่มสัมผัสถึงความสามารถของมันเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น”

ดังนั้น หลังจากนี้นักลงทุนควรจะเริ่มพิจารณาหาจังหวะเข้ามาลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของพอร์ตการลงทุนไปพร้อมกับการเติบโตของ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบศตวรรษนี้