ค่าเงินบาทผันผวนจากปัจจัยการเมืองในประเทศ ตลาดจับตาเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/2) ที่ระดับ 31.37/8 บาท ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (8/2) ที่ระดับ 31.47/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดจับตากรรมการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จีนยืนยันว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะจัดการประชุมเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่กับนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) และสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคล้งสหรัฐ โดยการประชุมจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 ก.พ.นี้

ซึ่งการเจรจาการค้าระหว่างนายหลิว นายมนูชิน และนายไลท์ไฮเซอร์ในครั้งนี้ นับว่ามีความสำคัญและถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาไม่มีแผนที่จะพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก่อนวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งเป็นเส้นตายที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้สำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้า นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก คาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 1 ที่ระดับ 2.17% หลังการเปิดเผยตัวเลขดุลการค้า และดัชนีภาคบริการของสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.37-31.49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.40/41.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (11/2 ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1326/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/2) ที่ระดับ 1.1324/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในปีนี้ และปีหน้าลง เนื่องจากคาดว่าประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดของยูโรโซน อาทิเช่น เยอรมนี และฝรั่งเศส จะไม่เติบโตเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าโลก และความท้าทายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะต่ำกว่าที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) คาดไว้ สร้างความยุ่งยากให้กับแผนการของอีซีบีที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ อีซียังระบุว่า สถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าโลก และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของจีนเป็นปัจจัยหลักที่ถ่วงเศรษฐกิจของยูโรโซน รวมทั้งระบุถึงปัจจัยภายในต่าง ๆ ด้วย อาทิ การผลิตรถยนต์ที่ลดลงในเยอรมนี, สถานการณ์ตึงเครียดทางสังคมในฝรั่งเศส และความไม่แน่นอนอย่างมากเรื่องนโยบายงบประมาณในอิตาลี ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1308-1.1330 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1310/12 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (11/2) เปิดตลาดที่ระดับ 109.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/2) ที่ระดับ 109.82/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดเงินญี่ปุ่นหยุดทำการเนื่องจากเป็นวันหยุดระลึกการตั้งประเทศ ทั้งนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.70-110.10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.06/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค. (13/2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (14/2) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ม.ค. (14/2) ยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค. ผ14/2) สต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน พ.ย. (14/2) ราคานำเข้าและส่งออกเดือน ม.ค. (15/2) ดัชนีภาคการผลิต Empire State Manufacturing Index) เดือน ก.พ. จากเฟดนิวยอร์ก (15/2) การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. (15/2) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (15/2)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.9/-1.7 สตางค์ /ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.5/+1.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

Previous articleเลื่อนประชุม “กรรมการบริหารทษช.” ไม่มีกำหนด เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ
Next articleสื่อแฉ 60% เวลาทำงานของปธน.สหรัฐใช้ไปกับการทวีตข้อความ-คุยโทรศัพท์-ดูทีวี ‘ทรัมป์’โต้ให้มองในแง่ดี