เงินบาทแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า ผลประกอบการบจ.-การเจรจาการค้า- BREXIT

แฟ้มภาพ
เงินบาทขยับแข็งค่าเข้าใกล้แนว 30.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ อีกครั้ง ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวตามปัจจัยต่างประเทศ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าเข้าใกล้ระดับ 30.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ อีกครั้ง โดยเงินบาทอ่อนค่าลงช่วงสั้นๆ ในช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ดี เงินบาทดีดตัวกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในการประชุม FOMC ช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ นอกจากนี้สัญญาณบวกของข้อตกลง BREXIT ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินดอลลาร์ฯ เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (18 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 30.29 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (11 ต.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (21-25 ต.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.20-30.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยในประเทศที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ ข้อมูลการส่งออกของไทยเดือนก.ย. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ประกอบด้วย ความคืบหน้าของการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ผลการพิจารณาข้อตกลง BREXIT ของรัฐสภาอังกฤษและยุโรป ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป รวมถึงสัญญาณดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนต.ค. นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามสัญญาณเศรษฐกิจจากดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดปลายสัปดาห์ที่ระดับ 1,631.43 จุด เพิ่มขึ้น 0.33% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 56,463.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.02% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 0.06% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 336.74 จุด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนจะดีดตัวขึ้นช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังเชิงบวกต่อประเด็น BREXIT หลังมีรายงานว่ายังมีความเป็นไปได้ที่อังกฤษและสหภาพยุโรปจะตกลงกันได้ภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี ดัชนีฯ ย่อตัวลงในเวลาต่อมา เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังระหว่างรอความชัดเจนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-จีน รวมถึงการเดินหน้าข้อตกลง BREXIT ในรัฐสภาของอังกฤษและสหภาพยุโรป นอกจากนี้ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/62 ของจีนที่ออกมาอ่อนแอ ยังเป็นปัจจัยลบที่กดดันตลาดช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (21-25 ต.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,620 และ 1,610 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,650 และ 1,675 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/62 ประเด็นการค้าสหรัฐฯ-จีน ข้อสรุป BREXIT และสถานการณ์หลังสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรปกรณีอุดหนุนบริษัท Airbus

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ก.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนต.ค. ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และญี่ปุ่น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ