“แอดมินเพจซีล” แจงเหตุดราม่า “อย่าบั่นทอนความตั้งใจดีของคนทำงาน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 กันยายนในเฟซบุ๊ก ชื่อ “Sasivimon Youkongkaew” หรือ ศศิวิมล อยู่คงแก้ว หรือคุณเอื้อย ภรรยาของ พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเฟจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ได้โพสต์เรื่องราวที่มีการระบุว่าดราม่าต่างๆ เกิดขึ้น โดยระบุว่า

“เมื่อเพจมีคนติดตามล้านเจ็ด..ดราม่า ก็เกิดขึ้น”

1.ทำไมแอดมินเป็นผู้หญิง
2.ทำไมเมีย ผบ.มาเป็นแอดมินเพจ
3.ทำไมไม่ทำสารคดีให้ไทย
4.เอาภาพที่ถ่ายมาไปขายให้ต่างชาติ ทำสารคดี


ตอบนะคะ
1.เวลาเอื้อยทำงาน ไม่เคยคิดว่าผู้หญิงทำงานนั้นงานนี้ไม่ได้ มีผู้สื่อข่าวผู้หญิงมากมายที่เข้าไปถ่ายทำการฝึกของหน่วยซีล แต่ทำไมไม่เป็นประเด็น

2.เมีย ผบ คนนี้ทำงานด้านสื่อสารมวลชน รู้ว่าต้องใช้วิธีสื่อสารแบบไหนกับเรื่องราวที่ต้องเรียกว่า ไม่ปกติ เป็นการสื่อสารในภาวะวิกฤติ ที่มีความละเอียดอ่อน อ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้รับข่าว ทั้งยังปกป้องผลประโยชน์ให้กับหน่วยฯ ให้กองทัพ ตลอดการทำหน้าที่แอดมินเพจ ให้ข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง จนคนทั้งโลกมีความเชื่อถือ และเชื่อมั่นในทหารไทย และนำมาซึ่งคำชื่นชมหน่วยงานมากมาย

3.หลังจบงานหน้าถ้ำหลวง เอื้อยใช้เวลาที่ผ่านมาเกือบ 2 เดือน เก็บข้อมูล สัมภาษณ์คนทำงานในแต่ละวัน แต่ละจุด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนถูกต้องจากปากคนทำงานจริง และตั้งใจจะรวบรวมไว้ให้หน่วยฯได้นำไปใช้ และจะเป็นบันทึกที่สามารถเข้ามาค้นคว้าต่อได้ในอนาคตถึงเรื่องราวที่ถูกกล่าวขานไปทั้งโลก

4.ข้อหานี้รุนแรงมาก เอื้อยรู้ดีว่าเมื่อจบงาน ภาพทุกภาพจะกลายเป็นภาพที่มีค่า เป็นที่ต้องการจะนำไปใช้เพื่อ….
เอื้อยอยู่กับสื่อมาทั้งชีวิต รู้ดีว่า การละเมิดลิขสิทธิ์ทำได้ง่ายมากในยุคดิจิทัล และงานถ้ำหลวงก็เกิดเรื่องนี้ ภาพที่โพสในเพจ Thai Navy SEAL คือภาพที่ ผบ นสร. อนุญาตให้นำเผยแพร่ได้ ช่วงแรกของการทำงานเอื้อยโพสภาพปกติ เพราะทราบว่าจะมีสื่อต่างๆนำไปแชร์ต่อแน่นอน แต่ผ่านไปไม่กี่วัน สื่อบางสำนักใช้วิธี Copy ภาพแล้วเอาโลโก้เอาชื่อสำนักงานตัวเองทำเป็นลายน้ำทับลงบนภาพที่เอื้อยเผยแพร่ ประหนึ่งเป็นผู้ถ่ายภาพนั้นเอง เอื้อยจึงต้องใส่ตัวหนังสือลายน้ำเขียนว่า Thai Navy SEAL ลงบนภาพ หากเป็นวิดีโอก็จะใส่โลโก้กองทัพเรือไว้มุมบนขวาของคลิป ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยปกป้องให้คนที่จะนำไปใช้ต่อไปแอบอ้างไม่ได้ว่าเป็นภาพถ่ายของตนเอง ทุกวันนี้สื่อต่างชาติก็ยังติดต่อมาให้ทางเพจเซ็นแบบฟอร์มอนุญาตให้เขาถอดลายน้ำและโลโก้กองทัพเรือออก เพื่อเขาจะสามารถเอาไปใช้ได้ แต่แจ้งกลับไปว่า เราไม่อนุญาตให้เขาถอดโลโก้กองทัพเรือหรือลายน้ำออก เขาสามารถใช้ภาพที่เพจเผยแพร่นี้ได้ในรูปแบบที่ปรากฎอยู่บนหน้าเพจเท่านั้น สารคดีต่างชาติบางชุดจะเห็นว่าเขามีภาพใต้น้ำภาพปฏิบัติงานในโถง 2 โถง 3 นั่นเป็นภาพที่ชาวต่างชาติถ่ายทำกันเองเมื่อเขาเข้าไปทำงานในถ้ำ และคงส่งต่อให้สื่อต่างชาตินำไปใช้

น่าเสียดายที่เราไม่จริงจังกับการถอดบทเรียนกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่จริงจังที่จะนำความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไปแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกในเหตุการณ์ครั้งต่อไป เอื้อยมีความคิดและเสนอความคิดมาตลอดว่า คนไทยต้องบันทึกเหตุการณ์ถ้ำหลวงด้วยตัวเอง ต่างชาติเขาก็นำเสนอเรื่องราวของเขาไปตามที่เขามีข้อมูล เขาจึงไม่ค่อยกล่าวถึงหน่วยซีลหรือกองทัพมากนักในงานสารคดีของเขา เอื้อยจึงตั้งใจทำงานนี้ให้ ค่าแรงก็ไม่ได้สักบาท เหนื่อย เปลืองตัว และเสียความรู้สึกที่อุตส่าห์ทำงานมา

18 วันที่ถ้ำหลวง ก็ไม่เคยแสดงตัวให้ใครรู้ว่าเป็นภริยาใคร เดินเข้าไปถ่ายภาพในถ้ำทุกวันด้วยความรู้สึกว่าเป็นตัวแทนสื่อที่จะนำข้อเท็จจริงมาให้รู้ จบงานหน้าถ้ำยังออกมาบอกว่า เอื้อยทำให้โลกรู้จักหน่วยซีล รู้จักกองทัพเรือแล้ว ต่อจากนี้ เอื้อยจะทำให้โลกจดจำหน่วยซีลและกองทัพเรือ ด้วยบันทึกที่กำลังรวบรวมอยู่เพื่อทำสารคดีต่อ

อย่าบั่นทอนความตั้งใจดี ด้วยคำวิจารณ์ที่ไม่มีข้อมูล
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก “Sasivimon Youkongkaew”

 

ที่มา : มติชนออนไลน์