เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
Economic เนรมิตอุดรฯ ‘พืชสวนโลก’  สัมผัสความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
ดูทั้งหมด

ถอดแนวคิดโตแบบ Sabuy ‘กินแบ่ง’ ต่อยอดสร้างอีโคซิสเต็ม

10 เม.ย. 2565 | 10:00น.
สัมภาษณ์พิเศษ

จากจุดเริ่มต้นในธุรกิจตู้เติมเงินมือถือ “เติมสบายพลัส” ในปี 2558 ขยายสู่ธุรกิจบริหารจัดการศูนย์อาหารในโมเดิร์นเทรด และตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในปี 2560 เพียง 8 ปีกับกลยุทธ์แบบป่าล้อมเมือง ทำให้ชื่อ สบาย เทคโนโลยี เป็นที่รู้จักและกำลังแตกกิ่งก้านสาขา สร้างการเติบโตในทุกมิติ

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ชูเกียรติ รุจนพรพจี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ถึงจุดเริ่มต้น และแนวทางการขยายธุรกิจที่ไม่ได้วางตัวเองอยู่เฉพาะธุรกิจใดธุรกิจเดียวอีกแล้ว แต่ต่อยอดเชื่อมโยงเป็นอีโคซิสเต็ม

Q : จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจตู้เติมเงิน

ก่อนเข้าสู่ธุรกิจตู้เติมเงินมือถือ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ผมเคยทำงานในแวดวงธนาคารรวม ๆ แล้วกว่า 14 ปี เริ่มทำงานที่แรกที่ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ที่ฮ่องกง 7 ปี ก่อนมาอยู่ที่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ในไทย 2 ปี และสิงคโปร์ ดูแลรีจินอลอีก 5 ปี

จากนั้นก็ผันตัวเองมาเป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ จนมีคนมาชวนลงทุนธุรกิจตู้เติมเงิน

ผมมองว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ตอนนั้นยังใช้ชื่อเดิม (บริษัท เวนดิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด) แต่ช่วงแรกเป็นนักลงทุนไม่ได้เข้าไปบริหาร ยังมี 600-700 ตู้ ใช้ชื่อว่า “เติมสบาย” จากนั้นไม่นานก็ตัดสินใจเข้ามาบริหารเองเปลี่ยนชื่อเป็น “สบายพลัส”

พร้อมเติมบริการอื่น ๆ เข้าไปเมื่อมีบริการมากขึ้นก็คิดว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นสบาย เทคโนโลยี เพื่อไม่ให้คนเข้าใจผิดว่ามีแค่ตู้เติมเงินเท่านั้น

Q : ไม่มีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี

ตอนแรกที่เริ่มต้นทำตู้เอง เรียกว่าโดนรับน้อง เพราะเราทำงานธนาคารมาตลอด ไม่รู้ว่าทำตู้เติมเงินทำอย่างไร สิ่งที่ทำคือ จ้างบริษัทข้างนอกมาทำระบบ ไม่ทำเอง แต่มองว่าถ้าระยะยาวไม่ทำเองคงไม่ได้ จึงส่งไปให้เพื่อนทำระบบให้ ใช้เวลา 6 เดือน ได้ตู้ต้นแบบมาแต่เมื่อประกอบตู้ออกมาแล้วก็เจอปัญหามากมาย

เช่น ผลิตไม่ได้คุณภาพ ไฟดูดบ้าง ระบบไฟไม่เสถียร เรียกว่าเจอปัญหาหนัก เพราะขายตู้ไป 50,000 ตู้ โดนตีคืนกลับมา 30,000 ตู้ทั่วประเทศจนต้องหาโกดังมาเก็บ ทำให้ต้องต่อระบบใหม่ เทสต์ใหม่ ทำกันใหม่กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็ใช้เวลาถึง 18 เดือน

ถ้าจะให้ย้อนกลับไปตอนนั้นแม้ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ก็มีความเชี่ยวชาญในการจัดโครงสร้างทางการเงิน มีประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศมองว่าบริษัทที่จะประสบความสำเร็จด้านเทคโนโลยีอย่างอาลีบาบาเติบโตมาจากอะไร และก็เริ่มเข้าในไทยแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จ เพราะพฤติกรรมคนไทยต่างจากจีน

ความสำเร็จของบริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่ คือใช้วิธีการเบิร์นเงินเพื่อให้ได้ฐานคนใช้จำนวนมากยอมขาดทุนก่อน แต่โดยส่วนตัวไม่มีความเชื่อเรื่องนี้ ดังนั้น การทำงานจึงกลับหัวกันด้วยการออกไปรุกตลาดต่างจังหวัด ใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองแค่ 1 ปี แซงหน้าขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ของตลาด

ซึ่งตอนนั้นมีผู้เล่น 3 รายใหญ่ คือ ตู้บุญเติม ซิงเกอร์ และกระปุก ขณะที่สบายเป็นรายใหม่ที่ไม่มีคนรู้จัก จากนั้นก็ขยายอีกโดยเข้าไปซื้อธุรกิจบริหารจัดการศูนย์อาหาร ก็ใช้ประสบการณ์ที่เคยทำธนาคารมาไปดึงโอเปอเรชั่นจากสายมือถือ สายธนาคารมาประกบกัน

Q : ขยับมาทำตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ

การเข้าไปซื้อธุรกิจบริหารศูนย์อาหาร ทำให้ได้ฐานลูกค้าและเทคโนโลยีมาด้วย เท่ากับว่าสามารถทำระบบของตัวเองได้แล้วก็กลับมาขึ้นระบบตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เพราะมองว่านี่คือช่องทางค้าปลีกที่คนใช้จะไม่ลดลงจึงมีโอกาสเติบโตอย่างมาก อย่างไรคนต้องกินน้ำ กินอาหาร 3 มื้อต่อวัน

แต่เติมเงินมือถืออาจจ่ายแค่อาทิตย์ละครั้ง จึงต้องเข้าไปดีลกับซัพพลายเออร์สินค้า แต่ด้วยความที่เรายังเล็ก เขาก็แนะว่าให้ไปซื้อของจากแม็คโครมาใส่ตู้ นั่นคือตอนเริ่มแต่วันนี้เราโตขึ้นก็มีซัพพลายเออร์วิ่งเข้ามาหา ซึ่งเราก็เปิดโอกาสให้ทุกรายรวมถึงบริษัทเล็ก ๆ ที่รับจ้างผลิต ไม่มีแบรนด์ของตนเองก็ใช้แบรนด์ของเราได้ คือ 6.11 เป็นแบรนด์ที่ผมคิดขึ้นเองไม่ได้ซับซ้อน

เขามี 7-11 ผมก็ 6.11 ทำเครื่องดื่ม ทำขนมมาวางขายบนตู้ของสบาย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ณ สิ้นปี 2564 ตู้เติมเงินสบายพลัสกระจายอยู่ทั่วประเทศ 54,550 ตู้ เวนดิ้งพลัส 5,868 ตู้ ความแตกต่างกับตู้ขายสินค้าอื่น ๆ คือ ความหลากหลายทั้งราคาและประเภทของทั้งเครื่องดื่มและขนม

Q : ผลกระทบจากโควิด-19

ตอนระบาดระลอกแรก ห้างปิดก็กระทบแน่ ๆ แต่เริ่มดีขึ้นครึ่งปีหลัง เพราะรัฐบาลอัดงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่าง ๆ แต่ที่เริ่มเห็นก็คือ ตั้งแต่กลางปีที่แล้วอำนาจการซื้อหายไป จากที่เคยเติมเงินมือถือ 100 บาท ก็เหลือ 20 บาท ผมคิดว่าทุกธุรกิจได้รับผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่

2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ยอดขายหายไป 15-20% ต้องให้พนักงานเลือกว่าจะให้ปลดคนหรือลดเงินเดือน เรามีพนักงาน 1,000 คน ก็ให้โหวตสรุปว่าให้ลดเงินเดือนตั้งแต่พนักงานยันผู้บริหารโดยเฉลี่ย 3-40%

แต่ตอนนี้ได้คืนเงินเดือนกลับมาแล้ว เพราะปี 2564 เรามีรายได้ 2,127 ล้านบาท โตขึ้น 45.6% จากปี 2563 และมีกำไรสุทธิ 258 ล้านบาท

Q : ซื้อธุรกิจต่าง ๆ มากมายมีวิธีบริหารความต่างของแต่ละองค์กรอย่างไร

ความตั้งใจของบริษัท คือ อยากให้วัฒนธรรมองค์กร การทำตลาด รูปแบบการขายแบบเดิมยังอยู่ ดังนั้น แม้เข้าไปซื้อหลายบริษัทมา ผมก็ยังคงทีมบริหารเดิมไว้ และเราเข้าไปจัดการบริหารระบบหลังบ้านให้ เช่น ระบบบัญชีและการจ่ายภาษีใช้มาตรฐานเดียวกัน แนวทางนี้ทำให้ทุกบริษัทยังเติบโตได้ดี

Q : ทิศทางการขยายธุรกิจจากนี้

เราขยายเป็นซีรีส์ จากเดิมที่มีบริษัทลูกแค่ 4 บริษัท ก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้มีเกือบ 30 บริษัท แนวคิดในการทำธุรกิจของผม คือ กินแบ่ง โดยนำเทคโนโลยีที่สบายมีให้สามารถเข้าถึงทุกคนได้ ตั้งแต่ตื่นนอนยันหลับผ่านอีโคซิสเต็มของเรา ปีนี้ได้มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม

1.ธุรกิจเติมเงินและรับชำระเงิน คือ ตู้เติมเงินอัตโนมัติ ตัวกลางรับชำระเงิน จัดทำระบบลอยัลตี้โปรแกรม 2.ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ 3.ธุรกิจระบบโซลูชั่นและแพลตฟอร์ม เช่น บริหารจัดการระบบศูนย์อาหาร แฟรนไชส์ไปรษณีย์เอกชน ชิปป์สไมล์ฯ ร้านซักผ้าอัตโนมัติ สบาย วอช

4.ธุรกิจการให้บริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อรายย่อย และ 5.ธุรกิจเศรษฐกิจใหม่ จะลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล บล็อกเชน รวมถึงการลงทุนนวัตกรรมใหม่ ๆ

Q : แนวทางต่อยอดสร้างอีโคซิสเต็ม

ปีนี้ถือเป็นปีที่ยากก็ต้องปรับตัว โดยเราจะมีการลงทุนใหม่ ๆ วางไว้ 5,000 ล้านบาท ใช้ไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาทเพื่อเติมความแข็งแรงให้แก่ช่องทางของสบาย เช่น เข้าไปลงทุนใน บมจ.นครหลวง แคปปิตอล ทำธุรกิจด้านการปล่อยสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อรถจักรยานยนต์ โฉนดที่ดิน

รวมถึงอุปกรณ์ทางการเกษตร และลงทุนในกลุ่มบริษัท โอมันนี่ ที่มีใบอนุญาต Pico Finance และมองไปถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการขายของ และระบบ CRM จึงเข้าไปลงทุนบริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด รวม ๆ แล้วทุกส่วนจะเข้ามาเชื่อมต่อกันเป็นอีโคซิสเต็มของสบาย

เช่น การเข้าไปซื้อหุ้นบริษัทที่ทำจุดรับพัสดุชื่อ ชิปป์สไมล์ ปัจจุบันมี 5,000 สาขาทั่วประเทศก็มองว่าจะแปลงหน้าร้านสะดวกส่งพัสดุเหล่านี้มาให้บริการด้านอื่น ๆ เช่น จุดรับสมัครงานในชุมชน หรือเปิดเป็นที่วางสินค้าให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบนแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลซก็เชื่อมมาที่การปล่อยสินเชื่อ, ตามหนี้ ไปจนถึงหางาน เรียกว่าจบครบในที่เดียว

Q : วางเป้าหมายการเติบโต

อีโคซิสเต็มของสบายเข้าถึงผู้บริโภคได้ 50 ล้านคน และคาดว่าใน 3-5 ปีจะต้องเข้าถึงผู้บริโภคเกิน 100 ล้านคน นั่นหมายถึงการขยายธุรกิจไปต่างประเทศด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สัมภาษณ์พิเศษ เติมสบาย