เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
Finance KB J เตรียมออกหุ้นกู้ครั้งแรก 500 ล้าน ดอกเบี้ย 2.85–2.95% ชูเครดิต A-
ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
Business ราชกิจจาฯ ประกาศ JKN ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน
ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Politics ศุภจี ปาฐกถา วปอ. โชว์ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเศรษฐกิจ คู่ขนานความมั่นคงชาติ
Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
News Thai PBS ย้ำยังไม่รับหนังสือ สตง. ปม 85 ล้าน ตั้งคำถามข้อมูล-กระบวนการตรวจสอบ
“ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
News “ฮุน เซน” เห็นด้วย “สุรชาติ” ปมรัฐบาลใช้กระแสกัมพูชาเลี้ยงตัว
ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
Politics ไม่หวั่น ‘ฝ่ายค้าน’ ซักฟอก 18 รมต. สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง
SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
Real Estate SC อัปเกรดมาตรฐานบ้าน SC Green Mark ตั้งเป้า 5 ปี ลดคาร์บอนแสนตัน-4,000 อาคารเขียว
‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
Business ‘มามามองน์’ ร้านขนมอบโฮมเมด แบรนด์ใหม่ของ ‘ปลา iberry’ ปักหมุดสาขาแรก Central Park
แบงก์กรุงเทพ จับมือเพอร์มาตา เชื่อมธุรกิจไทย-อินโดฯ จับคู่การค้า ต่อยอดลงทุน
Finance แบงก์กรุงเทพ จับมือเพอร์มาตา เชื่อมธุรกิจไทย-อินโดฯ จับคู่การค้า ต่อยอดลงทุน
ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย ก.ย. 2.6 หมื่นล้าน ฉุด SET ร่วง 2.3% แต่ 9 เดือนยังซื้อสุทธิ 2.48 หมื่นล้าน
Finance ต่างชาติทิ้งหุ้นไทย ก.ย. 2.6 หมื่นล้าน ฉุด SET ร่วง 2.3% แต่ 9 เดือนยังซื้อสุทธิ 2.48 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

เปิดโรดแมปเศรษฐกิจเอกชน ชง 17 แผน 5 ภาค สู่ ครม. ส.ค. นี้

04 ส.ค. 2565 | 14:31น.

การแก้ปัญหาต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด ส่วนหนึ่งต้องสะท้อนมาจากคนในพื้นที่ซึ่งมีบริบทที่แตกต่างกัน แต่ในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแต่ละฉบับที่ผ่าน ๆ มา จัดทำโดยภาครัฐ โดยภาคเอกชนในพื้นที่ไม่มีส่วนร่วม ดังนั้น วันนี้ภาคเอกชนในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทยในระดับภูมิภาค จึงได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนาม MOU ร่วมกับ กกร.ชุดใหญ่ จัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาค พ.ศ. 2566-2570 ขึ้น

โดยล้อกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนภาค แผนกลุ่มจังหวัด และแผนจังหวัดของภาครัฐ รวมถึงแผนพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และวันนี้แผนเฟสแรกเดินมาใกล้ถึงบทสรุปแล้ว

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ5ภาค

ภาคกลางชงนิคม R&D

นายธวัชชัย เศรษฐจินดา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการภูมิภาค กกร. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ทางคณะกรรมการร่วมจะจัดให้มีการวิพากษ์ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาค พ.ศ. 2566-2570 ก่อนที่จะสรุปแผนในขั้นตอนสุดท้ายภายในเดือนสิงหาคมนี้ นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเป็นโรดแมปแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ด้านเศรษฐกิจของภาคเอกชน จะมีโครงการที่เป็นแผนปฏิบัติการเร่งรัด (quick win) กำกับไปด้วย ซึ่งต้องร่วมกันผลักดันขอสนับสนุนงบประมาณในระดับกลุ่มจังหวัด

ธวัชชัย เศรษฐจินดา

ตอนนี้เริ่มเดินเฟสแรกจะทำนำร่องทั้งหมด 17 แผน ประกอบด้วย เป็นแผนระดับภาค 5 แผน 6 กลุ่มจังหวัด และแผนระดับจังหวัดจะมีการนำร่องจังหวัดเป้าหมาย 6 จังหวัด โดยภาคเหนือ เสนอมา 2 จังหวัด จ.ลำปางและตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเลือก จ.อุดรธานี, ภาคตะวันออกเลือก จ.จันทบุรี, ภาคกลางเลือก จ.ลพบุรี และภาคใต้เลือก จ.กระบี่ ส่วนจังหวัดที่เหลืออยู่จะทำให้เสร็จภายใน 2 ปี

ยกตัวอย่าง ภาคกลาง มีมิติการพัฒนาที่หลากหลาย เพราะมีความแตกต่างในพื้นที่ เน้น 3 โครงการ ได้แก่ 1.เรื่องเกษตรเพิ่มมูลค่า เสนอจัดตั้งนิคมวิจัยและพัฒนา เรียกว่า “Food Valley” ในจังหวัดปทุมธานี 2.การเป็น “ศูนย์กลางในการกระจายสินค้าและโลจิสติกส์ของประเทศ” และ 3.ทำเรื่องท่องเที่ยวมูลค่าสูงจะเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ (Medical Service Hub) ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub)

รายงานข่าวจากภาคกลางเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาคกลางได้เสนอแนวทางการพัฒนาภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนากรุงเทพฯเป็นมหานครทันสมัยควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี

ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

และ ยุทธศาสตร์ที่ 5 เปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจทวาย-ภาคกลาง-อีอีซี

ภาคเหนือชง NEC-EWEC

นายจักริน วังวิวัฒน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้ร่วมระดมวิพากษ์แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนระดับภูมิภาค พ.ศ. 2566-2570 โดยมิติการพัฒนามี 4 ด้าน ได้แก่

จักริน วังวิวัฒน์

1.การพัฒนาเศรษฐกิจฐาน BCG ของภาคเหนือ (Northern BCG Economy) อาทิ การยกระดับโครงการ Northern Thailand Food Valley และ Cosmetic Valley เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

2.การส่งเสริมการค้า การลงทุน ยกระดับสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เชื่อมโยงอุตสาหกรรมดิจิทัล พัฒนาภาคเหนือให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม

3.การส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาคเหนือ มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness)

4.การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงโครงข่ายในและต่างประเทศ เช่น การพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ เส้นทางเด่นชัย-เชียงของ และนครสวรรค์-แม่สอด รวมถึงศูนย์กลางท่าเรือบกภาคเหนือ (dry port) และโครงการมอเตอร์เวย์ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งไปด่านชายแดน

ประเด็นสำคัญที่จังหวัดในภาคเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่างต้องการผลักดันโครงการให้เกิดเป็นรูปธรรม ได้แก่ โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และเชียงราย ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

นายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า แผนการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือ ต้องดูการพัฒนาของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งจังหวัดภาคเหนือตอนล่างต้องผลักดันแผนพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9) ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยการพัฒนาระบบโครงข่ายโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการสร้างมอเตอร์เวย์ ซึ่งมีแผนแม่บทการพัฒนาอยู่แล้ว ที่ต้องเร่งรัดให้เกิดเร็วขึ้น เพื่อผลักดันสินค้าในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างสู่ประเทศเพื่อนบ้านทั้งเมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน จนถึงอินเดียได้

ภาคอีสานชงเศรษฐกิจอนาคต

นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับภาคอีสานมีประเด็นสำคัญคือ การยกระดับภาคการเกษตร ภาคบริการ ประเด็นแรกที่ต้องทำคือ 1.การใช้โอกาสทางการค้าไปสู่จีนและยุโรป 2.เรื่องโครงสร้างพื้นฐานต้องทำให้เร็วขึ้นเพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก หากช้าไปทำเลหรือศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไป 3.ต้องมีแผนระยะสั้น ระยะยาวในพื้นที่ตัวเอง ดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้ได้

สวาท ธีระรัตนนุกูลชัย

“ต้องยอมรับว่าบางแผนงานถูกเขียนไว้นานมาก และไม่ถูกหยิบมาใช้จนล้าหลัง มุมมองของหอการค้าแต่ละแผนต้องไปล้อกับบริบทของการพัฒนาทางเศรษฐกิจหลายองค์ประกอบ เช่น ปรับจากมุ่งสู่นานาชาติ มาสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่ถือเป็นจุดศูนย์กลาง ทั้งเศรษฐกิจ การเกษตร การค้าการลงทุน ปรับรายละเอียดกรอบแนวทางให้ล้อกับหัวใจหลักของการพัฒนาให้ได้”

ทั้งนี้ ภาคอีสานยังต้องทบทวนหลายประเด็นที่ยังไม่ตรงกับยุทธศาสตร์ของจังหวัด แต่เบื้องต้นไฮไลต์คือธีมท่องเที่ยวเป็นหลัก เพราะสามารถเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจอื่น ๆ รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถของคนได้

รายงานข่าวจากภาคอีสานระบุว่า ทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” ให้ความสำคัญกับการพัฒนา 3G ได้แก่ Green พัฒนาเกษตรปลอดภัย Growth โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และ Gate ใช้โอกาสจากการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ

โดยกรอบแนวทางการพัฒนาคือ 1.พัฒนาภาคเกษตรต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจชีวภาพ เช่น เพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ทุ่งกุลาร้องไห้ 2.บริหารจัดการน้ำให้เพียงพอเพื่อรองรับการพัฒนา 3.พัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นไปสู่มาตรฐานสากล 4.พัฒนาเมือง เขตเศรษฐกิจพิเศษและเมืองชายแดน รวมทั้งพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาค (NeEC-Bioeconomy) 5.พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้ได้มาตรฐาน 6.ยกระดับคุณภาพชีวิตแก้ปัญหาความยากจนให้กับผู้มีรายได้น้อยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เป็นต้น

ตะวันออกชงเป็น EEC ทั้งภาค

นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก หอการค้าไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งจะมีแผนภูมิภาค แต่แผนต่าง ๆ ไม่ได้ลงถึงโครงการ ดังนั้น แผนที่ภาคเอกชนจัดทำขึ้นจะมีโครงการต่าง ๆ ที่มีรายละเอียด

ปรัชญา สมะลาภา

ยกตัวอย่าง จังหวัดจันทบุรี จะทำเรื่องของมหานครอัญมณี ซึ่งเดิมทีก็มีการทำอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีความก้าวหน้า รวมถึงมหานครผลไม้ ที่มีการทำต่อเนื่องมาตลอด 6 ปี ซึ่งสร้างรายได้จากผลไม้ขึ้นมา 4-5 เท่าตัว ถือว่าประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ แผนกลุ่มจังหวัดอื่น ๆ จะเน้นเรื่องเกษตรและอาหาร สมุนไพร ผลไม้ รวมถึงเรื่องการค้าชายแดน ซึ่งเวลาพูดถึงจะเน้นการค้าชายแดนที่เป็นรายย่อย จึงอยากให้มีการอำนวยความสะดวกให้สามารถค้าขายได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน เป้าหมายของภาคตะวันออกคือ การกระจายรายได้ จากภาคที่มีรายได้สูงไปสู่ภาคที่มีรายได้น้อย ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ปรึกษากำลังดู โดยเฉพาะเรื่องการซื้อคาร์บอนเครดิตจากภาคเกษตร ได้ศึกษาเบื้องต้นเรื่องยางพาราเพราะเป็นพืชที่สามารถทำคาร์บอนเครดิตได้มาก เกษตรกรสวนยางพาราสามารถสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

รายงานข่าวจากภาคตะวันออกเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับโครงการที่ภาคตะวันออกเสนอประกอบด้วย โครงการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งหลักให้เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและเมืองในอนาคต อาทิ 1.การพัฒนาการผลิตและการค้าผลไม้ภาคตะวันออก ให้เป็นศูนย์ผลไม้เมืองร้อนแห่งเอเชีย โดยปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพสินค้า ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การบรรจุหีบห่อ การแปรรูป และการจัดจําหน่าย

2.การยกระดับสินค้าเกษตรด้วยอุตสาหกรรมการแปรรูป ด้วยสารสกัด สารออกฤทธิ์ พัฒนามาตรฐานการผลิตให้เป็นที่ยอมรับ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล 3.พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและเส้นทางท่องเที่ยวชายทะเล (เส้นถนนเฉลิมบูรพาชลทิต) จากจังหวัดชลบุรี เส้นทางเลียบชายทะเลสู่จังหวัดตราด เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน สร้างฐานการกระจายรายได้ และการสร้างงานให้แก่ท้องถิ่นจากการท่องเที่ยว

ส่วนโครงการใหม่ ได้แก่ 1.การพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ให้มีการจัดการองค์กรอัจฉริยะ (Smart Industrial Service Organization) มุ่งเป้าในการกําจัดคาร์บอน ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท 2.การยกระดับการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ในการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีการเกษตรขั้นสูง เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรชีวภาพที่เป็นฐานของเศรษฐกิจ BCG ใช้งบประมาณ 350 ล้านบาท

ภาคใต้ชูค้าลงทุนเชื่อมชายแดน

นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับภาคใต้ อว.ส่วนหน้าที่ทำแผน คือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับกลุ่มจังหวัดอันดามัน เน้นไปทางด้านการท่องเที่ยว เกษตร การค้าชายแดน การทำท่าเรือสำราญ รวมทั้งโครงการการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสอันดามัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วย (AWC-Andaman Wellness Economic Corridor) ใน 6 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ระนอง ตรัง และสตูล

วัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ

รายงานข่าวจากภาคใต้เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แนวทางการพัฒนามีดังนี้

1.พัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวและบริการ และธุรกิจต่อเนื่องด้านการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวและบริการที่มีมาตรฐานและมีมูลค่าสูง เช่น พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและระบบบริการพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ยกระดับมาตรฐานบริการการท่องเที่ยวและส่งเสริมธุรกิจ พัฒนากิจกรรมและบริการท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายและสร้างสรรค์

2.พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนและด่านชายแดนให้เอื้อต่อการค้า การลงทุน โดยมีแนวทางการพัฒนา เช่น พัฒนาพื้นที่บริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนให้มีความพร้อมสำหรับรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบโลจิสติกส์ด้านการขนส่งสินค้า และการผ่านแดนบริเวณด่านชายแดนให้สามารถเชื่อมโยงโครงข่ายทั้งภายในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนมาตรการจูงใจให้กับผู้ประกอบการเพื่อให้เกิดการค้า การลงทุนในพื้นที่

3.พัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สามารถเชื่อมโยงการค้า การลงทุนกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และกลุ่มประเทศ BIMSTEC (จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช) มีแนวทางทั้งพัฒนาประตูการค้าฝั่งตะวันตก (Western Gateway) เพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งและระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทย-ฝั่งอันดามัน-ประเทศแถบเอเชียใต้ พัฒนาประตูสู่การท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน (Royal Coast & Andaman Route) เชื่อมโยงฝั่งอ่าวไทยและอันดามันตามแนวประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง-เมียนมา ควบคู่กับการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทั้งทางบกและทางอากาศ เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระตุ้นเศรษฐกิจ โรดแมป