บิ๊กซีบุกค้าปลีกชายแดนใต้ ทุ่มงบฯเปิดสาขานราธิวาส

บิ๊กซีกางแผนปลุกค้าปลีกชายแดนใต้ ทุ่ม 350 ล้านบาทส่ง “บิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ต” บนพื้นที่กว่า 19 ไร่ ปักหมุดแห่งแรก จ.นราธิวาส เจาะการค้าพรมแดนเขตเศรษฐกิจภาคใต้มูลค่ากว่า 2.4 แสนล้านบาท ลุยเดินหน้าธุรกิจครบวงจรต้นน้ำ-ปลายน้ำเสริมแกร่งศักยภาพค้าปลีกในเครือ วางเป้าโกยยอดขาย 400 ล้านบาทในปีแรก

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจประเทศโดยเฉพาะบริเวณพรมแดนเขตเศรษฐกิจภาคใต้ หนึ่งในนั้นคือ จ.นราธิวาส ขณะเดียวกัน การค้าชายแดนมีบทบาทสำคัญเช่นกัน โดยมีมูลค่าสินค้าส่งออกและนำเข้าปีละกว่า 2.4 แสนล้านบาท

รวมถึงการลงทุน ความพร้อมของแหล่งวัตถุดิบและแรงงาน การเกษตร การท่องเที่ยว และความได้เปรียบของที่ตั้งที่อยู่แนวพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และคนมาเลเซียข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าและท่องเที่ยว จ.นราธิวาสเป็นประจำ ทำให้เห็นศักยภาพที่บิ๊กซีจะลงสาขาทำตลาดได้

ล่าสุดได้ใช้งบฯลงทุนกว่า 350 ล้านบาท เปิดตัวบิ๊กซี สาขานราธิวาสตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด เป็นลำดับที่ 152 ของบิ๊กซีในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต โดยประมาณการยอดขายปีละกว่า 400 ล้านบาท และคาดว่าปี 2565 จะทำยอดขายได้เติบโต 5% ต่อเนื่อง เนื่องจากบิ๊กซี สาขานราธิวาส เป็นห้างค้าปลีกสาขาแรกและสาขาเดียวในจังหวัดนราธิวาส อย่างไรก็ดี การค้าชายแดนระหว่าง 2 ประเทศ พื้นที่ระหว่างอำเภอเมืองนราธิวาส-ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นด่านชายแดนใต้ถือเป็นอีกโอกาสสำคัญที่บิ๊กซีมองว่าจะมีการค้าขายลงทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายพิริยะ กมลเดชเดชา รองประธานเจ้าหน้าที่สายธุรกิจ/สายงานปฏิบัติการค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ดเพลส บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การขยายสาขาดังกล่าวเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ประชากรในจังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าโดยตรงของบิ๊กซีรวมถึงชาวมาเลเซีย ทั้งนี้ บิ๊กซี สาขานราธิวาส ใช้งบฯลงทุนราว 350 ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 19 ไร่ โดยสาขานี้เป็นรูปแบบบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ตมาตรฐาน พื้นที่ขนาดอาคารรวม 10,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 4,000 ตารางเมตร และอีก 6,000 ตารางเมตรจัดสรรเป็นพื้นที่ให้เช่า

โดยปัจจุบันมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ขายแล้วจากผู้ประกอบการชาวไทย มุสลิม และผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจสร้างความหลากหลายด้านสินค้าและบริการอย่างครบครัน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญแก่วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น จึงได้ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดในการจำหน่ายสินค้าและให้บริการ อาทิ การจัดห้องละหมาด หรือศูนย์อาหารมุสลิม เพื่อลูกค้าชาวมุสลิม นอกจากนี้ ยังมอบความมั่นใจให้แก่ลูกค้าทุกครั้งที่มาจับจ่ายซื้อของด้วยคณะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม ทั้งการเข้าตรวจพื้นที่ทั้งก่อนและหลังเปิดให้บริการด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยทั่วบริเวณพื้นที่และมาตรการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

รวมถึงบิ๊กซี สาขานราธิวาส ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนด้วยการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น โดยมีพนักงานประจำที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนราธิวาสและใกล้เคียงคิดเป็น 100% ของพนักงานทั้งหมด


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน (สิ้นเดือน ต.ค. 64) บิ๊กซีมีสาขาทั้งสิ้น 1,657 สาขา แบ่งเป็นบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า 152 สาขา, บิ๊กซี มาร์เก็ต (บิ๊กซี มาร์เก็ต บิ๊กซี ฟู้ดเพลส และบิ๊กซี ดีโป้) 60 สาขา, มินิบิ๊กซี 1,300 สาขา (รวมสาขาแฟรนไชส์ 60 สาขา) และร้านขายยาเพรียว 145 สาขา ทั้งนี้ การขยายสาขาธุรกิจค้าปลีกหรือธุรกิจปลายน้ำอย่างต่อเนื่องนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันธุรกิจต้นน้ำที่อยู่ภายใต้กลุ่มบีเจซีให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ