เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
Economic นับถอยหลังพืชสวนโลกอุดรฯ ยกระดับเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวอีสาน
MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
Biz Movement MGI 2026 รายงานตัวเข้ากองคึกคัก “บอสณวัฒน์” เตรียมพาสัมผัสวิถีไทย   
9 ปี SILPIN เล่าซอฟต์พาวเวอร์เกษตรไทยด้วยรสและกลิ่น
Biz Movement 9 ปี SILPIN เล่าซอฟต์พาวเวอร์เกษตรไทยด้วยรสและกลิ่น
เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
Economic เร่งรัฐปลดล็อกการค้า หนุนทุนไทยไปนอก-เจาะตลาดส่งออกใหม่
รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
Economic รฟม.เร่งแก้ไขกระแสไฟฟ้าลัดวงจร MRT สายสีน้ำเงิน หยุดบริการบางสถานี ประสานขสมก.จัดรถรับส่งผู้โดยสาร
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานสัมภาษณ์ที่มาชุดพิธีการทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์
‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
Real Estate ‘แสนสิริ’ ยึดหัวหาด ‘กรุงเทพกรีฑา’ ปั้น 2 คอมมิวนิตี้ตอบโจทย์ Well Living
มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
Economic มช.สู้ฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ เปิดตัวโดรนลุยพิกัดไฟป่า
ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
News ระทึกไฟไหม้รางรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน
Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
Biz Movement Bangkok Flower Festival 2026 ปลุกสีสัน “ปากคลองตลาด” ผ่านดอกไม้ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์
ดูทั้งหมด

“ฟาสต์แฟชั่น” สะเทือนทั้งบาง อียูเข้ม…งัดมาตรการตัดตอนวงการ

16 มิ.ย. 2565 | 09:03น.
ฟาสต์แฟชั่น
คอลัมน์ : Market Move

ความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป หรืออียู ในปีนี้ไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยี ด้วยการบังคับใช้ USB Type C เท่านั้น แต่ยังมีการเสนอมาตรการที่ส่งผลกระทบกับวงการแฟชั่น โดยเฉพาะกลุ่มฟาสต์แฟชั่น อาทิ เอชแอนด์เอ็ม ซาร่า ไพรมาร์คและอื่น ๆ ในระดับที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายลงความเห็นว่า ข้อเสนอนี้เหมือนเป็นการประกาศสงครามกับธุรกิจฟาสต์แฟชั่นเลยทีเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหภาพยุโรปได้เสนอร่างกฎเกณฑ์เกี่ยวกับความยั่งยืนของสินค้าสิ่งทอที่สามารถขายในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ หรือยุทธศาสตร์เพื่อสิ่งทอที่ยั่งยืนและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ (EU Strategy for Sustainable and Circular Textiles) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งกระแสฟาสต์แฟชั่นที่กำลังทำให้เสื้อผ้ากลายเป็นสินค้าใช้แล้วทิ้ง

พร้อมสนับสนุนผู้ผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงปราบปรามผู้ผลิตที่อวดอ้างความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยไม่ถูกต้อง หรือกรีนวอชชิ่ง (greenwashing) ไปพร้อมกัน

โดยกฎเกณฑ์ในร่างนี้จะประกอบด้วยแนวคิดหลัก 3 ประการ คือ จะมีการกำหนดมาตรฐานความทนทาน การนำกลับมาใช้ซ้ำ การซ่อมแซม การรีไซเคิล เช่น บริการรับสินค้าคืน-การขายมือสอง และปริมาณเส้นใยรีไซเคิลในสินค้านั้น ๆ ตามด้วยการพิมพ์ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องบนสินค้า เช่น คะแนนความง่ายในการซ่อมแซม และสุดท้ายอาจมีการห้ามผู้ผลิตทำลายสินค้าค้างสต๊อก หรือต้องรายงานว่าทำลายไปมากน้อยเท่าใด

นอกจากนี้ยังจะเพิ่มความเข้มงวดด้านผลกระทบของการผลิตต่อสิทธิมนุษยชน อย่างการใช้แรงงานทาส หรือแรงงานเด็กอีกด้วย

“เวอจินิอุส ซิงคาวิเชียส” กรรมาธิการสิ่งแวดล้อมสหภาพยุโรป ย้ำว่า เป้าหมายของเราคือการทำให้ฟาสต์แฟชั่นตกเทรนด์ไปเสีย โดยก่อนสิ้นปี 2030 (พ.ศ. 2573) นั้น สิ่งทอที่ขายในยุโรปจะต้องมีอายุใช้งานยาวนาน และสามารถรีไซเคิลได้ รวมถึงต้องมีเส้นใยรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบในสัดส่วนที่กำหนดด้วย

“ยุโรปต้องการยกระดับให้ความยั่งยืนของสินค้ากลายเรื่องธรรมดาสามัญที่พบเห็นได้ทั่วไป” ฟรานส์ ทิมเมอร์แมน รองประธานคณะกรรมการ สหภาพยุโรป กล่าว

แนวคิดเบื้องหลังข้อเสนอของสหภาพยุโรปในครั้งนี้ มาจากการขยายตัวของฟาสต์แฟชั่น ซึ่งเน้นผลิตเสื้อผ้าดีไซน์ตามกระแสนิยม โดยอาศัยโรงงานในประเทศที่มีกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมไม่เข้มงวด และผลิตด้วยวัสดุราคาถูกและกระบวนการที่เน้นปริมาณเพื่อให้มีสินค้าราคาถูกออกมาขายได้ทันก่อนที่ดีไซน์จะหลุดเทรนด์ ส่งผลให้เกิดขยะสิ่งทอปริมาณมหาศาลและมลพิษจากกระบวนการผลิตปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม

สอดคล้องกับข้อมูลของแมคคินซี บริษัทที่ปรึกษาด้านบริหารจัดการซึ่งเปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2000-2014 กำลังผลิตเสื้อผ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะเดียวกันแม้ผู้บริโภคจะซื้อเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น 60% แต่ระยะเวลาที่เก็บเสื้อผ้าเหล่านั้นไว้กลับสั้นลง 50%

และตามข้อมูลของสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป การใช้เสื้อผ้าของชาวยุโรป 1 คน จะมีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมเป็นน้ำ 9,000 ลิตร ที่ดิน 400 ตร.ม. วัตถุดิบ 391 กิโลกรัม และสร้างคาร์บอนอีกประมาณ 270 กิโลกรัม

แม้กฎใหม่นี้จะยังเป็นเพียงข้อเสนอและยังต้องผ่านรัฐสภายุโรปและการรับรองของรัฐบาลประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป แต่ได้สร้างแรงกระเพื่อมออกไปในวงการแฟชั่นแล้ว โดยหลายแบรนด์เริ่มเคลื่อนไหวปรับกระบวนการผลิตของตนให้สอดคล้อง ไม่ว่าจะเป็น ดีแคทลอน ยูนิโคล่ และเอชแอนด์เอ็ม ที่เปิดเผยว่า กำลังประสานกับบรรดาผู้ผลิตในเอเชีย อาทิ จีนและอินเดีย เพื่อปรับกระบวนการผลิตตามแนวทางของสหภาพยุโรป

“เพอนิลลา ฮอลดิน” หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรของเอชแอนด์เอ็ม กล่าวว่า กฎใหม่ที่ครอบคลุมทั้งวงการเช่นนี้จะช่วยให้แต่ละรายปรับตัวได้ง่าย สำหรับบริษัทภายในปี 2025 สินค้าทั้งหมดจะออกแบบให้รีไซเคิลได้

ส่วนยูนิโคล่ระบุว่า บริษัทเริ่มรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อาทิ ปริมาณคาร์บอนในซัพพลายเชน และการติดตามย้อนกลับไปถึงแหล่งผลิต ฯลฯ ด้านดีแคทลอนจับมือสมาคมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเวียดนาม ผลักดันให้โรงงานในเวียดนามปรับตัวตามกฎใหม่ หลังปัจจุบันมีโรงงานเพียง 5% เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม ในระดับซัพพลายเออร์อย่างโรงงานสิ่งทอนั้น กฎใหม่นี้จะทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น โดยโรงงานแห่งหนึ่งในกว่างโจวระบุว่า หากต้องปรับการผลิตให้เข้าเกณฑ์ เช่น ใช้เส้นใยรีไซเคิล ต้นทุนอาจเพิ่มขึ้นถึง 50%

แต่ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคทั่วโลกมีแนวโน้มใส่ใจและยอมจ่ายกับสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยตามการสำรวจของแมคคินซีระบุว่า นักช็อป 65% ตั้งใจจะมีคุณภาพสูงและทนทานใช้งานได้นานขึ้น ส่วนปัจจัยด้านความใหม่นั้นมีผลต่อการตัดสินใจลดลง สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงไปสู่แนวคิด น้อยคือมาก (Less is more) ซึ่งมาพร้อมกับเหตุการณ์โรคระบาด 2 ปีที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ฉายแววถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการแฟชั่นซึ่งต้องรอดูว่า บรรดาฟาสต์แฟชั่นจะหลีกเลี่ยงวิกฤตที่อาจทำให้สูญพันธุ์นี้กันอย่างไร

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟาสต์แฟชั่น