“อีซูซุ” จี้ดีลเลอร์รักษาแชมป์ปิกอัพ ห่วง “ชิป” ขาด…กระทบแผนผลิต

สัมภาษณ์

ช่วงปีที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของค่ายตรีเพชรอีซูซุ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกคนต้องผ่าฟันกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่สำหรับอีซูซุสามารถพลิกตำรา ก้าวขึ้นมาเป็นค่ายรถยนต์ที่มียอดขายรถปิกอัพสูงสุดแซงหน้าเพื่อน ๆ ในอุตสาหกรรม แถมยังมียอดขายวิ่งไปแตะในแดนบวก ขณะที่หลาย ๆ ค่ายต้องเรียกว่าสาหัสแม้จะเห็นความชัดเจนมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่อีซูซุยังถ่อมตนว่าท้ายที่สุดต้องรอตัวเลขอย่างเป็นทางการ อะไรคือเหตุแห่งปัจจัยความสำเร็จวันนี้ “ทาเคชิ คาซาฮาระ” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มาบอกเล่าถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จ ไปติดตามกัน

Q : รับมือระบาดระลอกสองอย่างไร

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 2 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่าอีซูซุไม่สามารถจัดกิจกรรมออฟไลน์ได้ ทำให้การพบปะกับลูกค้าได้น้อยลง ส่งผลให้อีซูซุมียอดขายลดลงไปนิดหน่อย

แต่พอเข้าสู่ช่วงต้นปี สถานเริ่มกลับมาคลี่คลายขึ้น โดยเฉพาะมีปัจจัยบวกด้านวัคซีนออกมา ทำให้ความกังวลต่าง ๆ หายไป ทำให้เชื่อว่ายอดขายในช่วงไตรมาสแรกของอีซูซุจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในสถานการณ์นี้ อีซูซุค่อนข้างได้เปรียบด้านผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีการเปิดตัวออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ ปลายปี 2019 แต่ยังไม่ครบทุกรุ่น และในปี 2020 เราออกรุ่นความสูงมาตรฐาน เกียร์อัตโนมัติมาเสริม รวมถึงไลฟ์สไตล์ปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ X-Series และปลายปีออกออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ทำให้อีซูซุมีรถยนต์ครบทุกไลน์อัพ และเป็นรถรุ่นใหม่ทั้งหมด

Q : อะไรคือความได้เปรียบของอีซูซุ

ความได้เปรียบ และจุดแข็งของอีซูซุเป็นเรื่อง “ความคุ้มค่าเงินสูงสุด” ในความคิดของลูกค้า นั้นก็เป็นผลมาจากการที่อีซูซุมีความตั้งใจนำเสนอและพัฒนาคุณภาพรถที่ดีมาก

อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีมาก ราคาขายต่อที่ดีมาก และเครือข่ายการบริการที่ดีมาก ทำให้ลูกค้าที่จะต้องใช้รถในภาวะที่ยากลำบากแบบนี้และมีรายได้จำกัด ลูกค้าจึงเลือกซื้อรถของอีซูซุ

ทั้งนี้ อีซูซุยังเชื่อได้ว่าโมเมนตัมของรถปิกอัพยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง และไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ เพราะรถปิกอัพมีข้อได้เปรียบอยู่มาก เนื่องจากเป็นรถอเนกประสงค์ที่ใช้ทั้งทำงานและส่วนตัวได้ด้วย

Q : ประเมินตลาดปีนี้

สำหรับปีนี้ในส่วนของการคาดการณ์ตลาดรวมประเมินค่อนข้างยาก นั่นเป็นเพราะมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนเยอะ โดยเฉพาะสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในประเทศและทั่วโลก ต้องดูว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบไหน ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น เศรษฐกิจก็จะกระเตื้องรวมถึงทำให้การส่งออกและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดีขึ้น ตลาดรถยนต์เมืองไทยก็จะดีขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้าเป็นไปในทางตรงข้ามก็จะไม่ดี อย่างตลาดในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา มียอดขายรวมทั้งสิ้น 114,506 คัน เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้วลดลง 18.2% ทั้งนี้ อีซูซุยังเชื่อว่าตลาดรถยนต์น่าจะสามารถเพิ่มขึ้นได้ เมื่อเทียบกับช่วงปีที่แล้ว และคาดว่าน่าจะมียอดขายรวมไปอยู่ที่ระดับ 860,000-870,000 คัน เพิ่มขึ้น 9-10% จากปีก่อน

ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ทรงตัวไม่ดีขึ้นหรือเลวลง และอีซูซุเชื่อว่าหากอุตสาหกรรมยังสามารถรักษาระดับกลาง ๆ ไม่ดีไม่เลว ถ้ายังรักษาระดับได้แบบนี้ถือว่าโอเค

Q : ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่น่ากังวลมั้ย

สำหรับปัจจัยที่ยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด คือสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว อีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาดรถยนต์ขายดีหรือไม่ ยังมีเงื่อนไขอยู่ที่ไฟแนนซ์ ว่าจะเข้มงวดเรื่องการปล่อยสินเชื่อมากขนาดไหน ถ้าเข้มมากจะมีผลต่อตลาดรถยนต์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19นี้ก็ระบาดมา 1 ปีแล้ว ดังนั้น เงื่อนไขความเข้มงวดจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน หากแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมาก คือ การส่งออกและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากกว่า

Q : ช่วงที่ผ่านมาพบปัญหาหนี้เสียมากน้อยแค่ไหน

ในส่วนของปัญหาเรื่อง NPL ของลูกค้าอีซูซุไม่สูงเลย เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และอีซูซุไม่มีนโยบายตัดราคาขายรถ ลูกค้าที่มาซื้อรถอีซูซุจึงมีกำลังซื้อ อีกทั้งอีซูซุมีบริษัทไฟแนนซ์ของตัวเอง คือ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด ซึ่งมีการเสนอเงื่อนไขที่ดีให้กับลูกค้าของเราเองได้ หรือบริษัทไฟแนนซ์อื่นก็คงรับจัดให้ลูกค้าอีซูซุ เพราะเขาจะเลือกลูกค้าที่มีกำลังซื้อ

Q : ตั้งเป้าปีนี้ไว้อย่างไร

สำหรับตลาดปิกอัพปีที่แล้วมียอดขายรวม 364,932 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 46.1% แต่ปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยคาดการณ์ไว้ที่ 376,000 คัน ถือว่าไม่ค่อยต่างกันจากปีที่แล้วเท่าไร อย่างปีที่แล้วรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายด้านสินเชื่อต่าง ๆ ให้กับสถาบันการเงิน ถ้าเป็นแบบนั้นก็จะกระตุ้นตลาดรถยนต์ได้ ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ อีซูซุมียอดขายปิกอัพรวม 26,313 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 50.4% มิว-เอ็กซ์ขายได้ 3,285 คัน มีส่วนแบ่ง 36.1% รถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่จำนวน 2,127 คัน มีส่วนแบ่ง 45.4% รวม 31,725 คัน ถือว่าในช่วง 2 เดือนแรกนี้สถานการณ์อีซูซุอยู่ในสภาวะที่ดีมาก เหตุผลหลักคือ ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ที่เปิดตัวปลายปีที่แล้ว กระแสดีมากต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ส่วนออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ที่เปิดตัวปลายปี 2019 กระแสแรงจนถึงปีนี้เหมือนกัน และเชื่อว่ายังคงแรงไปจนถึงสิ้นปี เพราะลูกค้าอีซูซุยังคอยรถอยู่ แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ไม่แน่นอนหลายประการ แต่อย่างไรก็ตาม เราพยายามผนึกกำลังกับตัวแทนจำหน่าย ปีนี้เราอยากขายให้ได้เท่ากับปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วเป็นปีที่ดีมากสำหรับเรา โดยปีที่แล้ว รถอีซูซุมียอดขายรวมทั้งสิ้น 181,194 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 22.9% ของตลาดรถยนต์รวม หรือ 44% ของตลาดรถปิกอัพของไทย ในขณะที่อีซูซุมิว-เอ็กซ์มีส่วนแบ่งการตลาด 18.3% และรถบรรทุกขนาดกลาง-ใหญ่ 50%

Q : ปัญหาเรื่องการซัพพลายชิ้นส่วน

ตอนนี้อีซูซุยังมีปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนบางส่วนอยู่ แต่ยังไม่ถึงกับรุนแรงมาก จากนี้ไปน่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่ทราบดี semiconductor ขาดแคลนทั่วโลก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ