เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

พิธา รับปาก ตั้งสภา SMEs ให้มีอำนาจต่อรองทุนใหญ่

13 มิ.ย. 2566 | 18:39น.
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

พิธา ยกคณะพบสมาพันธ์เอสเอ็มอี รับปาก ให้ความสำคัญ ผลักดันตั้งสภา SMEs ต่อรองทุนใหญ่

วันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล แถลงภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมหารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยว่า ได้พูดคุยถึงทิศทางการบริหารเศรษฐกิจแบบมหภาค และลงลึกถึงสถานการณ์ของ SMEs โดยเฉพาะสถานการณ์ภายในช่วงวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว จะเห็นว่าในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เงินกู้ และสัดส่วนของเอสเอ็มอี ต่อจีดีพีของแต่ละประเทศหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงได้สอบถามความต้องการของทางสมาพันธ์เอสเอ็มอี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสมุดปกขาว และการชี้แจงนโยบายสำคัญสำคัญ ที่จะมีส่วนช่วยเอสเอ็มอี ทั้งหวยใบเสร็จ หรือการผ่านกฎหมายต่างๆ เพื่อที่จะตั้งสภาเอสเอ็มอี

แม้ว่าขณะนี้ จะเป็นเพียงสมาพันธ์ แต่ต่อไปเราอยากจะทำให้เป็นสภาเพื่อให้เป็นระดับเดียวกับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า เพื่อเข้าร่วมประชุมกับภาครัฐ สร้างโอกาสและแต้มต่อในการต่อรอง และสามารถตัดลดต้นทุนทางพลังงาน ดอกเบี้ย และกฎหมายที่ไม่จำเป็น ที่ส่งผลต่อต้นทุนของ SMEs รวมถึงการขอใบอนุญาตต่าง ๆ จากทางราชการ

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

“พรรคก้าวไกลพร้อมทำงานกับ SMEs ไทยทุกคนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอี เพราะเราถือว่า SMEs คือรากฐานของเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมา งบประมาณช่วยเหลือ SMEs มีเพียง 2,700 ล้านบาท เรือดำน้ำลำเดียว 30,000 ล้านบาท ชัดเจนมากว่าการดำเนินการของภาครัฐก่อนหน้านี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อยที่มากเพียงพอ” นายพิธากล่าว

นายพิธากล่าวว่า เรื่องสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน ที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ และในขณะเดียวกันต้องลดค่าใช้จ่ายของทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ ทั้งในเรื่องของค่าไฟฟ้า ค่าดอกเบี้ย ที่ต้องเสียให้กับภาครัฐอย่างครบวงจร ทั้งนี้จะเป็นการเพิ่มสัดส่วนให้กับ SMEs ในการขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศไทย

พรรคก้าวไกลไม่ได้ต้องการเพียงแค่ประคับประคองให้เอสเอ็มอีไทยอยู่รอด แต่ต้องการทำให้เอสเอ็มอีไทยมีศักยภาพในการทำธุรกิจมากขึ้น มีขีดความสามารถในการแข่งขันและมีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถเติบโตอย่างเข้มแข็งในระยะยาว ผ่านแนวทาง 5 ต.

ประกอบด้วย 1.แต้มต่อ เช่น นโยบายหวยใบเสร็จ 2.เติมทุน เช่น นโยบายทุนสร้างตัว รายละ 100,000 บาท 3.ตัดต้นทุน เช่น นโยบายเอสเอ็มอี นำค่าแรงขั้นต่ำหักภาษีได้ 2 เท่าเป็นเวลา 2 ปี 4.เติมตลาด เช่น นโยบายกำหนดชั้นวางสินค้า SME ในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และ 5.นโยบายตั้งสภา SMEs ให้มีอำนาจต่อรองเทียบเท่าทุนใหญ่

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายให้มีการทบทวนหรือ “กิโยติน” กฎหมายและใบอนุญาต เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นสำหรับภาคธุรกิจ โดยภายใน 4 ปีตั้งเป้ายกเลิกใบอนุญาต 50% และยกเลิกทุกกฎหมายที่เป็นอุปสรรค รวมถึงออกกฎหมายเพื่อรับประกันกรอบระยะเวลาของกระบวนการพิจารณาใบอนุญาตไว้ที่ไม่เกิน 15 วัน หากหน่วยงานพิจารณาเสร็จไม่ทันภายใน 15 วัน ให้ถือว่าคำขออนุญาตนั้น มีผลบังคับใช้เหมือนใบอนุญาตทันที

ทั้งนี้ ยังขอยืนยันคำเดิม และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ขับเคลื่อนชุดนโยบายเหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้จริงภายใน 4 ปีของการเป็นรัฐบาล