“บิ๊กตู่” โวยกระจายอำนาจแล้ว แต่ถนนพังคนยังมาด่ารบ. สั่งจัดอบรมทิศทางบ้านเมืองก่อนเลือกตั้ง

แฟ้มภาพ

“บิ๊กตู่” ฉุนถนนหมู่บ้านทรุด แต่ชาวบ้านแห่ด่ารัฐบาล-นายกฯ ทั้งที่กระจายงบฯไปแล้ว คาดโทษพื้นที่ไหนละเลยลงโทษแน่ สั่งท้องถิ่นก่อน 3 เดือนเลือกตั้ง จัดหลักสูตร ขรก.-ชาวบ้าน-ท้องถิ่น กอดเข่าคุยรู้ทิศทางบ้านเมือง ยันเพิ่มโปรโมชั่นบัตรคนจนไม่ใช่ประชานิยม แต่ต้องไม่มีปัญหา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “หนึ่งองศาขยับ ปรับเปลี่ยนประเทศไทย : กำลังคนคุณภาพกับการปฏิรูปประเทศเชิงบูรณาการ” ตอนหนึ่งว่า การกระจายอำนาจรัฐบาลทำมาโดยตลอด จากเดิมที่ทำจากส่วนกลาง วันนี้เราได้กระจายไปกว่า 200-300 กิจกรรม ให้ท้องถิ่นลงไปทำเองหลายคนไม่รู้ก็กลับมาด่ารัฐบาล ด่านายกฯ เรื่องถนนในหมู่บ้านชำรุดก็กลับมาด่านายกฯ คนในพื้นที่ไม่โดนด่า ไม่เข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของใคร ดังนั้นถ้าเป็นพื้นที่ท้องถิ่นใดไม่ทำ มีการรายงาน หรือแจ้งให้ตนทราบก็จะลงโทษ ตนจะสั่งการด้านงบประมาณให้ลงไปทำ หลายพื้นที่ตนทำเช่นนี้ อย่างที่มีชาวบ้านนุ่งผ้าถึงไปอาบน้ำบนถนน ตนก็ทำให้แล้ว ความจริงเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะต้องมาถึงตน


“เรื่องนี้มันเกิดจากประชาธิปไตยที่ถูกบิดเบือน แม้พื้นที่เหล่านั้นจะมีการกระจายอำนาจไปถึงท้องถิ่นแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. หรือ เทศบาล นายกฯไม่ได้เป็นคนเลือก แต่ประชาชนเป็นผู้เลือกขึ้นมา ดังนั้นเราต้องสร้างการเรียนรู้ลงไปในพื้นที่ ว่าการจะเป็นประชาธิปไตยจะต้องเลือกคนแบบไหนขึ้นมา ต้องมีความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่ทุกคนเข้าไปรุมแล้ว ไอ้นี่ก็จะไม่ให้ ส่วนกลางก็กลายเป็นเรื่องการหวงงบประมาณ ท้องถิ่นก็ไม่ยอมอยากได้มาเยอะๆ แต่บางอย่างให้ไปก็ยังทำไม่ได้ และไม่ใช่ว่าไม่มีงบประมาณ แก้ภาษีได้ 7 หมื่นกว่าล้าน รัฐบาลโปะลงไปอีก 3 แสนล้าน ก็ต้องทำงบ3แสนล้านตรงนี้ให้มีคุณภาพ หากไม่พอส่วนกลางก็พร้อมจะเติมงบลงไป เรื่องนี้ต้องเรียนรู้ไม่ใช่จะต่อต้านกันทุกเรื่อง ทุกอย่างมันจะกลับไปที่เดิมกลายเป็นแบบเก่าทั้งหมด มันต้องแยกทีละเรื่อง ถ้าเอาทุกเรื่องมารวมกันองศาก็จะร้อนเกินไป ทุกอย่างอย่าให้มันร้อนเกินไป หรือหนาวเกินไป เราต้องคำนึงถึงผลลัพธ์และความต้องการของประชาชนคืออะไร การกำหนดผลสัมฤทธิ์ เจตนารมณ์ทางการเมือง คือต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ทุกเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า การพัฒนาภาครัฐขอฝากหัวข้อสัมมนาเราจะพัฒนาภาคประชาชนได้อย่างไร จะพัฒนาการเมืองอย่างไรไปด้วย เราต้องเป็นคนนำแต่ไม่ใช่นำไปว่าใคร แต่ต้องนำให้เข้าใจ เช่น ประชาธิปไตยควรเป็นอย่างไร การเลือกตั้งควรจะเป็นอย่างไร ท้องถิ่นที่ว่าด้วยเรื่องการกระจายอำนาจคืออะไร ถ้าหากยังไม่รู้ให้เปิดในเว็บกดคำว่ากระจายอำนาจ แต่การกระจายอำนาจต้องปรับของเดิมด้วย เพราะแค่อำนาจ การจัดซื้อจัดจ้าง แค่งบประมาณมันอันตราย

“ก่อนเลือกตั้งผมอยากให้ท้องถิ่นมีอบรมหรือหลักสูตรต่างๆ รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ไม่ใช่เพื่อให้มารักผม เลือกตั้งใครก็ยังไม่รู้ แต่ให้เขารู้ว่าบ้านเมืองจะต้องไปอย่างไร ให้เขาถ่ายทอด และอธิบายว่าท้องถิ่นจะต้องทำอะไรกับประชาชนให้เขาเข้าใจ ฉะนั้นต้องมีการเสวนาลักษณะนี้ในทุกจังหวัด เอาข้าราชการ ประชาชน และท้องถิ่นทุกประเภทมาคุยกัน ไม่อย่างนั้นคุยแต่ละพวกเกิดยาก เพราะไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง วันนี้เราต้องเร่งตรงนี้ภายใน 3 เดือนต้องทำให้เร็ว ไม่อย่างนั้นเป็นปัญหาขัดแย้งไปหมด เดี๋ยวจะมีเลือกตั้งท้องถิ่นอีก ก็จะติดไปหมด เพราะที่ผ่านมาไม่ได้สนใจตรงนี้ การเมืองในพื้นที่หรือนักการเมืองก็ต้องสนใจตรงนี้”นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าฉะนั้นวันหน้าหากใครเขาบอกให้ทำนี้ทำโน้นให้ ต้องถามเขาว่าทำได้จริงหรือเปล่า เอางบประมาณจากที่ไหน กฎหมายมีหรือไม่ ทำอย่างนี้จะเสียหายตรงไหน แต่ถ้ามันดีก็โอเครับได้ แต่ถ้ามันไม่มีดีทำไปก็เสียหายอีก เพราะทุกคนมองตัวเองเป็นหลัก นั้นเป็นสิ่งที่บ้านเมืองเราต้องเปลี่ยนแปลง สำคัญเรื่องคนดีมีคุณภาพ องค์กรดีมีจริยธรรม กฎหมายดีเป็นธรรม บูรณาดีมีส่วนร่วม ผลสัมฤทธิ์ดี ประชาชนไม่ขัดแย้ง ประเทศชาติดี เป็นการเพิ่มองศาเพื่อให้ประเทศปลอดภัย ยั่งยืน ประชาชนรายได้น้อยเขาไม่เข้าใจง่ายๆ ท่านต้องอธิบายไปนั่งพูดกอดเข่ากับเขา พูดให้ดีก็แล้วกัน

 

ที่มา : มติชนออนไลน์