สามมิตร ลุ้นเลขาธิการ พปชร. คนใน-นอก วิ่งเขย่าโผ ครม. ประยุทธ์ 2/5

รายงานพิเศษ

เอฟเฟ็กต์การปลดฟ้าผ่า “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” เหรัญญิก พปชร. ยังถูกพูดถึงเป็น talk of the town ไม่รู้จบ

พลังประชารัฐ ที่มี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” เป็น “หัวหน้าพรรค” – คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็น “หัวหน้ารัฐบาล” ยัง “ฝุ่นตลบ”

การ “ล้างไพ่” กรรมการบริหาร (กก.บห.) – ปรับโครงสร้างบริหารพรรคเพื่อจัดดุลอำนาจของพรรคใหม่ยังต่อรองกัน “ไม่ลงตัว” เมื่อ “กลุ่มอำนาจเก่า” ยังกุมทิศทาง-หางเสือการนำภายในพลังประชารัฐ ปัญหาภายในพรรค “คาราคาซัง”

ซื้อเวลาไม่ให้ “พรรคแตก”

3 ขุมอำนาจเสาหลักสำคัญพลังประชารัฐกลับไม่ได้-ไปไม่ถึง 1.เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ของ “ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส 2.เหรัญญิกพรรค ของ “อาจารย์แหม่ม” นฤมล และ 3.นายทะเบียนพรรค “บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์”

“แคนดิเดตแม่บ้านพลังประชารัฐ” ที่ “รอเสียบ” ที่คาดหมายกันว่าเป็น “ตัวเต็ง-นอนมา” อย่าง “สันติ พร้อมพัฒน์” ผู้อำนวยการพรรค-กบฏ 4 ช. ยังต้อง “ร้องเพลงรอ” ไปก่อน

และที่ wait and see คือ “กลุ่มสามมิตร” ที่รอ “รีเทิร์น” กลับมา “กุมอำนาจนำ” หลังจาก “แสดงตัว” อยู่เคียงข้าง “พล.อ.ประยุทธ์” ในวันที่เพลี่ยงพล้ำ-วางตัว “เหนือความขัดแย้ง”

การอยู่ต่อไป-มีตำแหน่งในพลังประชารัฐเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และ “อยู่กันไปก่อน” แต่ไม่มีตำแหน่งแห่งที่ใน ครม.ย่อมเป็นข้อเสนอที่ “ธรรมนัส-นฤมล” ยากจะรับได้-รอวันลาโรง

ข้อต่อรองระหว่าง “พล.อ.ประวิตร” กับ “ธรรมนัส-นฤมล” ยัง “ไม่บรรจบ” เปรียบเสมือน “เส้นขนาน” แม้ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตรจะกล่อมให้ “อยู่ต่อ” แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการ “ซื้อเวลา” ไม่ให้พลังประชารัฐ “แพแตก”

เพราะ “อำนาจตัดสินใจ” ข้อเสนอให้ “บรรลุผล” คือ “พล.อ.ประยุทธ์” ผู้มีอำนาจปรับ ครม. “แต่เพียงผู้เดียว” เพราะ “พล.อ.ประวิตร” คงไม่ยอมหั่นสายสัมพันธ์ “พี่-น้อง 3 ป.” ที่แนบแน่นกว่า 50 ปีให้ “ขาดสะบั้นลง”

เมื่อ “ธรรมนัส-นฤมล” ไม่ประนีประนอม แต่เลือกที่จะโยนข้อเสนอ “แตกหัก” ทั้งที่รู้ว่า “เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ” เพราะไม่ว่า พล.อ.ประวิตรจะยอม “กลืนเลือด” หรือ “แตกหัก” กับ “พล.อ.ประยุทธ์” พลังประชารัฐย่อมหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลง-ไม่เหมือนเดิม

เพราะ “ร.อ.ธรรมนัส” ลั่นวาจา “ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ” ไปที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ที่มี “สันติ-กบฏ 4 ช.” เป็น “เจ้าที่” และ “เป็นคนจำนาน” ตราบใดที่เขายังกุมอำนาจ “แม่บ้านพรรค” สามารถให้คุณ-ให้โทษใครก็ได้ โดยเฉพาะการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่า ส.ส.เขต หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรคพลังประชารัฐจึงอยู่ในสถานะ “สุญญากาศ”

หากยอม “กลืนเลือด” ขับพ้นพรรค “ร.อ.ธรรมนัส” ไปตั้ง “พรรคใหม่” หรือซบ “บ้านหลังเก่า” ย่อม “ยื่นดาบให้ศัตรู” แต่หากปล่อยให้ “ยืดเยื้อ” ย่อมเกิดการ “คิดบัญชีแค้น”

พลังประชารัฐจึง “ร้าวลึก” และ “ไม่มีทางเลือกอื่น” นอกจากยอมรับการ “เปลี่ยนแปลง” เพื่อ “เปลี่ยนผ่าน” ไม่ให้ความขัดแย้งระหว่าง “กลุ่มธรรมนัส” กับ “กบฏ 4 ช.” – ไอ้ห้อย-ไอ้โหน กลายเป็น “น้ำผึ้งหยดเดียว” พลังประชารัฐล่มสลาย

โยนหินถามทางปรับ ครม.

ขณะเดียวกัน “คลื่นใต้น้ำ” ภายในพรรคพลังประชารัฐ ย่อมส่ง “แรงกระเพื่อม” ถึงการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/5 อยู่ที่ว่าจะ “ปรับเล็ก” เพียง 2 ตำแหน่ง คือ 1.รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ 2.รมช.แรงงาน หรือจะถือโอกาส “ปรับใหญ่”

แม้ ณ เวลานี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังยืนยัน
“ไม่ปรับ ครม.” เพราะ “ยังไม่ถึงเวลา” แต่ “ไม่ช้าก็เร็ว” อย่างเร็วคือ ตุลาคม หลังจากมีข้าราชการเกษียณอายุราชการ อย่างช้าจนกว่าความขัดแย้งภายในพลังประชารัฐจะได้รับการสะสาง โผ ครม.ประยุทธ์ 2/5 ที่ถูก “โยนหินถามทาง” มีทั้ง “คนใน” เนื่องจากเป็น “โควตาพรรค” ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 14 ส.ส.ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ดูจะเนื้อหอมเพราะมีทั้ง ร.อ.ธรรมนัส-สันติ-สามมิตรช่วย
กันดู

ขณะที่ “คนนอก” สปอตไลต์ส่องไปที่การ “ขึ้นชั้น” เสนาบดีของ “บิ๊กฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย-มือขวา “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย “พี่รอง” 3 ป. มานั่ง “รมช.มหาดไทย” เตรียมปูทางให้พรรคสำรอง-พรรคอะไหล่ 3 ป. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

แหล่งข่าวภายในพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การใช้พรรคสำรองอย่างพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังเป็นแค่พรรคอะไหล่ของพี่น้อง 3 ป. เพราะภายใต้กติกาใหม่ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โอกาสที่จะเกิดได้แต่จะไม่โต

ตราบใดที่ “พล.อ.ประวิตร” เป็นหัวหน้าพรรค 3 ป. จะไม่มีทางปล่อยมือจากพรรคพลังประชารัฐแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีชื่อ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หรือ “ศบค.ชุดเล็ก” อยู่ใน “โผคนนอก”

อย่างไรก็ตาม “สไตล์ พล.อ.ประยุทธ์” จะไม่แต่งตั้งใครมา “ทับตำแหน่ง” กับ “บิ๊กไก่” พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม “ว่าที่เลขาฯ สมช.” แต่จะปล่อยให้ “คนใหม่” ทำงานเต็มกำลัง ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

ขณะที่ตำแหน่ง รมช.กลาโหมยากที่จะขยับ เพราะ “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ทำงาน “เข้าตา” พล.อ.ประยุทธ์อย่างมาก สามารถตอบคำถามนักการเมืองเขี้ยวลากดิน-ชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจแทน พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นอย่างดี

ทั้ง “บิ๊กฉิ่ง” ฉัตรชัย-ปลัดกระทรวงมหาดไทยและ “บิ๊กเล็ก” พล.อ.ณัฐพล-เลขาธิการ สมช. จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2564

นอกจากนี้ ยังมี “สูตรไขว้” สลับเก้าอี้ “รัฐมนตรีพรรคร่วม” เพื่อเปิดทางให้ “รัฐมนตรีโควตาพลังประชารัฐ” เหมือนเมื่อครั้งปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/4 ที่โยกเก้าอี้ รมช.พาณิชย์-ประชาธิปัตย์ กับ รมช.คมนาคม-ภูมิใจไทย


3 ป.ประวิงเวลาปรับ ครม.

“พี่น้อง 3 ป.” จึงอยู่ในสถานะต้องฝ่าอุปสรรคหลายอย่าง เพราะหากเลือก “คนนอก” ย่อมกลายเป็น “จุดอ่อน” ให้ถูก “ตีซ้ำสอง” เพราะไม่เห็นความสำคัญของ ส.ส.พลังประชารัฐ-ยกโควตารัฐมนตรีให้คนนอก

ยกเว้นเสียแต่ว่าจะส่ง “บิ๊กฉิ่ง-บิ๊กเล็ก” เข้าไปมีบทบาทในพลังประชารัฐ ในคราวปรับโครงสร้างบริหารพรรคในคราวเดียวกัน

ข่าวลือเรื่อง “ยึดพรรค” จึงหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้น “พล.อ.ประยุทธ์” จะเข้ามาเป็น “หัวหน้าพรรค” แทน “พล.อ.ประวิตร” ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย

เพราะหาก พล.อ.ประวิตร “เอาไม่อยู่-วางมือ” พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องลงมือ-ลงมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วยตัวเอง

หาก “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นอกจากจะกลายเป็น “คู่แข่ง” กับพรรคร่วมรัฐบาล-พรรคฝ่ายค้านเต็มตัวแล้ว “รัฐมนตรีโควตากลาง” ยังต้องถูกยกริบคืน-เกลี่ยเก้าอี้กระทรวงเกรดเอให้พรรคร่วมรัฐบาลใหม่

ที่สำคัญรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ใช่รัฐบาลของคนทั้งประเทศอีกต่อไป

“ไพบูลย์ นิติตะวัน” แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พปชร.ไม่มีการปรับโครงสร้างใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีคลื่นลม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ไม่จำเป็นต้องไปขยับใด ๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในช่วงหลาย ๆ เดือนต่อจากนี้ สงบ

ส่วนเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ยึดพรรคไม่จริงสักอย่าง เรื่องพรรคนิ่งเดินหน้าไป เตรียมพร้อมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะยุบสภาหรือครบวาระ เมื่อเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็พร้อม แต่ไม่มีเหตุที่จะยุบสภา

“รัฐบาลตอนนี้อยู่สบาย ๆ เพราะกว่าจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ต้องรอ 22 พฤษภาคม 2565 ถึงจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบใหม่ได้ และตอนนี้ไม่มีกฎหมายสำคัญ ๆ อะไรที่น่าห่วง ช่วงนี้จนถึงพฤษภาคม 2565”

แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การปรับ ครม.เดือนตุลาคมเป็นไปได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรีบเพราะสถานการณ์คงนิ่งไปสักพักใหญ่ จนกว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจในปีหน้า

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ