อสังหาฯ แก้เกมแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อบ้านต่ำ 3 ล้าน ผุดโมเดลทางการเงินช่วยกลุ่มเรียลดีมานด์

บ้าน

อสังหาฯ แก้เกมแบงก์ไม่ปล่อยสินเชื่อบ้านต่ำ 3 ล้าน ผุดโมเดลนวัตกรรมทางการเงินเพื่อช่วยเหลือคนอยากได้บ้านให้มีโอกาสเข้าถึงการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย

วันที่ 12 เมษายน 2567 ข้อมูลจาก DDproperty Thailand เปิดเผยว่า คนอยากซื้อบ้านน้อยลงในยุคดอกเบี้ยสูง สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงไม่ฟื้นตัว สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-ล่างยังคงมีความเปราะบางทางการเงินจึงจำเป็นต้องลดการก่อหนี้ใหม่และอีกปัจจัยหนึ่งจากการที่มีรายได้ไม่มั่นคง ก็คือเสี่ยงถูกปฏิเสธสินเชื่อ

ดีเวลลอปเปอร์ ผุดโมเดลซัพพอร์ตคนอยากมีบ้าน เจาะกลุ่มเรียลดีมานด์ที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 3 ล้านบาท แก้เกมยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง

นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN กล่าวว่า “ปัจจุบันอัตราการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 31% และอัตราการปฏิเสธสินเชื่ออยู่ที่ 69% เนื่องจากมาตรการที่เข้มงวดของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงทำให้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีทางออกสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจากบริษัท ซึ่งมีความสามารถในการผ่อน แต่อาจจะยังมีภาระหนี้สินที่อาจทำให้ธนาคารไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อได้ในขณะนี้ ต้องใช้ระยะเวลาในการปิดภาระหนี้และสร้างประวัติทางการเงินที่ดีก่อนยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคารอีกครั้ง หรือในกรณีที่ลูกค้าประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ต้องการสร้าง statement รายรับ-รายจ่าย เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร เป็นต้น

Advertisment

จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทจึงเล็งเห็นถึงความต้องการของเรียลดีมานด์ที่เผชิญกับอุปสรรคในการซื้อที่อยู่อาศัย จากการที่แบงก์ปฏิเสธสินเชื่อในอัตราที่สูงในปัจจุบัน จึงเกิดเป็นมาตรการของบริษัท ที่จะช่วยซัพพอร์ตลูกค้าผ่านแคมเปญ “LPN ดูแลให้” และ “LPN เคลียร์ให้” เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวมีระยะเวลาสิ้นสุดแคมเปญถึง 31 ธันวาคม 2567

สำหรับเงื่อนไขและรายละเอียดแคมเปญ “LPN ดูแลให้” และ “LPN เคลียร์ให้” มีดังนี้

  1. แคมเปญ “LPN ดูแลให้”

ในกรณีที่ลูกค้ายื่นเอกสารเพื่อขออนุมัติสินเชื่อกับธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ธนาคารยังไม่สามารถพิจารณาอนุมัติได้ โดยลูกค้าสามารถยื่นเรื่องผ่อนดาวน์กับ LPN ทำสัญญาปีต่อปี (ระยะเวลาสูงสุด 2 ปี) ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ (บ้านและคอนโดฯ) ที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว จะต้องมีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อสร้างความพร้อมด้านการเงินให้กับลูกค้าก่อนขอสินเชื่อกับธนาคารอีกครั้ง

  1. แคมเปญ “LPN เคลียร์ให้”

เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้กับลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อ และสร้างโอกาสการขายที่อยู่อาศัยให้กับ LPN จึงพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน ด้วยการให้สินเชื่ออเนกประสงค์ (Non-bank) ในกรณีธนาคารปล่อยสินเชื่อไม่เต็ม 100% หรือกรณีลูกค้าต้องการนำเงินไปปิดภาระหนี้ต่าง ๆ เพื่อสร้างประวัติทางการเงินที่ดี โดยเงื่อนไขแคมเปญดังกล่าว เป็นการอนุมัติวงเงินกู้ไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับโครงการบ้าน (ไม่จำกัดราคาบ้าน) และวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม (ไม่จำกัดราคาคอนโดมิเนียม) ซึ่งลูกค้าจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราคงที่ร้อยละ 6% ต่อปี สามารถผ่อนสูงสุด 24 เดือน

Advertisment

ด้าน ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บวกกับปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง อัตราเงินเฟ้อ ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้นไม่สอดคล้องกับการปรับตัวของรายได้ รวมถึงนโยบายการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีความเข้มงวด

ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่ม New Gen และกลุ่มผู้มีกำลังซื้อระดับปานกลาง-ล่าง มักจะถูกปฏิเสธสินเชื่อ จากปัญหาดังกล่าวบริษัทจึงพัฒนานวัตกรรมทางการเงินขึ้นมา ประกอบด้วย “เงินสดใจดี” และ “LivNex เช่าออมบ้าน”

1.เงินสดใจดี

“เงินสดใจดี” เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองแต่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือติดปัญหาต่าง ๆ โดยมีทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่มีแนวโน้มอาจกู้สินเชื่อบ้านไม่ผ่านสามารถมาใช้บริการทางเลือกได้ นำเสนอบริการหลัก 3 ส่วน ประกอบด้วย

1.วิเคราะห์สถานะทางการเงินของลูกค้าด้วยเครดิตบูโร และ DSR-Debt Service Ratio (ความสามารถในการผ่อนชำระ) ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญและแนะนำสินเชื่อที่เหมาะสมกับเครดิตของลูกค้ามากที่สุด 2.บริการสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อรายย่อย ภายใต้ 2 ใบอนุญาตในกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการซื้อบ้าน ในกรณีที่สถานะทางการเงินยังไม่เป็นไปตามกำหนดของธนาคาร 3.การสร้างเครดิตผ่านการเช่าซื้อ เพื่อสร้างประวัติการชำระเงินและเครดิตที่ดี เพื่อเป็นเจ้าของบ้านต่อไปในอนาคต

โดยเงินสดใจดี ได้เริ่มทดลองให้บริการในปี 2566 ผลลัพธ์เป็นไปในทิศทางที่ดี สามารถช่วยให้คนเป็นเจ้าของที่พักอาศัยจากยอดที่ธนาคารปฏิเสธ (กู้ไม่ผ่าน) 7-10% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท และปี 2567 ตั้งเป้าช่วยให้คนเข้าถึงการมีบ้าน หรือลดยอดปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารได้อย่างน้อยที่ 10-15% ซึ่งก็จะสะท้อนโดยตรงไปถึงยอดขายบ้านของเสนาฯ ที่จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

  1. LivNex เช่าออมบ้าน

รูปแบบของ LivNex จะเป็นการทำสัญญา “เช่าออมบ้าน” โดยเงินค่าเช่าที่ลูกบ้านจ่ายจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ เงินเช่าออมสะสม และเงินดอกเบี้ย ซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาดที่ 1.8% สัญญามีระยะเวลา 3 ปี ค่าเช่ารายเดือนทุกเดือนจะถูกหักดอกเบี้ยและสะสมไว้ให้ลูกบ้านจนครบสัญญา หรือเมื่อพร้อมกู้เงินสินเชื่อ ลูกค้าจะสามารถซื้อบ้านได้ในราคาบ้านที่หักเงินเช่าออมสะสม

“ยกตัวอย่าง คอนโดฯ ราคา 1 ล้านบาท ลูกบ้านจ่ายค่าแรกเข้า 3 เดือน 12,300 บาท จากนั้นผ่อนเช่าออมบ้านต่อ เดือนละ 4,100 บาท ซึ่งเมื่อหักดอกเบี้ยแล้วจะเหลือส่วนที่เป็นเงินเช่าออมบ้านสะสมเดือนแรก 2,618 บาท โดยจะสะสมเพิ่มขึ้นไปทุกเดือน (คิดดอกเบี้ยลดต้นลดดอก) เมื่อครบสัญญา 3 ปี ลูกค้าจะมีเงินสะสมรวมค่าแรกเข้าที่ 106,322 บาท และจะสามารถทำเรื่องซื้อคอนโดได้ที่ราคา 893,678 บาท จากราคาเดิม 1 ล้านบาท”

โดยนวัตกรรมดังกล่าว จะเป็นตัวช่วยให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังมีความพร้อมด้านการเงินไม่เพียงพอที่ต้องเช่าบ้านอยู่ กลุ่ม First Jobber, กลุ่มอาชีพอิสระที่ขาดเอกสารทางการเงินที่ครบถ้วน ปัจจุบัน LivNex มีโครงการที่พักอาศัยของเสนาฯ ให้เลือกเป็นเจ้าของทั้งหมด 19 โครงการ กระจายอยู่หลายทำเล อาทิ สุขุมวิท รามคำแหง บางนา แจ้งวัฒนะ รังสิต เป็นต้น โดยครอบคลุมทุกระดับราคาตั้งแต่ต่ำกว่าล้านจนถึงระดับราคาสูงกว่า 5 ล้านบาท