FPT ส่งมอบแวร์เฮาส์สั่งตัด 7.5 หมื่น ตรม. ให้ “เซ็นทรัลกรุ๊ป”

“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล” พร้อมส่งมอบศูนย์กระจายสินค้าให้ “เซ็นทรัล รีเทล” แล้ว

วันที่ 9 กันยายน นายโสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย หรือ “FPT” กล่าวว่า บริษัทลูก คือ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด ได้พัฒนาศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel พื้นที่ 75,000 ตารางเมตรแล้วอย่างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งมอบพื้นที่ให้แก่ เซ็นทรัล รีเทล

ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดพื้นที่การเช่าของกลุ่มเซ็นทรัล นับตั้งแต่ปี 2561 ที่ FPT ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้พัฒนาศูนย์กระจายสินค้าแบบ Built-to-Suit ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียให้แก่เพาเวอร์บาย ด้วยพื้นที่ขนาด 34,300 ตารางเมตร และเมื่อรวมขนาดพื้นที่ของศูนย์กระจายสินค้าทั้งสองแห่งนี้ จะทำให้ FPT มีพื้นที่เช่ารวมจากกลุ่มเซ็นทรัลมากกว่า 100,000 ตารางเมตร

โดยทั้งสองโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ติดกัน ในรูปแบบ “โลจิสติกส์แคมปัส” บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ของ FPT และนับเป็นศูนย์กระจายสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัลได้เป็นอย่างดี

ด้วยความเชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมของ FPT ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาและส่งมอบโลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาสแห่งนี้ให้แก่เซ็นทรัล รีเทล ได้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19

ภายในศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel แห่งนี้ ถูกออกแบบให้สามารถรองรับระบบจัดเก็บสินค้าหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังให้ความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับเทรนด์ด้านซัพพลายเชนและโลจิสติกส์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยให้มีพื้นที่ใช้งานแบบไฮบริด ประกอบด้วยโซนจัดเก็บสินค้าแนวสูง (High Zone) ที่มีการก่อสร้างให้มีความสูงมากถึง 25 เมตร

โดยพื้นอาคารสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 10 ตันต่อตารางเมตร สามารถรองรับการขยายงานและการติดตั้งระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ ได้ในอนาคต และโซนจัดเก็บสินค้าปรกติ (Low Zone) ความสูง 15 เมตร ที่ออกแบบเป็นเพื่อรองรับการขนถ่ายและกระจายสินค้าแบบ cross-dock

ศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel แห่งนี้ตั้งอยู่ในโครงการเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ บางพลี 6 ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่สะดวกต่อการกระจายสินค้าไปยังกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย โดยที่ตั้งโครงการอยู่ติดกับถนนสายหลัก ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนทางหลวง และถนนวงแหวนรอบนอก จึงทำให้เซ็นทรัล รีเทล สามารถดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เซ็นทรัล รีเทล ในการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์และกระจายสินค้าหลากหลายประเภท (multi-category) จากช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย (cross-channel) อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซุปเปอร์สปอร์ต, บีทูเอส, ร้านค้าในเซ็นทรัล รีเทล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ซีเอ็มจี), MUJI, เพาเวอร์บาย ฯ

นอกจากนี้ ศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel ของเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งพัฒนาโดย FPT ยังเป็นโครงการศูนย์กระจายสินค้าแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้ริเริ่มนำแนวคิดด้านความยั่งยืนผสานเข้ากับการออกแบบโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืนในหลายมิติ ทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการแฟล็กชิพนี้ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก (Human-Centric Approach) เพื่อสร้างให้เกิดความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต ดังจะเห็นได้จากรูปแบบของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศโดยรอบโครงการ ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดียิ่งขึ้น

ภายในยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ ศูนย์ฟิตเนส พื้นที่พักผ่อน ลู่วิ่ง สนามฟุตซอล ห้องอาหาร และอื่นๆ อีกทั้งยังออกแบบให้มีสะพานเชื่อมต่อระหว่างคลังสินค้าและห้องอาหารเพื่ออำนวยความสะดวกความปลอดภัยให้แก่พนักงาน นอกจากนี้แล้ว ยังมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของอาคารเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า สำหรับใช้ในภายในโครงการ ตลอดจนการออกแบบและก่อสร้างอาคารตามมาตรฐานอาคารสีเขียว หรือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design)

ดร. ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายบริหาร บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “เซ็นทรัล รีเทล เป็นรีเทลรายแรกที่สร้างแพลตฟอร์มฯ Omnichannel เชื่อมต่อระหว่างออฟไลน์และออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ เราให้ความสำคัญกับช่องทางออมนิชาแนลมาเป็นอย่างมาก เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด จึงร่วมมือกับ FPT สร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้ ให้เป็น Omnichannel ระดับเวิลด์คลาสที่ทันสมัย และใหญ่ที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับกลยุทธ์ด้านออมนิชาแนล

โดยเป็นคลังของสินค้า non-food จากทุกหน่วยธุรกิจของเครือเซ็นทรัล รีเทล พร้อมตอบรับกับทุกช่องทางการขายของเซ็นทรัล รีเทล ทั้งส่วน Physical Platform และ Digital Platform อย่างเว็บไซต์ Central Online, บริการ Chat & Shop, Click & Collect บริการ e-ordering

จึงมั่นใจได้ว่า ต่อให้ลูกค้าจะช้อปสินค้าผ่านช่องทางใด ก็จะได้รับประสบการณ์ที่ดีแบบเดียวกัน เพราะ Operation ของเราพร้อมจะ support และให้บริการอย่างไร้รอยต่อ ช่วยสร้างความพึงพอใจและความรวดเร็วในการจัดส่งให้ลูกค้ามากขึ้น และศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่นี้จะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยเสริมให้เซ็นทรัลรีเทลบรรลุเป้าหมายในการจัดส่งสินค้าได้ภายใน 1 ชั่วโมง สามารถรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของการขายผ่านช่องทาง Omnichannel ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของ เซ็นทรัล รีเทลในอนาคต”