ต้นสังกัด “บีทีเอส” ออกแถลงการณ์ขอโทษสมาชิกใส่เสื้อ “เอ-บอมบ์-หมวกนาซี” เผยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

AP Photo/Kin Cheung

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า บริษัทต้นสังกัดของบีทีเอส วงดนตรีเคป็อปซุปเปอร์สตาร์ ออกมาขอโทษเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ต่อกรณีที่สมาชิกของวงส่วนหนึ่งสวมเสื้อยืดที่มีภาพการระเบิดของระเบิดปรมาณู (เอ-บอมบ์) และหมวกที่มีสัญลักษณ์ของนาซี

เมื่อเร็วๆ นี้สถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นหลายแห่งได้ยกเลิกแผนที่จะให้ทางวงมาปรากฏตัวหลังจากที่มีภาพถ่ายของสมาชิกวงสวมเสื้อยืดลายดังกล่าวถูกส่งต่ออย่างแพร่หลายทางออนไลน์

วงบอยแบนด์เกาหลีชื่อดังยังประสบปัญหามากขึ้นอีก หลังจากมีรายงานข่าวว่าสมาชิกอีกรายสวมหมวกที่มีรูปสัญลักษณ์ของนาซีในการถ่ายสมุดภาพโฟโต้บุ๊กของนิตยสารฉบับหนึ่งและสมาชิกของวงหลายรายโบกธงที่ดูเหมือนจะเป็นรูปเครื่องหมายสวัสดิกะของนาซีในการแสดงคอนเสิร์ตหลายครั้งในอดีต

“เราต้องการที่จะขอโทษอย่างจริงใจอีกครั้งต่อทุกคนที่เจ็บปวด เศร้าเสียใจและอึดอัดใจจากความล้มเหลวและผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ด้วยการยืนยันว่าต่อไปนี้เรื่องราวทำนองนี้จะได้รับความใส่ใจระมัดระวังอย่างสูงสุด” บิ๊กฮิตเอ็นเตอร์เทนเมนท์ บริษัทตัวแทนของวงระบุไว้ในแถลงการณ์

ข่าวระบุว่า เสื้อยืดเจ้าปัญหาเป็นลายระเบิดปรมาณูที่อยู่ถัดจากรูปการเฉลิมฉลองการได้รับเอกราชของเกาหลีจากญี่ปุ่นเมื่อครั้งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1945 โดยสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมา และนางาซากิของญี่ปุ่นก่อนที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะยอมแพ้

Advertisment

ก่อนการแบ่งแยกเป็นเกาหลีเหนือและใต้ คาบสมุทรเกาหลีตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นระหว่างปี 1940-1945 ผู้คนจำนวนมากในทั้ง 2 เกาหลียังคงมีความขุ่นเคืองอย่างมากต่ออดีตเจ้าอาณานิคมอย่างญี่ปุ่น แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นน้อยมากในการเฉลิมฉลองหรือล้อเลียนเรื่องการทิ้งระเบิดปรมาณูในที่สาธารณะ

นักการเมืองของเกาหลีใต้วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของสถานีโทรทัศน์ญี่ปุ่นที่ยกเลิกการปรากฏตัวของบีทีเอส โดยกล่าวหาว่าญี่ปุ่นใช้ “มุมมองแบบมีตนเองเป็นศูนย์กลางในเรื่องประวัติศาสตร์” และปล่อยให้การเมืองแทรกแซงเรื่องการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าข้อขัดแย้งเรื่องเสื้อยืดจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความนิยมอย่างมหาศาลของวงในญี่ปุ่นเท่าไหร่นัก โดยรายงานข่าวระบุว่ามีผู้ซื้อตั๋วเข้าชมคอนเสิร์ตของพวกเขาที่โตเกียวโดมในคืนวันที่ 14 พฤศจิกายนถึง 50,000 คน

 

Advertisment

ที่มา : มติชนออนไลน์