เปิดความพร้อม 4 ทีม “คิงส์คัพ” ไทยหวังแชมป์ เวียดนามแก้ข่าวไม่อยากลงแข่ง ยืนยัน “รู้สึกเป็นเกียรติมาก”

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 จะเปิดสนามในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ที่สนามช้างอารีนา โดยทีมชาติกือราเซาจะพบกับทีมชาติอินเดีย เวลา 15.30 น. ต่อด้วยทีมชาติไทยพบกับทีมชาติเวียดนาม เวลา 19.45 น.

ก่อนจะเปิดสนามในวันพรุ่งนี้ วันนี้ (4 มิถุนายน 2562) ทั้ง 4 ทีมที่เข้าร่วมแข่งขันได้แถลงข่าวเปิดเผยความพร้อม ณ สนามช้างอารีน่า ซึ่ง “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมการแถลงความพร้อมของทั้ง 4 ทีมมาแล้ว

“บิ๊กโทนี่” กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ผู้อำนวยการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เปิดเผยความพร้อมของทัพช้างศึกว่าขุมกำลังในตำแหน่งต่าง ๆ พร้อมแล้วที่จะบู๊เพื่อคว้าแชมป์ในสมัยที่ 16 ให้ได้

กิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ผู้อำนวยการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย

“มั่นใจว่าตอนนี้ทีมชาติไทยพร้อมแล้วที่จะลงเล่นใน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 เพราะการซ้อมช่วงที่ผ่านมา มุ้ย-ธีรศิลป์ แดงดา หายบาดเจ็บที่เท้ากลับมาร่วมซ้อมกับทีมได้อีกครั้งแล้ว ส่วนอุ้ม-ธีราทร บุญมาทัน กับ นิว-ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ก็เข้าร่วมทีมแล้วด้วย รวมถึง ตอง-กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ฟิตซ้อมอย่างหนักตั้งแต่กลับมาจากเบลเยียม จนเข้าแคมป์ทีมชาติไทย”

ทีมชาติไทย

“ผมเชื่อว่าทีมของเราเวลานี้มีความพร้อมทุกขุมกำลังในการเล่นกับเวียดนามเกมแรกวันที่ 5 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตามก็ต้องขอแรงเชียร์จากแฟนบอล เพื่อที่เราจะร่วมคว้าแชมป์สมัยที่ 16 ไปด้วยกัน”

ทีมชาติเวียดนาม

ฝั่งทีมชาติเวียดนาม ปาร์ค ฮัง ซอ เฮดโค้ชทีมชาติเวียดนามเน้นประเด็นแรกคือ แก้ข่าวที่มีการบอกว่าเวียดนามไม่ต้องการเข้าแข่งขันคิงส์คัพ

“ผมขอพูดแก้ข่าวที่ว่าเวียดนามไม่ต้องการมาเล่นคิงส์คัพ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตัวผมเองและทีมชาติเวียดนามรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก นี่เป็นถ้วยที่มีศักดิ์ศรี และเป็นการแข่งขันที่สำคัญยิ่ง การได้เข้าร่วมการแข่งขันถือเป็นเกียรติอย่างมากจริง ๆ ผมเคยมีความฝันที่จะเล่นคิงส์คัพในสมัยเป็นนักเตะ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ผมอยากพูดเรื่องนี้ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่พาเวียดนามมาเล่น ผมขอปฏิเสธว่าไม่จริง การได้พาเวียดนามมาลงแข่งกับทีมชาติไทยในคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 นั้นถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

ปาร์ค ฮัง ซอ พูดถึงทีมชาติไทยด้วยว่า “เรามองว่าไทยเป็นทีมระดับท็อปของอาเซียน อยู่ในระดับสูงในเอเชีย การเจอกับไทยถือเป็นการวัดผลและเรียนรู้ ทำให้เราได้มาเจอกันในการแข่งขันจริงจังสักครั้ง หลังจากที่เราคลาดกันมาตลอด”

“ผมไม่อยากพูดถึงการหายไปของนักเตะคนใดคนหนึ่งของคู่แข่ง เพราะยังไงเราก็เล่นในสไตล์ของเราอยู่แล้ว มันไม่สำคัญว่าไทยจะขาดนักเตะคนไหนไป”

นอกจากนั้นเขายังเปิดเผยถึงการกระตุ้นลูกทีมด้วยว่า “ผมบอกนักเตะเสมอว่า การเล่นของทีมชาติเวียดนาม และความสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้เราไม่ต้องกลัวใครอีกต่อไป ซึ่งเป็นคำพูดที่ผมใช้ปลุกใจนักเตะ การลงแข่งของทีมเรา ไม่ว่าจะกับทีมชั้นนำของเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือ อิหร่าน ผมอยากให้นักเตะทุกคนมีความมั่นใจ เพราะเวียดนามก็มีสไตล์การเล่นเป็นของตัวเอง และผมก็ขอยืนยันคำเดิมว่า ไทยก็เป็นทีมชาติที่แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่ผมพูดไป ก็เพื่อใช้ปลุกใจและกระตุ้นนักเตะในทีม”

ส่วน ชู ง็อก ไฮ กัปตันทีมชาติเวียดนาม กล่าวว่า “ผมยอมรับว่าความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา สร้างความมั่นใจให้ผมและเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด ทำให้เรามั่นใจในการเจอกับทีมในอาเซียนกันเอง การเจอกับไทยในวันพรุ่งนี้จะเป็นการวัดผลที่ดี และเป็นการเตรียมทีมที่ดีมาก ก่อนจะลงแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก”

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้ลงเล่นในคิงส์คัพ ผมเชื่อว่าทีมชาติไทยยังเป็นทีมที่ดีเหมือนเดิม ผมตั้งใจจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุดในการเจอกับไทย ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรก็ตาม” กัปตันทีมชาติเวียดนามกล่าว

ทีมชาติกือราเซา

ด้านทีมชาติกือราเซา เร็มโก้ ไบเซนตินี่ กุนซือของทีมกล่าวว่า ดีใจและรู้สึกได้รับเกียรติอย่างมาก ที่ทีมถูกเชิญมาแข่งขันรายการนี้ ทีมกือราเซาพร้อมแล้วที่จะลงเล่นกับอินเดียในวันพรุ่งนี้

พร้อมกับบอกว่า นักเตะในทีมทุกคนคือนักเตะที่ดีที่สุด การเดินทางมาที่นี่ครั้งนี้ ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองของลูกทีมที่ถูกคัดเลือกมาทุกคน

“อินเดียเป็นทีมที่เพิ่งแต่งตั้งโค้ชใหม่ พวกเขามีกองหน้าที่อันตราย พวกเขาเป็นทีมที่ดี มีทีมเวิร์คยอดเยี่ยม การเปลี่ยนโค้ชของพวกเขาก็น่าจะมีการเปลี่ยนระบบทีมใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสของเรา ที่จะใช้จุดนี้ในการเอาชนะพวกเขา สำหรับเวียดนาม เรารู้สึกแปลกใจกับพัฒนาการของพวกเขา เรารู้สึกดีที่ได้มาร่วมทัวร์นาเมนต์เดียวกับทีมในอาเซียน ซึ่งเราอาจจะเจอเวียดนามหรือไทยก็ได้ในรอบชิง” กุนซือกือราเซาพูดถึงคู่แข่ง

“เราหวังถึงการคว้าแชมป์อยู่แล้ว เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมก่อนการแข่งขันคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ”

ส่วน คูโค่ มาร์ติน่า กัปตันทีมชาติกือราเซาจากสโมสรเอฟเวอร์ตัน กล่าวว่า ที่เมืองไทยอากาศร้อนใกล้เคียงกับประเทศกือราเซา แต่ร้อนคนละแบบ ซึ่งอาจจะมีผลกับฟอร์มการเล่นของทีมบ้าง แต่ด้วยความพร้อมของทีมในด้านอื่น ๆ ทำให้ทีมมุ่งมั่นเต็มที่ในเกมกับอินเดีย

“ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่การได้มาเล่นร่วมกับเพื่อนร่วมชาติก็ทำให้รู้สึกเป็นเกียรติ แล้วการเล่นในคิงส์คัพ ก็ทำให้ผมอยากทำผลงานให้ดีที่สุดกับทีมชาติ และคว้าแชมป์มาครองให้ได้”

ทีมชาติอินเดีย

ด้าน อิกอร์ สติมัช กุนซือของทีมชาติอินเดีย กล่าวว่า ตนเองเพิ่งเข้ามาเป็นโค้ชจึงยังไม่อยากพูดอะไรเกี่ยวกับทีมมากนัก แต่รู้สึกภูมิใจที่ได้พาอินเดียมาลงแข่งทัวร์นาเมนต์นี้ “ผมต้องขอบคุณสมาคมฟุตบอลแห่งอินเดียที่ให้โอกาสผม ผมเชื่อว่าโปรเจ็คท์งานระยะยาวของผมจะไปได้ไกลแน่นอน”

จากนั้นเขาพูดถึงทีมชาติกือราเซาว่า เป็นทีมที่แข็งแกร่ง และการเจอทีมที่แข็งแกร่งก็เป็นสิ่งที่ดีกับทีมชาติอินเดีย ที่จะได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง

“เราหวังว่าจะได้เจอกับไทยในรอบชิงชนะเลิศ ผมเชื่อว่านักเตะทุกคนจะทำผลงานได้ดีในเกมกับกือราเซา ผมไม่กังวลเรื่องสภาพอากาศ เพราะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ฝึกซ้อมกับสภาพอากาศที่ร้อนอยู่แล้ว ผมเชื่อว่าสภาพอากาศจะมีผลต่อทั้งสองทีมอยู่แล้ว แต่ความแตกต่างในสนามต่างหากที่จะเป็นสิ่งชี้วัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ”

นอกจากนั้นกุรซือ ซึ่งเป็นอดีตนักเตะทีมชาติโครเอเชีย ชุดอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 1998 กล่าวว่า “ผมรู้ว่าหลายคนอยากเห็นเราเล่นเกมรุกแบบทีมชาติฝรั่งเศส หรือสเปน ซึ่งเรายังทำไม่ได้ แต่พวกคุณจะได้เห็นการรับส่งบอลที่เร็วขึ้น การเล่นที่มีจินตนาการมากขึ้น และยังเก็บผลลัพธ์ที่ดีได้”

ส่วน สุนิล เชตรี กองหน้ากัปตันทีมชาติอินเดีย กล่าวว่า แม้ทีมชาติอินเดียชุดนี้กับเอเชียน คัพ นั้นเทียบกันไม่ได้ แต่เขาเชื่อว่าแนวทางการเล่นของทีมนั้นยอดเยี่ยม และเขาจะทำให้ดีที่สุด

 

——-

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 มีดังนี้

วันที่ 5 มิถุนายน 2562

ทีมชาติกือราเซา พบกับ ทีมชาติอินเดีย ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 15.30 น.

ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 19.45 น.

 

วันที่ 8 มิถุนายน 2562

คู่ชิงอันดับ 3 ที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 15.30 น.

คู่ชิงชนะเลิศที่สนาม ช้าง อารีนา เวลา 19.45 น.

ทุกนัดจะถ่ายทอดสดผ่านทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

แฟนบอลสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทั้งหน้าเคาน์เตอร์ และผ่าน www.thaiticketmajor.com ซึ่งมีการจัดจำหน่ายทั้งแบบรายวัน และแบบแพ็คเกจ โดยแฟนบอลที่ซื้อแบบแพ็คเกจจะได้รับส่วนลด 5%

 

 

 

Previous article‘ไอคอนสยาม’กระหึ่มคว้ารางวัล-ชี้ต้นแบบธุรกิจยุคใหม่
Next articleสงครามการค้าฉุดเศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัว กดดันดอลลาร์อ่อนค่า