เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
Economic ศุภจี ขอผู้ส่งออกชะลอ 30-50 % ช่วง 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้สินค้าในประเทศทั่วถึง
ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
Tech ผ่างบ 3.9 พันล้าน กรมอุตุฯ ยกเครื่องเทคโนโลยี รับโลกแปรปรวน
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
Business ‘ชาย’ ยันไร้ทุจริต-ตรวจสอบได้ บอกตัวเองฐานะการเงินด้อยสุดของ DD การบินไทย
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
Business ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
ดูทั้งหมด

สยามซีเพลน ทุ่ม 100 ล้าน ลงทุน “เครื่องบินน้ำ” เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม

19 เม.ย. 2566 | 16:30น.
ปก siam seaplane
สัมภาษณ์

ประกาศเปิดตัวไปแล้วสำหรับ “สยาม ซีเพลน” สายการบินน้องใหม่ ที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ “เครื่องบินน้ำ” ที่สามารถขึ้น-ลง จากผิวน้ำได้

โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด จดทะเบียนตั้งเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2562 ด้วยทุนจดทะเบียน 32 ล้านบาท มีกรรมการ 4 ราย คือ นายเดนนิส อิมมานูเอล เคลเลอร์ นายไมเคิล เบลนีย์ เดวิดสัน นางสาววรกัญญา สิริพิเดช และนายโทมาส บอมบ์การ์ดเนอร์

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “วรกัญญา สิริพิเดช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม ซีเพลน จำกัด ถึงที่มาที่ไป มุมมองการทำธุรกิจ แผนการลงทุน รวมถึงแผนการตลาดและโอกาสการเติบโตสำหรับเครื่องบินน้ำ ดังนี้

“วรกัญญา” บอกว่า สยามซีเพลน เกิดขึ้นจากหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเป็นนักบินผู้มีความชื่นชอบในเครื่องบินน้ำเป็นอย่างมาก ประกอบกับในไทยยังไม่มีบริษัทใดให้บริการเครื่องบินน้ำ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย เริ่มมีบริการเครื่องบินน้ำแล้ว

“เรามองเห็นช่องว่างทางการตลาดและศักยภาพที่จะเติบโต เพราะประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพมากมาย รวมถึงเกาะต่าง ๆ จำนวนมาก และรู้สึกแปลกใจที่ประเทศไทยยังไม่มี Seaplane เหมือนประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน”

เตรียมงบลงทุน 100 ล้านบาท

สำหรับในด้านการลงทุนนั้น “วรกัญญา” บอกว่า ในปี 2565-2567 คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 100 ล้านบาท บนการประเมินว่าจะสามารถทำการบินในช่วงปลายปี 2566 และใช้เครื่องบินปฏิบัติการบินทั้งสิ้น 3 ลำ โดยใช้เครื่องบิน Cessna C208B เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ค่าบำรุงรักษาไม่สูงมาก

ดำเนินการในรูปแบบ Financial Lease และเครื่องบินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเมื่อครบตามระยะเวลา ปัจจุบัน “สยามซีเพลน” มีเครื่องบินประจำการอยู่แล้วจำนวน 1 ลำ และขยายเป็น 3 ลำภายในปี 2566

โดยที่ผ่านมาได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการค้าขายการเดินอากาศ (AOL) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ไปแล้วตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันยังรอการลงนามอนุมัติ ซึ่งคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตเร็ว ๆ นี้

รอกฎ “ขึ้น-ลง จากผิวน้ำ”

“วรกัญญา” บอกด้วยว่า สำหรับการขึ้น-ลงจากผิวน้ำจุดใดนั้น สายการบินอยู่ระหว่างรอกฎระเบียบจาก กพท. เมื่อมีกฎระเบียบชัดเจนแล้วจะขออนุญาต กพท. และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เช่น กรมเจ้าท่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อประเมินจุดขึ้นลงจอดในน้ำและขอใบอนุญาตต่อไป

ส่วนปัจจัยด้านภูมิอากาศนั้นเชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรคของเครื่องบินน้ำ เพราะสายการบินสามารถหันไปทำการบินระหว่างสนามบิน (บกสู่บก) อีกทั้งฤดูมรสุมภาคใต้มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา จึงสามารถเลือกทำตลาดการบินลงจอดในน้ำโดยหลีกเลี่ยงมรสุมได้

“ความท้าทายในการเปิดสายการบินใหม่คือ การประสานงานแต่ละหน่วยงาน เราจะพยายามทำหน้าที่เป็นคนคอยสนับสนุนให้แต่ละหน่วยงาน ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศให้ลุล่วงเป้าหมายได้”

คาดลงจอดบนผิวน้ำได้ภายใน 3 ปี

ส่วนแผนทำการบินนั้น “วรกัญญา” บอกว่า ในปีแรกที่เริ่มทำการบิน ซึ่งตามแผนคือไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 นั้น จะให้บริการการบินแบบเช่าเหมาลำ เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสายการบิน จากนั้นในปีที่ 2 จะเริ่มทยอยให้บริการเที่ยวบินประจำ (Schedule Flight) มากขึ้น

และหลังจาก กพท. ประกาศบังคับใช้กฎระเบียบในการขึ้น-ลงจากผิวน้ำเรียบร้อย ซึ่งประเมินว่าอยู่ภายในปีที่ 3 ที่บริษัททำการบิน จะเริ่มทำการบินไปยังเกาะต่าง ๆ เช่น เกาะหลีเป๊ะ เกาะตะรุเตา และในปีที่ 5 มีแผนขยายเที่ยวบินให้ครอบคลุมท่าอากาศยานอื่น ๆ ในประเทศไทย รวมถึงกาลงจอดในอ่างเก็บน้ำด้วย

“ถ้ากฎการลงจอดในน้ำยังไม่ชัดเจน เราจะทำการบินจากบกสู่บกไปก่อน เช่น เส้นทางหัวหิน-อู่ตะเภา ปราณบุรี-อู่ตะเภา”

ตั้งเป้า 5 ปี รายได้ 200 ล้าน

ทั้งนี้ บริษัทจะไม่เน้นเจาะตลาดจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จะวางกลยุทธ์ผันแปรไปตามช่วงเวลา เน้นไปยังกลุ่มลูกค้าลักเซอรี่ โดยวางสัดส่วนผู้โดยสารสายการบินเป็นลูกค้าชาวไทยและต่างชาติในสัดส่วนเท่า ๆ กัน

ส่วนรายได้หลักจะมาจากลูกค้าของพันธมิตรทางธุรกิจ โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้ที่ราว 60-70% ขณะที่ลูกค้าอิสระที่ทำการสำรองที่นั่งเองมีสัดส่วนราว 30-40%

“จุดสำคัญคือต้องจับลูกค้าให้ถูกกลุ่ม วางจุดหมายว่าเป็น Premium for Luxury ลูกค้าต้องการสัมผัสประสบการณ์จากจุด A ไปยังจุด B ต้องการโพสต์ภาพลงสื่อสังคมออนไลน์ เชื่อว่าผู้คนยอมจ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ที่มากขึ้น”

“วรกัญญา” บอกด้วยว่า จากการประเมินพบว่า ตลาดหลักที่มีความต้องการเดินทางสูง หลายแห่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เช่น หัวหิน อู่ตะเภา เขาใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาได้เผยแพร่ราคาแพ็กเกจบนเว็บไซต์แล้ว เช่น กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-หัวหิน 111,000 บาท/ลูกค้า 8 ราย กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ 119,000 บาท/ลูกค้า 8 ราย เป็นต้น

ในด้านกลยุทธ์การตลาดจะใช้กลยุทธ์ให้พันธมิตรเป็นผู้แนะนำบริการ เช่น ลูกค้าสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจที่พักโรงแรม + สายการบิน รวมถึงสื่อสารผ่านสื่อ หน่วยงานภาครัฐ เช่น ททท. โดยปีนี้ได้เตรียมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรให้มากขึ้น จากที่มีอยู่ราว 40 ราย โดยการจับมือกับโรงแรม ตัวแทนการท่องเที่ยว OTA ฯลฯ

โดยประเมินว่า หากสามารถเริ่มทำการบินได้ภายในปลายปี 2566 “สยามซีเพลน” จะมีรายได้ปีแรกประมาณ 21 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 111 ล้านบาท ในปี 2567 และ 200 ล้านบาท ในปี 2570

และคาดว่าจะสามารถเริ่มทำกำไรได้ในปีที่ 3 ของการทำการบิน หรือในปี 2568 และมีกำไรราว 30-40 ล้านบาท ในปีที่ 5

ดีมานด์ล้น-ซัพพลายไม่พอ

ผู้บริหารสาวยังวิเคราะห์ด้วยว่า ปัจจุบันนักเดินทางทั้งในและจากต่างประเทศต้องการมาประเทศไทยจำนวนมาก สวนทางกับอุปทาน (ซัพพลาย) ด้านการบินที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่มีผู้ให้บริการน้อย และไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของผู้โดยสารได้

เช่น ไม่มีเที่ยวบินเดินทางจากหัวหิน-อู่ตะเภา จึงเป็นโอกาสของเครื่องบินขนาดเล็กที่จะมาเติมเต็มช่องว่างในห่วงโซ่โลจิสติกส์นี้

พร้อมย้ำว่า ตลาดนักท่องเที่ยวลักเซอรี่กำลังเติบโตมากขึ้น หากไม่ทำก็เสียโอกาส ที่สำคัญตลาดนี้ไม่มีคู่แข่งด้วย