อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (ยัง) โตได้ไม่เต็มศักยภาพ

view

ข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า ในไตรมาส 1/2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.37 ล้านคน เพิ่มขึ้น 44% จากปี 2566 และมีจำนวนคนไทยเที่ยวไทยมากกว่า 50 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้รวมประมาณ 6.5 แสนล้านบาท

“ชำนาญ ศรีสวัสดิ์” ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า นโยบายการท่องเที่ยว Ignite Thailand Tourism ของรัฐบาลที่ประกาศออกมานั้น เป็นนโยบายที่ดีมากในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Ease of Traveling อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้า-ออกง่ายขึ้นผ่านมาตรการ “วีซ่าฟรี” การสร้าง Customer Journey ที่ดีตลอดเวลาที่เข้ามาเที่ยวประเทศไทย

5 ที่ต้องทำในประเทศไทย หรือ 5 Must Do in Thailand การทำให้ประเทศไทยเป็นฮับของภูมิภาคอาเซียน การสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางแห่งอีเวนต์ระดับโลก

มีเพียงประเด็นเดียวคือ เรื่องเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว และการกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองเท่านั้น ที่มีเสียงสะท้อนจากสมาชิก สทท. ว่ารัฐบาลควรใช้ “บริษัทนำเที่ยว” และ “รถบัสนำเที่ยว” มาเป็นเครื่องมือในการกระจายนักท่องเที่ยวลงไปสู่เมืองรอง

“การใช้อีเวนต์เป็นตัวดึงนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองไม่ใช่แนวทางที่ตอบโจทย์ เพราะกระแสอีเวนต์จะกระตุ้นการเดินทางได้เพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น”

Advertisment

และบอกด้วยว่า สทท.อยากเสนอให้รัฐบาลเจียดงบประมาณสัก 300 ล้านบาทมาทำแคมเปญ “บัสทัวร์ทั่วไทย” เติมตลาดในประเทศโดยใช้รถบัสเป็นตัวกระจายนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองรอง

เช่น หากรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณรถบัสคันละ 10,000 บาท เดือนละ 5,000 คัน 1 เดือนใช้งบประมาณเพียงแค่ 50 ล้านบาท หากมีงบฯ 300 ล้านบาท สามารถทำแคมเปญดังกล่าวนี้ได้นานถึง 6 เดือน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังอยากให้พิจารณาออกแคมเปญ “เที่ยวคนละครึ่ง” 1 แสนล้านบาท ซึ่งหากทำได้จะสามารถเพิ่มรายได้จากไทยเที่ยวไทยไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท อาจส่งผลให้เป้าหมายของการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาทเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น

พร้อมย้ำว่า ทั้งโครงการ “บัสทัวร์ทั่วไทย” และ “เที่ยวคนละครึ่ง” ที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้ล้วนสามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมายของเมืองรองที่ต้องการกระจายรายได้ไปได้อีกด้วย

Advertisment

“ชำนาญ” ยังบอกอีกว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทยในวันนี้ยังเติบโตได้ไม่เต็มศักยภาพ กล่าวคือยังสามารถผลักดันให้เติบโตได้มากกว่าที่เป็นอยู่ได้อีก เพียงแต่ต้องมีวิธีการที่ถูกต้อง รวมถึงต้องมีแผนระยะสั้นด้วย

“หลังเทศกาลสงกรานต์ไปจนถึงไตรมาส 3 เราจะก้าวสู่ช่วงโลว์ซีซั่นเราจะขับเคลื่อนตลาดอย่างไร เราต้องมีแผนเติมคนไทยเที่ยวไทย เพื่อรักษาการจ้างงานก่อน ไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงแผนการกระตุ้นตลาดปีหน้า”

พร้อมระบุว่า วันนี้การท่องเที่ยวของไทยมีความท้าทายเร่งด่วน 4 ข้อคือ 1.ปัญหา PM 2.5 ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับการทำการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าเชียงใหม่ 2.ทักษะคนท่องเที่ยว ที่ยังต้องมีทักษะสำหรับทำงานและรับมือกับการแข่งขันในอนาคต 3.ค่าตั๋วเครื่องบินแพงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และ 4.การแข่งขันในช่วง Green Season ไตรมาส 2-3 เราจะเติมนักท่องเที่ยวอย่างไร เพื่อให้มีรายได้ถึงเป้า 3.5 ล้านล้านบาท

และย้ำว่า หากรัฐบาลเดินหน้าการตลาดในรูปแบบเดิม ๆ เชื่อว่าปีนี้ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 30-32 ล้านคน แต่หากมุ่งเติมลูกค้าคนไทย และสร้าง Customer Journey ที่ดีให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เชื่อว่าปี 2567 นี้จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 35-36 ล้านคน และมีรายได้ประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท