ลุ้น “ท่องเที่ยวไทย” ฝ่าวงล้อม “ปัจจัยลบ” โค้งท้าย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า ในปี 2560 นี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจะสร้างรายได้เข้าประเทศ 2.7 ล้านล้านบาท เป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศราว 1.8 ล้านล้านบาท

โดย “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” รมว.ท่องเที่ยวฯ ระบุว่า 6 เดือนแรกที่ผ่านมาไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 8.52 แสนล้านบาท จากนักท่องเที่ยวรวม 16.8 ล้านคน จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้คาดว่ารายได้รวมจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าได้ ไม่ยากนัก เนื่องจากไตรมาส 4 เป็นช่วงไฮซีซั่นของภาคการท่องเที่ยวของไทย

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศในไตรมาส 4 ปีนี้ว่า คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 9.24 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนรายได้คาดเพิ่มขึ้น 23%

แนวโน้มขยายตัวทุกตลาด

โดยทุกภูมิภาคล้วนมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วยดี โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยตลาดที่มีแนวโน้มดีในไตรมาส 4 ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ละตินอเมริกา กลุ่ม CLMV ยุโรปตะวันออก อินเดีย อิสราเอล และแอฟริกาใต้

“ยุทธศักดิ์” บอกว่า หากดูเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวจีนแล้ว พบว่ามีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องนับจากปลายไตรมาสที่ 2 เป็นต้นมา โดยในไตรมาสที่ 3 คาดว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นถึง 71% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยบวกสำหรับตลาดต่างประเทศ คือ การทำการตลาดของ ททท.ที่เน้นเจาะกลุ่มศักยภาพและผู้มีรายได้สูง ดึงกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟ.ไอ.ที.) เข้ามาเพิ่มขึ้น การเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงฤดูร้อนของนักท่องเที่ยว ซึ่งมียอดการจองบัตรโดยสารเข้ามาสูงติดอันดับต้น ๆ และในช่วงวันชาติจีน 1-10 ตุลาคมนี้ มียอดจองบัตรโดยสารเข้าไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 24%

ปัจจัยหนุนเพียบ

โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ 1.การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดทั้งในไทยและต่างชาติ อาทิ เทศกาลหยุดยาววันชาติจีน (1-7 ตุลาคม 2560) เทศกาลดิวาลีของอินเดีย (17-21 ตุลาคม 2560) เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2.เที่ยวบินใหม่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ รวมประมาณ 31 เที่ยวบิน และการเพิ่มความถี่เที่ยวบิน รวม 17 เที่ยวบิน

3.ภาพรวมการจองบัตร โดยสารเครื่องบินล่วงหน้ามายังไทยจากตลาดต่างประเทศ ช่วงไตรมาส 4 มีทิศทางขยายตัวประมาณ 6% จากปีที่ผ่านมา 4.ด้านแนวโน้มเศรษฐกิจโลก โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5% และคาดว่าปี 2561 จะเติบโต 3.7%

5.ความขัดแย้งระหว่างจีนและเกาหลีใต้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากทั้งสองประเทศเลือกเดินทางมาไทยเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

และ 6.ททท.ยังทำการส่งเสริมตลาด โดยเน้นการเจาะกลุ่มตลาดระดับบนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดจีน ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และอเมริกา (ดูตารางประกอบ)

นอกจากนี้ ททท.ยังมีแผนจะเปิดสำนักงานใหม่ ภายในปี 2560 จำนวน 2 แห่ง คือ โตรอนโต แคนาดา และเซา เปาโล บราซิล ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลดีในการเสริมสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ของประเทศไทย ให้นักท่องเที่ยวในแถบอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้รู้จัก และเดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้นในปี 2561

ปัจจับลบ (ก็) ตรึม

ด้านปัจจัยท้าทายก็มีไม่น้อยเช่นกัน อาทิ ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว เรื่องสนามบินนานาชาติของไทยและแหล่งท่องเที่ยวหลักแออัด ไม่เพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

ความไม่แน่นอน ทางด้านการเมืองของประเทศสำคัญ ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความผันผวนของค่าเงินปอนด์และยูโร อาทิ กระบวนการ Brexit หลังการเลือกตั้งในสหราชอาณาจักร เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา, การเลือกตั้งในอิตาลี เมื่อมิถุนายน-กรกฎาคมที่ผ่านมา, การเลือกตั้งในเยอรมนี ในตุลาคมนี้ รวมถึงกระบวนการต่าง ๆ หลัง Brexit ของสหราชอาณาจักรรวมทั้งนโยบายด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ยังคงต้องเฝ้าติดตาม โดยชาติอาหรับ ที่ได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ หากยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินเชื่อมโยงจากตลาดระยะไกล (ลองฮอล)

คาด “ไทยเที่ยว” ปลายปีคึก

สำหรับ สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย หรือตลาดไทยเที่ยวไทยนั้น “ยุทธศักดิ์” คาดว่าในไตรมาสสุดท้ายปีนี้จะยังคงเติบโตในระดับกลาง ๆ โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยที่ 45.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% และมีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

อย่างไรก็ตาม คาดว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงสิ้นปี เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในฤดูหนาวและช่วงใกล้ปีใหม่ อีกทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาลซึ่งคาดว่าจะออกมาในช่วงไตรมาส สุดท้ายของปี

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนในหลาย ๆ ประเด็น อาทิ เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี, มีการต่ออายุคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% อีก 1 ปี, มีการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวและงานประเพณีทั่วประเทศ ได้แก่ ประเพณีลอยกระทง และเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ทั่วประเทศ บาทแข็งหนุนคนไทยเที่ยวนอก

ส่วนประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ข้อมูลคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาที่รายงานว่า พื้นที่ภาคตะวันออก อ่าวไทย และภาคใต้ตอนบนมีโอกาสสูงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นในเดือนตุลาคม

นอกจากนี้ยังมีการรุกทำตลาดเดินทางขาออก (เอาต์บาวนด์) ของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ในช่วงสิ้นปี โดยมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ที่นิยมของคนไทย เช่น ไทยสมายล์ เปิด สุวรรณภูมิ-เกาสง (ไต้หวัน), ไทยไลอ้อนแอร์ ดอนเมือง-ไทเป และเจ็ทสตาร์ หาดใหญ่-สิงคโปร์

รวมถึงปัจจัยค่าเงินบาทแข็งก็ยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้คนไทยตัดสินใจเดินทางเที่ยวต่างประเทศได้ง่ายขึ้นด้วย !

แนวโน้มนี้นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยในโค้งท้ายปลายปีนี้…

Previous articleเวียดนามไล่บี้แข่งแป้งมันไทย แย่งตลาดจีนส่งออกผ่านแดน VAT0%
Next articleปรับกองทุน SMEs 2 หมื่นล้าน ลดปล่อยกู้รายย่อยเน้นรายใหญ่ 3-10 ล้าน