‘แอตต้า’ วอนปลดล็อก ชง ‘บิ๊กตู่ 1 มิ.ย.นี้/กระตุ้นท่องเที่ยวโค้งท้าย

เงียบเหงา - บรรยากาศของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของไทย รอต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเชื่อว่ากลับมารอบนี้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของไทย จะสวยงามกว่าเดิมแน่นอน

ส.แอตต้าเตรียมร่อนจดหมายถึง “บิ๊กตู่-รมต.พิพัฒน์” 1 มิ.ย.นี้ ขอรัฐเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวกรกฎาคมนี้ พร้อมงดกักตัว 14 วัน แนะเลือกประเทศปลอดภัย หวังมีเวลาทำการตลาดกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงโค้งท้ายปลายปีสู่เป้าหมายนักท่องเที่ยว 16 ล้านคนโอดผู้ประกอบการไม่ไหวแล้ว ไร้รายได้ต่อเนื่อง 5 เดือน

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมทำหนังสือยื่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ เพื่อขอให้รัฐบาลเปิดประเทศและเปิดการเดินทางทางอากาศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ พร้อมทั้งมาตรการยกเว้นการบังคับให้กักตัว 14 วัน

หนักสุดรอบ 60 ปี

ทั้งนี้ เพื่อรับรองความปลอดภัยของประชาชนคนไทยว่าจะไม่มีการนำเชื้อมาจากภายนอกประเทศ ในเบื้องต้นจึงขอกำหนดให้เปิดการเดินทางเฉพาะทางอากาศยานจากประเทศคู่เดินทางที่ไม่ได้มีการแพร่ระบาดร้ายแรงเท่านั้นก่อน อาทิ จีน, เกาหลี, ฮ่องกง, ไต้หวัน, เวียดนาม, ลาว, เขมร, เมียนมา ฯลฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ หรือว่ามีผู้ติดเชื้อต่ำในรอบเดือน พร้อมกำหนดให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยต้องถือใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาประกอบการผ่านแดนด้วย

“วิกฤตการณ์โควิด-19 ถือเป็นวิกฤตที่ร้ายแรงที่สุดของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบเรียกได้ว่าเจ็บยาวที่สุด และเจ็บหนักที่สุดในรอบ 60 ปี ผู้ประกอบการส่วนใหญ่แบกรับภาระจนจะไม่ไหวแล้ว ไม่มีรายได้มาต่อเนื่องเกือบ 5 เดือนแล้ว” นายวิชิตกล่าวและว่า

ในช่วงเวลานี้ที่ประเทศไทยสามารถจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ได้ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก จึงเป็นช่วงเวลาที่น่าจะสามารถคว้าโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ปลอดภัยให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับภาคท่องเที่ยวและกระจายรายได้ลงสู่ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนต่อไป

“เวียดนาม-ไต้หวัน” เริ่มขยับ

นายวิชิตกล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีหลายประเทศที่เริ่มขยับเพื่อเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม, ไต้หวัน หรือเกาหลีใต้ เพื่อช่วงชิงโอกาสที่ทั่วโลกยังไม่พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศของตัวเอง หากประเทศไทยสามารถเปิดการเดินทางได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ก็เชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีจำนวน 16 ล้านคน ได้ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าไว้ได้ ส่วนนักท่องเที่ยวจีนคาดว่าน่าจะมีจำนวนสะสมรวมได้ถึง 4 ล้านคนในปีนี้ได้

“ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวในไทยเท่ากับ 0 ผู้ประกอบการก็มีรายได้เป็น 0 เช่นกัน แต่ถ้าเปิดให้มีการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ แค่มีนักท่องเที่ยว 1 แสนคนก็สร้างรายได้ราว 5,000 ล้านบาทแล้ว หรือถ้ามีจำนวนนักท่องเที่ยว 1 ล้านคนก็สร้างรายได้ราว 50,000 ล้านบาทแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่าประเทศที่เริ่มมีความปลอดภัยและตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ดังกล่าวมีหลายประเทศที่พร้อมจะจับคู่เปิดการเดินทางแลกเปลี่ยนกับไทยแล้วเช่นกัน” นายวิชิตกล่าว

ต้องทำตลาดล่วงหน้า 2 เดือน

นายวิชิตกล่าวต่อไปอีกว่า เหตุผลที่ต้องเร่งเปิดการเดินทางในเดือนกรกฎาคมนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวให้ทันกับการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่น่าจะเริ่มมากขึ้นในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่อยู่ระหว่างการรอคำสั่งจากรัฐบาลจีนอีกครั้งหนึ่งว่าจะอนุญาตให้เดินทางหรือไม่ รวมถึงต้องให้มีระยะเวลาทำตลาดอย่างน้อย 2 เดือน โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยคือ นักท่องเที่ยวกลุ่มธุรกิจ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อพักผ่อน

“หากรัฐบาลเห็นด้วยก็สามารถเปิดให้มีการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจโควิด ณ ด่านเข้าเมืองฟรีให้กับนักท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวก เป็นมาตรการที่ช่วยเสริมความปลอดภัย ใช้เวลาน้อยและงบประมาณไม่มาก รวมถึงน่าจะยิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสู่ประเทศไทยได้มากขึ้นด้วย”

นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับประเทศไทยนั้นจำเป็นจะต้องเลือกเมืองที่ปลอดภัยสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเมืองที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ หรือปลอดเชื้อมาระยะเวลาหนึ่ง โดยการเปิดเมืองในขณะนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีกว่าปล่อยให้วันเวลาผ่านไปโดยไม่ได้ลงมือ และเชื่อว่ามาตรการเสริมความปลอดภัยสามารถช่วยเสริมความมั่นใจให้กับคนไทยและชาวต่างชาติได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ