ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

"ซีเอ็ด" ทยอยปิดสาขาระดับอำเภอ นานมีบุ๊คส์ชู"แว่นแก้ว"ติดอาวุธร้านหนังสือไซซ์เล็ก

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 31 ต.ค. 2557 เวลา 13:30:39 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ซีเอ็ดทยอยปิดร้านขนาดเล็กระดับอำเภอกว่า 10 สาขา หลังกำลังซื้อหด ต้นทุนพุ่ง ชี้สาขาใหม่เฟ้นทำเลมากขึ้น ด้านนานมีบุ๊คส์โหมลงทุนร้านแว่นแก้ว หวังเป็นโชว์รูม-โนว์ฮาว ให้ร้านหนังสือต่างจังหวัดนำไปปรับตัว เผยอยู่ระหว่างเจรจาหลายราย

นางศรีนวล ก้อนศิลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ด้านการตลาดและสินค้า บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ที่ผ่านมาได้ทยอยปิดร้านซีเอ็ดบุ๊ค ที่เป็นสาขาระดับอำเภอไปกว่า 10 สาขา และภายในสิ้นปีนี้จะปิดเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นสาขาที่ไม่ทำกำไร ซึ่งมีปัจจัยหลัก ๆ มาจากสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อ จำนวนผู้อ่านในทำเลนั้น ๆ ยังไม่เพียงพอ ขณะที่ค่าบริหารจัดการร้านสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าเช่าพื้นที่ ประกอบกับร้านหนังสือขนาดเล็กหรือมีพื้นที่เฉลี่ย 80-100 ตร.ม. จะมีวาไรตี้ของหนังสือไม่มากเทียบร้านใหญ่

อย่างไรก็ตาม ซีเอ็ดยังมีนโยบายจะขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึงหนังสือได้ง่ายและเข้าถึงลูกค้าให้มากที่สุด โดยเฉพาะการขยายสาขาไปกับธุรกิจค้าปลีก อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจลงทุนจากนี้ไปจะต้องไตร่ตรองมากขึ้นและเลือกทำเลมากขึ้น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและธุรกิจอยู่รอดได้

นางศรีนวลกล่าวว่า เทรนด์ร้านหนังสือพยายามปรับขนาดร้านเล็กลง เพื่อบริหารต้นทุนได้ แต่ปัจจัยน่ากังวลคือ พฤติกรรมการอ่านลดลง บวกกับปีนี้มีเรื่องกำลังซื้อหดตัว ทำให้ยอดขายและทราฟฟิกลดลง ขณะนี้แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้

"ซีเอ็ดไม่เน้นโปรโมชั่นหวือหวา เพราะธุรกิจหนังสือมีกำไรน้อยมาก แต่ออกบูทขายหนังสือนอกร้าน ทั้งในพื้นที่ห้างและนอกห้าง โดยเฉพาะตามสถาบันศึกษา เพิ่งเริ่มมา 2-3 ปีช่วยสร้างยอดขาย สร้างแบรนด์อะแวร์เนส สร้างฐานลูกค้าในอนาคต"

สำหรับแนวทางการทำตลาดช่วงที่เหลือของปีนี้ ซีเอ็ดจะมีแคมเปญให้หนังสือเป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่ หรือบุ๊ก ฟอร์ กิฟต์ ทั้งแบบกิฟต์เซตและกิฟต์โวเชอร์มูลค่า 1,000 บาท ทำกิจกรรมร่วมกับห้าง กระตุ้นทราฟฟิก และเพิ่มสินค้าน็อนบุ๊กมีสัดส่วน 15-20% ของยอดขายให้มากขึ้น

ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจหนังสือ ระบุว่า นอกจากภาพการปิดสาขาดังกล่าว ที่ผ่านมาก็มีร้านหนังสือรายเล็กจำนวนหนึ่งตัดสินใจเลิกกิจการไป ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการอ่านหนังสือของคนไทยลดลง และการแข่งขันจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเครือข่ายสาขาจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังมีร้านหนังสือของรายย่อยจำนวนหนึ่งมีการปรับตัวและสามารถอยู่ได้ เช่น จับมือสำนักพิมพ์จัดกิจกรรมดึงคนเข้าร้าน ขณะที่สำนักพิมพ์ต้องเร่งปรับตัวเพื่อเพิ่มรายได้และชดเชยช่องทางจำหน่ายที่ลดลง ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำนักพิมพ์หันมาขายผ่านสื่อออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก อาทิ แซลมอน ต้นมะนาว และมีบางสำนักพิมพ์ที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจร้านหนังสือ อาทิ ไพลินบุ๊ค นานมีบุ๊คส์

นางสาวคิม จงสถิตย์วัฒนา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้มีร้านหนังสือในต่างจังหวัดหลายแห่งเริ่มปิดตัว อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับร้านหนังสือที่ยังเปิดอยู่ บริษัทได้ลงทุนเปิดร้านหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน "ร้านแว่นแก้ว" มีสาขาสุขุมวิท 31 เป็นแฟลกชิปสโตร์ที่มีความสมบูรณ์กว่าสาขาอื่น ๆ ทั้งหนังสือ สื่อการเรียนรู้ บรรยากาศ กิจกรรมสร้างบรรยากกาศดึงดูดให้เด็ก ๆ สนใจและจุดประกายการอ่าน จากเดิมมีอยู่ในเซ็นทรัลที่ขอนแก่น เชียงใหม่ และพระราม 3

นางสาวคิมกล่าวว่า ภายในร้านแว่นแก้ว สาขาสุขุมวิท 31 มีหนังสือ 6,000 ปก สื่อเสริมการเรียนรู้ 100 รายการ แบ่งเป็นหนังสือภาษาไทย 80% ภาษาต่างประเทศ 20% มีหนังสือของสำนักพิมพ์อื่น ๆ ขายในร้าน 40% หรือประมาณ 192 สำนักพิมพ์ เป็น 6 สำนักพิมพ์เกี่ยวกับหนังสือเด็ก 130 ราย หนังสือผู้ใหญ่ 62 สำนักพิมพ์

"ร้านแว่นแก้วจะเป็นโชว์รูมแสดงหนังสือของสำนักพิมพ์ และเป็นต้นแบบให้ร้านหนังสืออื่น ๆ สามารถมาดูงาน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับร้านหนังสือของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีนโยบายร่วมมือกับพันธมิตรร้านหนังสือท้องถิ่น ซึ่งเริ่มเจรจาหลายรายในการนำโนว์ฮาวและรูปแบบร้านแว่นแก้วไปปรับปรุงโซน หนังสือเด็กและเยาวชนด้วย"