ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

7CEOประชารัฐนัดถกส่งออก เดินแผนเชิงรุกดันเป้าโต3%

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 08 ก.พ. 2560 เวลา 21:01:02 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"อภิรดี-สนั่น" นั่งหัวโต๊ะประชุม คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ D4 นัดแรก 9 ก.พ. 2560 รับฟังไอเดีย 7 CEO ที่ปรึกษาประจำภูมิภาคชงแผนดันส่งออกเชิงรุก ส่งเสริมลงทุน โตตามเป้า 3% พร้อมหนุนค้าชายแดน CLMV ก่อนส่งการบ้านให้ทูตพาณิชย์

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ชุดการส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนระหว่างประเทศ (D4) ซึ่งมี นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานฝ่ายรัฐ ร่วมกับ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์ (มหาชน) จะเป็นประธานฝ่ายเอกชน

โดยในการประชุมครั้งนี้จะเชิญผู้บริหารระดับสูงจาก 7 บริษัท (7 CEO) ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาประจำภูมิภาค (Regional Advisor) ประจำตลาดส่งออกสำคัญ 7 ตลาดของไทย ให้เข้าร่วมนำเสนอแนวทาง-โครงการตลอดจนงบประมาณ เพื่อดำเนินการผลักดันการส่งออกไทยให้ขยายตัวตามเป้าหมาย 3% จากปี 2559 หรือคิดเป็นมูลค่า 221,446 ล้านเหรียญสหรัฐ

"กระทรวงพาณิชย์และคณะกรรมการประชารัฐจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปกำหนดแผนปฏิบัติงาน เพื่อบูรณาการร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนให้ไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นจะนำไปหารือร่วมกับทูตพาณิชย์ทั่วโลกที่จะเดินทางเข้ามาประชุมประเมินสถานการณ์ส่งออกและร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (บางกอกเจมส์) ครั้งที่ 59 ระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์นี้"

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกปีนี้ไว้ที่ตัวเลข 3% จากปี 2559 โดยยังไม่ปรับเป้าเพราะต้องรอผลการประเมินสถานการณ์จากทูตพาณิชย์ก่อนเพื่อรับทราบข้อมูลจากแต่ละตลาดโดยเฉพาะประเด็นที่เป็นห่วง อาทิ กรณี Brexit, การดำเนินนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ทางสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ยังเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของไทย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นประธาน D4 ฝ่ายเอกชน กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า คณะกรรมการสานพลังประชารัฐ จะประชุมร่วมกับ Regional Advisor ทั้ง 7 ภูมิภาคเพื่อกำหนดแผนผลักดันการส่งออกในเชิงรุกและการส่งเสริมการลงทุน (Outward Investment) และจะนำผลประชุมที่ได้ไปเชื่อมโยงกับทูตพาณิชย์ ที่จะเดินทางเข้ามาประชุมวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้ในคณะกรรมการ D4 จะเสนอแผนการผลักดันการค้าชายแดน โดยมุ่งเน้นกลุ่มประเทศ CLMV (เมียนมา-กัมพูชา-สปป.ลาว-เวียดนาม) พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ CLMV กฎระเบียบด้านการค้าและการลงทุนที่มีความอัพเดต เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับเอกชนจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุนและประกอบธุรกิจ

พร้อมกันนี้ได้มีการหารือกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จัดตั้ง "คณะทำงานกลุ่มย่อย" ซึ่งมีนายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการ BOI เป็นประธาน ร่วมกับภาคเอกชนที่เป็น CEO ในภูมิภาคต่าง ๆ ชุดละ 3-4 คน เพื่อประชุมประเมินสถานการณ์และระดมความเห็นเดือนละ 1-2 ครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้รับทราบข้อมูลเชิงลึกประกอบการตัดสินใจในการลงทุน

"ภาพใหญ่ทางผมกับท่านอภิรดีรับดูแล แต่เราต้องการให้ผู้ประกอบการที่มีธุรกิจในต่างประเทศเป็นผู้ร่วมขับเคลื่อนการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชนเชิงรุก เพราะนักธุรกิจในพื้นที่จะรับรู้ข้อมูลดีที่สุดและน่าจะให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ได้"

ส่วนแนวโน้มการส่งออกไทยในปี 2560 นั้น นายสนั่นกล่าวว่า น่าจะขยายตัวได้ 3% ตามเป้าหมาย "ซึ่งระดับนี้ก็ถือว่าสูงมากแล้ว" จากปีก่อนที่ไทยสามารถผลักดันการส่งออกขยายตัว 0.45% หากเทียบกับประเทศอื่นที่ติดลบ โดยในปีนี้ก็ยังมองไปที่ตัวเลข 3% เพราะในระยะสั้นไตรมาส 1 การส่งออกยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ จึงต้องรอให้มีการจัดตั้งทีมงานบริหารครบหลังเดือนเมษายนก่อน ซึ่งจะทำให้การส่งออกในช่วงไตรมาส 2 ของไทย "เริ่มนิ่งขึ้น" และประเมินสถานการณ์ได้ นอกจากนี้สถานการณ์ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นน่าจะช่วยการส่งออกช่วงไตรมาส 2 ได้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างอุตสาหกรรมของไทยยังยึดติดภาพเดิม จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาและขับเคลื่อนการลงทุนสินค้าในกลุ่ม New S-Curve

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ในฐานะ Regional Advisors ภูมิภาคอเมริกา กล่าวว่า ในการประชุมวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้จะนำข้อเสนอแนะสำหรับตลาดอเมริกาไปแจ้งให้กับที่ประชุมได้ทราบ โดยตลาดนี้ถือเป็นตลาดที่ทุกคนรู้จักอยู่แล้ว เป็นตลาดสำคัญที่อยู่มาช้านาน มาถึงวันนี้ต้องมี "อะไรที่ใหม่" ไปเสนอเข้าสู่ตลาด วันนี้คงไม่ต้องมาช่วยขายกุ้ง-ปลากระป๋อง ซึ่งเป็นสินค้าทั่ว ๆ ไปอีกแล้ว

"ทำไมการส่งออกของเราไม่โตขึ้นไปกว่านี้ก็เพราะเราไม่มีอะไรใหม่ ทำให้ Thailand 4.0 ต้องมาเน้นผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น สินค้าต้องมีความแตกต่างทั้งด้าน Creative-Innovation นวัตกรรม ในการประชุมครั้งที่แล้ว ผมเสนอให้กลับไปดูว่า เรามีสินค้าที่เป็นตัวชูโรงหรือเป็นธงนำในตลาดนี้อย่างไร ผมได้ให้ข้อมูลทั้งช่องทางการจำหน่าย Channel-Retail-Food Service-ตลาด Hispanic ซึ่งเราก็รู้กันอยู่แล้ว แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า จะขายอย่างไร ไทยต้องมี Product ที่หลุดพ้นจากวงจร Commodity ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสินค้าที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ต้องเลิกเกมที่จะขายแบบ Volume แต่มาขายแบบ Value หรือทำน้อยแต่ขายได้มากแทน" นายธีรพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ CEO ทั้ง 7 คนที่เป็น Regional Advisor ประกอบไปด้วยนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล บริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เป็นที่ปรึกษาภูมิภาคอาเซียน, นายณรงค์ เจียรวนนท์ กลุ่ม ซี.พี. ที่ปรึกษาในภูมิภาคจีน, นางจริยา จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัล ที่ปรึกษาในภูมิภาคยุโรป, นายธีรพงศ์ จันศิริ กลุ่มไทยยูเนี่ยน (TU) ที่ปรึกษาตลาดสหรัฐ, นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กลุ่มสหพัฒนพิบูล ที่ปรึกษาตลาดญี่ปุ่น-เกาหลี, นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ บริษัทดั๊บเบิ้ลเอ ที่ปรึกษาประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง และนายพรชัย วิทยาคุณสกุลชัย กลุ่ม SCG ที่ปรึกษาตลาดอินเดีย

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้