เปลี่ยนหน้าตามสั่ง อาชีพเงินดี…มีที่ว่างอีกเยอะ

เวลาดูหนังบางเรื่อง โดยเฉพาะหนังผี หรือหนังที่เป็นเรื่องเหนือจริง จะเห็นรูปร่างหน้าตาของคนที่แปลกออกไปจากปกติมาก ทั้งหน้าเละ หน้าผี หน้าแฟนซี แต่งคนเป็นปีศาจ ฯลฯ บางเรื่องใช้ซีจี แต่บางเรื่องเกิดจากการตกแต่งด้วยสองมือของมนุษย์ธรรมดานี่เอง

นอกจากในหนังแล้ว ที่เห็นเป็นข่าวฮือฮาบ่อย ๆ ในช่วงนี้ คือ การแต่งหน้าในรายการ “เปลี่ยนหน้า…ท้าโชว์ (Sing Your Face Off)” ทางช่อง 7 ที่เอานักร้องนักแสดงมาแต่งหน้าเป็นคนอื่น อย่างเช่น นัท ทิวไผ่งาม แต่งเป็นเจ้าชายอสูร และแหลม 25 hours กระแต อาร์สยาม แต่งเป็นคุณแม่ผ่องศรี วรนุช หรืออย่างปีที่แล้วที่เปลี่ยนกรีน อัษฎาพร เป็นสังข์ทอง สีใส เปลี่ยนโบว์ เมลดา เป็นอดัม เลอวีน
 


เบื้องหลังใบหน้าที่ถูกตกแต่งออกมาจนชวนตะลึงร้องว้าวเหล่านั้น คือ สเปชียลเอฟเฟ็กต์เมกอัพอาร์ติสต์ชื่อดังงานชุกของวงการคนหนึ่ง คือ เจี๊ยบ-ฐาน ธัญศญาพร อีกคนคือ ไก่-คงกฤช ทองดี

ทั้งคู่ให้ข้อมูลกว้าง ๆ ว่า การแต่งหน้าที่เหนือจริงไม่ใช่การแต่งคนสวยงามปกติ เรียกโดยรวมว่าสเปเชียลเอฟเฟ็กต์เมกอัพ ซึ่งจะแยกย่อยไปตามลักษณะการแต่ง ไม่ว่าจะเป็นการติดหนวด การติดขน การติดซิลิโคน การติดโฟม ทั้งหมดโดยรวมคือสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ จะเลือกใช้แบบไหนขึ้นอยู่ที่ว่าโจทย์ต้องการให้ต่างจากปกติไปในทิศทางไหน อาร์ติสต์จึงมาพิจารณาว่าควรใช้เทคนิคแบบไหน

ในส่วนการทำงานในอาชีพนี้แยกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายทำบล็อกหน้า ปั้นโครง ทำชิ้นเนื้อเอฟเฟ็กต์ และ ฝ่ายเมกโอเวอร์ ปะแต่งชิ้นเนื้อลงใบหน้าและตกแต่งให้ออกมาตามแบบที่ต้องการ

ไก่เป็นฝ่ายทำบล็อก ปั้นโครง ทำชิ้นเนื้อ ส่วนเจี๊ยบเป็นฝ่ายเมกโอเวอร์

Advertisment

ทั้งคู่เล่าการทำงานคร่าว ๆ ให้เห็นภาพแต่ละขั้นตอนว่า

“หลังจากที่รับโจทย์แล้ว เราต้องมาวิเคราะห์ว่าเราจะต้องแยกย้ายกันทำงานแบบไหน บางงานไม่ต้องติดชิ้นเนื้อ สามารถแต่งได้เลย ถ้างานไหนต้องทำชิ้นเนื้อก็ส่งให้ไก่ทำ ถ้าเป็นบิ๊กไซซ์ต้องแยกย้ายกันหลายฝ่าย อย่างการทำรายการ Sing Your Face Off รับโจทย์ปุ๊บก็แจกจ่ายงานว่ามีหน้านี้นะ ฝ่ายปั้นต้องปั้นหน้านี้ แล้วมาดูความยากง่ายความเป็นไปได้ ซึ่งจริง ๆ ความเป็นไปได้ต้องคุยกันตั้งแต่ประชุมแล้ว ลูกค้าเขาจะถามเราว่าจะแต่งคนนี้ให้เป็นคนนี้ ความเป็นไปได้กี่เปอร์เซ็นต์ เขาจะบอกว่าอยากได้สัก 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปได้ไหม ซึ่งการแต่งคนหนึ่งให้เหมือนอีกคนหนึ่งมันยากกว่าการแต่งเอฟเฟ็กต์ในจินตนาการ”

ในส่วนทำบล็อก ปั้นโครงหน้า ไก่เล่าว่า “ต้องหล่อหน้าจากแบบก่อน จากนั้นก็ปั้นตามแบบ ยกตัวอย่าง ปั้นหน้าฟรอยด์ให้เป็นป๋าเทพ เราก็ต้องปั้นหน้าป๋าเทพลงบนโครงหน้าของฟรอยด์ แล้วก็ไปทำแม่พิมพ์ แล้วอัดชิ้นงานส่งให้พี่เจี๊ยบ ขั้นตอนหล่อและปั้นใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ส่วนขั้นตอนเมกอัพของพี่เจี๊ยบไม่นาน ใช้เวลาวันเดียว”
 


อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เกาะเกี่ยวอยู่กับการเติบโตของธุรกิจวงการบันเทิง ทั้งภาพยนตร์ รายการทีวี โฆษณา ยิ่งธุรกิจบันเทิงขยายตัว งานก็เพิ่มมากขึ้น

ตอนนี้ภาพรวมวงการสเปเชียลเอฟเฟ็กต์เมกอัพทั้งสองฝ่ายมีคนทำอาชีพนี้อยู่ประมาณหลักร้อยคน

“แต่ถือว่ายังน้อย…ยังมีที่ว่างอีกเยอะ”
ทั้งสองบอกอย่างมั่นใจ

Advertisment

แล้วถ้ามีคนสนใจอยากทำอาชีพนี้เยอะวงการนี้มันจะเต็มไหม คนจะมากกว่างานหรือเปล่า ?

เจี๊ยบบอกว่า “ไม่เต็ม เดี๋ยวรุ่นเก่าก็ตายแล้ว พี่จะเหลืออีกกี่ปี เราดูจากอายุ เพราะการทำงานพวกนี้ใช้สายตา ซึ่งสายตาปกติของมนุษย์เต็มที่ 60 ปี ตอนนี้พี่ 51 ปีแล้ว เพราะฉะนั้น เต็มที่ของพี่คือเหลือ 9 ปี”

ส่วนไก่เหลือเวลามากกว่า เพราะตอนนี้เพิ่งอายุ 37 ปี

“ความต้องการของงานในตลาด ต้องการเมกอัพมากกว่าคนปั้นชิ้นเนื้อ เพราะว่าไม่ใช่ทุกงานที่ต้องปั้นและต้องทำชิ้นเนื้อ งานที่ทำร่วมกันมันน้อยกว่างานที่ทำเมกอัพอย่างเดียว”
เจี๊ยบบอกต่อ

ถ้าใครอยากทำอาชีพนี้ อยากเข้าวงการนี้ อาจจะยังมองไม่เห็นทางว่าจะเข้าไปอย่างไร เจี๊ยบแนะนำว่า

“ต้องรีบเรียนรู้ เพราะว่างานพวกนี้ต้องอาศัยประสบการณ์หมดเลย สมัยนี้ส่วนใหญ่เขาพรีเซนต์ผลงานผ่านโซเชียลมีเดีย มีแต่รุ่นพี่นี่แหละที่ไม่ผ่าน”

จากนั้นทั้งสองเล่าเส้นทางของตัวเองก่อนจะมาเป็นมือทองในวงการและมีงานชุกอย่างทุกวันนี้

เจี๊ยบผู้มีประสบการณ์มากกว่าอยู่ในวงการมา30 กว่าปี เรียนด้านเมกอัพมา เริ่มจากการแต่งบิวตี้ทั่วไป ต่อมาจึงศึกษาการแต่งสเปเชียลเอฟเฟ็กต์เอง อาศัยจากการอ่านนิตยสารต่างประเทศแล้วฝึกทำตาม ต่อมาเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตจึงศึกษาจากยูทูบ สงสัยอะไรก็หาในกูเกิล
 


เจี๊ยบบอกว่า เธอได้งานจากการไม่เลือกงาน แรก ๆ ใครเรียกทำอะไรก็ทำหมด

“งานแรกคือเป็นผู้ช่วยทั่วไป ได้ค่าแรงวันละ 50 บาท เราก็ศึกษาจากรุ่นพี่ มองว่าเขาทำอะไร เก็บของ หยิบของ จัดวาง เราก็จะรู้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้ ใช้อะไรบ้าง การเป็นผู้ช่วยนี่ดี เรารู้เลยว่าจะใช้อะไรบ้างในตำแหน่งไหน เริ่มต้นใช้อันนี้ ต่อไปใช้อันนี้ เป็นผู้ช่วยทั่วไปอยู่หนึ่งเรื่อง พอเรื่องที่สองได้เป็นผู้ช่วยเอฟเฟ็กต์เรื่องคู่กรรม เวอร์ชั่น โอ วรุฒกับแหม่ม จินตหรา หลังจากนั้น ก็ไม่ได้เป็นผู้ช่วยแล้ว ได้ขึ้นมาแต่งเอง”

ส่วนไก่อยู่ในวงการมาสิบกว่าปี เรียนจบศิลปะ เอกงานปั้นมาโดยตรง แล้วเริ่มต้นงานในวงการด้วยการทำงานฝ่ายศิลป์ ทำฉาก ทำพร็อปภาพยนตร์ จากนั้นจึงหันมาเหมาทำงานปั้นชิ้นเนื้อสำหรับแต่งสเปเชียลเอฟเฟ็กต์โดยตรง เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในบริษัทรับทำสเปเชียลเอฟเฟ็กต์หลายปีจึงออกมาเป็นอิสระรับงานเอง

สำหรับเรื่องรายได้ของอาชีพนี้ทั้งสองเปิดเผยว่าคิดราคาค่าแรงเป็นคิว หนึ่งคิวคือเวลา 8 ชั่วโมง ราคาค่าตัวแบ่งเรตกัน ด้วยเนื้องาน เรตเริ่มต้นคิวละ 1 หมื่นบาท แต่บางครั้งมีการต่อรองขอคิวละ 12 ชั่วโมงเหมือนคิวการแต่งหน้าบิวตี้ทั่วไป ตามงบประมาณของทีมงานแต่ละงาน ทีนี้ก็แล้วแต่จะเจรจากันว่ารับได้หรือไม่ได้

แม้พยายามจะถามว่ารายได้รวมเดือนละประมาณเท่าไหร่ ทั้งสองก็ไม่ยอมบอก บอกแต่เพียงว่า

“เอาเป็นว่ารายได้ดี” ไก่ว่า

“เข้ามาเถอะ พวกพี่อยู่อีกไม่นาน”
เจี๊ยบเชิญชวนรุ่นน้อง