เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธุรกิจเปิดใหม่ 8 เดือนปี 69 แตะ 6.02 หมื่นราย ร้านเสื้อผ้า-อีคอมเมิร์ซ-ร้านอาหารขยายตัวแรง
Economic ธุรกิจเปิดใหม่ 8 เดือนปี 69 แตะ 6.02 หมื่นราย ร้านเสื้อผ้า-อีคอมเมิร์ซ-ร้านอาหารขยายตัวแรง
ไทยคม โต้ คืนสินทรัพย์ให้รัฐ ตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมครบตามขอบเขต
Tech ไทยคม โต้ คืนสินทรัพย์ให้รัฐ ตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมครบตามขอบเขต
ตรวจบิล ‘ไฟชั่วคราว’ 6.80 บาท ก.ย. ปรับลดเท่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
Economic ตรวจบิล ‘ไฟชั่วคราว’ 6.80 บาท ก.ย. ปรับลดเท่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
รัฐ-กทม.เปิดประกวดออกแบบ ฟื้นคลอง-ชุมชน พลิกโฉม “เกาะรัตนโกสินทร์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่
Real Estate รัฐ-กทม.เปิดประกวดออกแบบ ฟื้นคลอง-ชุมชน พลิกโฉม “เกาะรัตนโกสินทร์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่
สหรัฐปิดล้อมทางทะเลสำเร็จ อิหร่านส่งออกน้ำมันชะงัก ตัดแหล่งเงินตราต่างประเทศ
World สหรัฐปิดล้อมทางทะเลสำเร็จ อิหร่านส่งออกน้ำมันชะงัก ตัดแหล่งเงินตราต่างประเทศ
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
Politics ‘อนุทิน’ ตั้ง 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ ดึงอดีตปลัด-นักวิชาการนั่งกรรมการ ‘บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์’
ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
Finance ก.ล.ต.รื้อค่าฟีโบรกฯ ขึ้นเพดานใหม่ ที่ปรึกษาลงทุนเพิ่มจ่ายเท่าตัว เริ่มใช้ 1 ม.ค. 70
CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
Finance CardX ขยายให้ผู้ถือบัตรเครดิต-บัตรสินเชื่อ ใช้ Google Pay แตะจ่ายได้ทั่วโลก
ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
Business ICS Lifestyle Complex ชวนช็อป ชิม รับความคุ้มกับแคมเปญ “HAPPY REWARDS”
ดูทั้งหมด

หาทางออกปัญหาฝุ่น ดูแลสิ่งแวดล้อมกับพัฒนาเศรษฐกิจ ทำอย่างไรให้ไปด้วยกัน ?

09 มี.ค. 2563 | 20:48น.

รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง

เมื่อ 3-4 ปีก่อน “ฝุ่น PM 2.5” ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ของเมืองไทย ปีแรก ๆ ที่เราได้ยินชื่อมัน มันก็ยังเป็นฝุ่นที่มาตามฤดูกาลในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่ผ่านมาถึงตอนนี้ เจ้าฝุ่นจิ๋วมหาภัยมันอยู่กับเรานานกว่าแต่ก่อน และมันได้กลายเป็นหนึ่งปัญหาสามัญในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ตอนนี้สิ่งหนึ่งที่หลายคนทำในทุกเช้าก็คือเข้าแอปพลิเคชั่นวัดสภาพอากาศแล้วลุ้นว่า ค่ามลพิษในอากาศจะออกมาเป็นสีเขียว สีเหลือง หรือว่าสีแดง เพื่อจะได้วางแผนทำกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม

นอกจากปัญหาสุขภาพที่เราประสบพบเจอกันเองแล้ว ผลกระทบภาพใหญ่กว่านั้นคือ ฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาล

มีข้อมูลจากรายงาน Toxic air : The price of fossil fuels จัดทำโดยกรีนพีซ (Greenpeace) และศูนย์วิจัยด้านพลังงานและอากาศสะอาด (Centre for Research on Energy and Clean Air) เปิดเผยว่า ประมาณการมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากมลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่ที่ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็น 3.3% ของจีดีพีโลก เฉพาะการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นสาเหตุของมูลค่าความเสียหายโดยรวมทางเศรษฐกิจ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ในไทยมีการพูดถึงการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศมากขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” เมื่อเดือนกันยายน 2562 โดยมี 3 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 2.การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง (แหล่งกำเนิด) 3.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ ซึ่งประกอบด้วยมาตรการย่อย ๆ และแนวทางการดำเนินงานหลายแนวทาง (ดาวน์โหลดได้ในเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ)

แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ แทบทุกมาตรการแก้ปัญหาจะมีผู้ได้รับผลกระทบ อย่างเช่นเมื่อพูดถึงมาตรการจำกัดการเดินรถเครื่องยนต์ดีเซลวันคู่-วันคี่ ก็มีภาคเอกชนท้วงติงว่า จะส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า หรือถ้ามองไปไกลจากบ้านเรา กรณีที่เคยเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกคือ การที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สหรัฐถอนตัวจาก “ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ความตกลงว่าด้วยการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทรัมป์ให้เหตุผลว่า ความตกลงนี้มีข้อจำกัดมากเกินไป อาจจะกระทบต่อภาคการผลิตในระบบเศรษฐกิจสหรัฐ

เมื่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็กระทบกับภาคธุรกิจ เราจะมุ่งแต่รักษาสิ่งแวดล้อมโดยไม่สนใจเศรษฐกิจก็ไม่ได้ ในทางตรงข้าม การพัฒนาเศรษฐกิจก็กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราจะมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้อีก แล้วเราจะเดินหน้าอย่างไรดี ? จะทำอย่างไรให้การพัฒนาเศรษฐกิจกับการดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันได้ ?

“หลักเศรษฐศาสตร์” เป็นหนึ่งในคำตอบของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยไม่ทิ้งเศรษฐกิจ และพัฒนาเศรษฐกิจโดยไม่ลืมสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้ที่จะอธิบายได้เป็นอย่างดีก็คือ ผศ.ดร.ขนิษฐา แต้มบุญเลิศชัย ผู้ช่วยคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา

ความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับเศรษฐกิจ

ก่อนอื่น ผศ.ดร.ขนิษฐาอธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกันให้ฟังว่า จริง ๆ แล้วสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐานสำคัญในการที่เราจะมีเศรษฐกิจที่ดี ยกตัวอย่าง เช่น เศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเยอะ ซึ่งปัจจัยสำคัญมาก ๆ ที่ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาก็คือ ทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติของเรา ทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก ถ้าเกิดว่าสิ่งแวดล้อมมันเสียไป นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ก็จะไม่มาเที่ยวไทย เพราะคงไม่มีใครอยากมาเที่ยวทะเลที่เน่า ภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ ยิ่งถ้ามาแล้วเจอฝุ่น นักท่องเที่ยวก็ยิ่งจะไม่อยากมา

มากไปกว่านั้น ผศ.ดร.ขนิษฐาบอกว่า สิ่งแวดล้อมที่ดีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีก็เป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเศรษฐกิจ

“จริง ๆ แล้วเราพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะว่าเศรษฐกิจทำให้เรากินดีอยู่ดี ถูกไหม ซึ่งส่วนหนึ่งของการที่คนเราจะมีชีวิตที่ดีก็คือมีสภาพแวดล้อมที่ดี ถ้าเราพัฒนาเศรษฐกิจมีเงินเยอะ แต่สิ่งแวดล้อมแย่ ก็ไม่มีใครอยากได้ชีวิตที่ไม่ดี ฉะนั้น สิ่งแวดล้อมมันสำคัญต่อเศรษฐกิจ และขณะเดียวกันมันก็สำคัญต่อวัตถุประสงค์ที่เราต้องการให้เศรษฐกิจทำให้เรา นั่นก็คือความอยู่ดีกินดีของประชาชน”

ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดจากความล้มเหลวของตลาด

ผศ.ดร.ขนิษฐาบอกว่า นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดจากการที่ตลาดล้มเหลว ปกติระบบตลาดเชื่อว่าคนเราตัดสินใจโดยเอาตัวเองเป็นพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้เราได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง (ดี ในที่นี้หมายถึง แต่ละคนเลือกสิ่งที่ตัวเองพอใจ) แต่เนื่องจากสินค้าที่ขายอยู่ในตลาดจะตั้งราคาโดยคำนวณจากต้นทุนของผู้ผลิตเท่านั้น ไม่ได้นำ “ผลกระทบภายนอก” (externality) คือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ 3 และสังคมเข้าไปคำนวณด้วย ทำให้สินค้าที่ส่งผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมมีราคาถูกเกินไป ไม่ได้สะท้อนต้นทุนแท้จริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด เมื่อสินค้านั้นมีราคาถูก คนจึงเลือกใช้สินค้าที่ส่งผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมกันมาก

“เวลาผู้บริโภคจะซื้อสินค้าหรือบริการ เราจะพิจารณาต้นทุนของเรา แต่เวลาที่เราทำอะไรที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เราเลือกขับรถเครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งสร้างฝุ่นออกมาเยอะ มันมีการส่งผ่านต้นทุนไปให้คนอื่นที่ได้รับผลเสียจากมลพิษที่เราปล่อยไป แต่ตัวเราไม่ได้นับรวมมาพิจารณาด้วย เราดูแค่ต้นทุนของเรา มันก็เลยทำให้เราใช้ของที่ส่งผลเสียต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากเกินไป มันก็เลยมีปัญหาเกิดขึ้น”

หลักเศรษฐศาสตร์ช่วยแก้ได้

เมื่อหลักเศรษฐศาสตร์อธิบายการเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ ต่อมานักเศรษฐศาสตร์ก็ได้มองหาเครื่องมือหรือกลไกที่จะแก้ปัญหาได้ ซึ่งนั่นก็คือ “ราคา”

ผศ.ดร.ขนิษฐาอธิบายว่า ผลกระทบภายนอกมีทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ผลกระทบภายนอกเชิงลบ คือ เงินที่ผู้บริโภคจ่ายสำหรับซื้อสินค้าที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม มันราคาถูกเกินไป ทางแก้คือต้องหาวิธีทำให้สินค้าที่ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อมราคาแพงขึ้น เพื่อที่คนจะเลือกใช้น้อยลง แต่ที่ว่ามานั้นเป็นแนวทางในเชิงโครงสร้าง ซึ่งการจะปฏิบัติจริงต้องมาดูว่าพอทำแล้วมันส่งผลกระทบต่อประชาชนมากน้อยแค่ไหน

ส่วนผลกระทบภายนอกเชิงบวกก็คือ สินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังมีคนใช้น้อยเกินไป เพราะมันราคาสูง ซึ่งการจะแก้ปัญหา รัฐก็ต้องซับซิไดซ์ (ให้เงินอุดหนุน-อุ้มราคา) เพื่อให้มันราคาถูกลง คนจะได้ใช้มากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น กรณีการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ค่ารถไฟฟ้าบ้านเราสูง เพราะผู้ให้บริการคิดจากต้นทุนจริงของเขา ฉะนั้น ถ้าอยากให้คนใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น รัฐบาลต้องเข้ามาซับซิไดซ์ให้ราคาถูกลง เหมือนในหลายประเทศที่รัฐบาลเขาสนับสนุน

อาจารย์ขนิษฐาบอกอีกว่า การจะแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมต้องร่วมกันทั้ง 3 ขา คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน-ผู้ผลิต และภาคประชาชน-ผู้บริโภค ในแง่การซับซิไดซ์และภาษีเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ส่วนภาคประชาชนก็ต้องเรียกร้องให้เกิดตลาดขึ้นมา คือ ถ้าประชาชนต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ผู้ผลิตก็อยากผลิต แล้วเมื่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นสินค้าแมส มีความต้องการเยอะ มีการผลิตเยอะ ราคาก็จะถูกลง

Photo by Thierry Falise/LightRocket via Getty Images

ดูแลสิ่งแวดล้อมกับพัฒนาเศรษฐกิจ จะไปด้วยกันได้อย่างไร ?

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็กระทบกับภาคธุรกิจและผู้บริโภค แต่ถ้ามุ่งไปทางเศรษฐกิจโดยไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของเราอยู่ดี ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับเศรษฐกิจในหัวข้อแรกที่อาจารย์ขนิษฐาอธิบายนั้นช่วยให้เห็นภาพชัดว่า 2 อย่างนี้มันต้องไปคู่กัน แต่คำถามคือจะทำอย่างไรล่ะ ?

ผศ.ดร.ขนิษฐา แต้มบุญเลิศชัย ยังคงมองแนวทางอย่างที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้ว คือ ต้องมีเครื่องมือ มีกลไกที่ทำให้คนใช้สินค้าที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง และใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เมื่อภาคประชาชนผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจก็จะปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคอยู่แล้ว ถ้าธุรกิจไม่ปรับตัว ยังมุ่งไปในทางที่ผู้บริโภคไม่ตอบรับ ของขายไม่ได้ ธุรกิจก็จะอยู่ไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร ในระยะยาวธุรกิจต้องปรับตัวให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ตามความต้องการของสังคม ขณะเดียวกันการที่สังคมใส่ใจสิ่งแวดล้อมก็เป็นโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ด้วย อย่างเช่น โรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก วินด์ฟาร์ม โรงงานผลิตถุงผ้า ฯลฯ

ถ้าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในกรณีนี้ โจทย์คือจะทำอย่างไรให้ผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ผศ.ดร.ขนิษฐาเสนอแนะว่า ในระยะสั้น ก่อนที่ภาครัฐจะออกมาตรการอะไรออกมา ภาครัฐจะต้องตรวจสอบก่อนว่ามาตรการนั้นได้ผลจริงหรือไม่ ซึ่งวิธีการตรวจสอบคือดูจากประเทศที่ใกล้เคียงประเทศเรา จากนั้นต้องเลือกมาตรการที่ต้นทุนไม่แพง และไม่ส่งผลกระทบมาก ถ้าหากมาตรการที่จะออกมานั้นส่งผลกระทบ ภาครัฐก็จะต้องเตรียมการหาทางช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบด้วย

“ยกตัวอย่างที่ปักกิ่ง ประเทศจีน มีปัญหาฝุ่นเยอะมาก หนึ่งในสาเหตุของปัญหาก็คือรถมอเตอร์ไซค์ รัฐบาลเขาก็เลยมีนโยบายให้เปลี่ยนรถมอเตอร์ไซค์ในปักกิ่งทั้งหมด แต่เขารู้ว่าคนใช้มอเตอร์ไซค์คือคนจน รัฐบาลก็เลยมีนโยบายรับซื้อคืนมอเตอร์ไซค์ แล้วให้ประชาชนซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ในราคาไม่แพง” อาจารย์ยกตัวอย่างให้เห็น “วิธีการ” ของประเทศที่มีความใกล้เคียงกับประเทศเรา

สรุปปิดท้ายอย่างมีความหวังกับสิ่งที่ ผศ.ดร.ขนิษฐาบอกว่า ประเทศไทยได้เปรียบในเรื่องนี้ เพราะเศรษฐกิจบ้านเรายังไม่ได้พัฒนาเต็มที่ ฉะนั้นเราได้เปรียบในแง่ที่เราสามารถศึกษาแนวทาง นำบทเรียน และนำเทคโนโลยีจากประเทศอื่นซึ่งเขาพัฒนาแก้ปัญหานี้มาก่อนหน้าเราเข้ามาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศเราได้ โดยที่เราไม่ต้องสร้างมลพิษทางสิ่งแวดล้อมมาก