เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

ไทย-ออสเตรเลีย เร่งความตกลง TAFTA ชี้ช่วยการค้าสองฝ่ายโต 186%

06 มี.ค. 2566 | 11:52น.
ประชุมเอฟทีเอ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยผลประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA JC) ครั้งที่ 4 ตั้งเป้าความสำเร็จ พ.ค. 2566 นี้ ชี้ FTA ที่มีมากว่า 19 ปี ช่วยการค้าสองฝ่ายโตถึง 186% เมื่อเทียบกับปีแรก (พ.ศ. 2548)

วันที่ 6 มีนาคม 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA JC) ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ กรุงเทพฯ ว่า ตนได้เป็นประธานร่วมกับนางจูเลียน่า นัม ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย เพื่อติดตามการดำเนินงานตามความตกลง FTA ไทย-ออสเตรเลีย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2548 ถือเป็นเวลากว่า 19 ปี

ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานของคณะทำงานภายใต้ TAFTA JC อาทิ คณะทำงานด้านการเปิดตลาด คณะทำงานด้านกฎถิ่นกำเนิดสินค้า และคณะทำงานด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร โดยทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการภายใน เพื่อปรับโอนพิกัดศุลกากรของกฎถิ่นกำเนิดสินค้าจากระบบ HS2002 เป็น HS2022 ซึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ภายในกลางปีนี้

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจรับรองด้านสุขอนามัย เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งสินค้าเกษตรระหว่างกัน ซึ่งมีสินค้าเป็ดปรุงสุกไทยไปออสเตรเลีย และสินค้าอะโวคาโดสดออสเตรเลียมายังไทย

โดยทั้งสองฝ่ายสนใจจะกระชับความร่วมมือด้านแรงงาน เพื่อเสริมความต้องการแรงงานในด้านต่าง ๆ ผ่านการยอมรับมาตรฐานฝีมือแรงงานในสาขาที่สนใจ โดยไทยสนใจให้แรงงานไทยสามารถเข้าไปทำงานในออสเตรเลียมากขึ้น โดยเฉพาะสาขานวดแผนไทย พ่อครัวแม่ครัว ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เกษตรกรอัจฉริยะ ผู้มีทักษะด้านดิจิทัล สตาร์ตอัพ และการโรงแรม

ประชุม
ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA JC) ครั้งที่ 4

ส่วนออสเตรเลียสนใจเข้ามาทำงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับไทยในสาขา อาทิ ภูมิสถาปนิก (landscape architect) และผู้ตรวจสอบปริมาณงาน (quantity surveyors)

นางอรมนกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการจัดทำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไทย-ออสเตรเลีย (SECA) โดยเฉพาะการจัดทำแผนกิจกรรมเพื่อกระชับความร่วมมือ 8 สาขา ได้แก่ เกษตร ท่องเที่ยว สุขภาพ การศึกษา การลงทุน เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยตั้งเป้าให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2566 นี้

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ รัฐมนตรีการค้าทั้งสองฝ่ายได้ลงนามการจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าว เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมาด้วย

FTA ฉบับนี้ ถือเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการไทยและออสเตรเลียอย่างมาก เนื่องจากช่วยให้การค้าระหว่างไทยและออสเตรเลียเติบโตเพิ่มขึ้น ขยายตัวถึง 186% จากมูลค่า 6,427 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2548 เป็นมูลค่า 18,389 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2565 ซึ่งเป็นผลจากการที่ออสเตรเลียและไทยได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าเกือบทุกรายการแล้ว

ในปี 2565 การค้าระหว่างไทยและออสเตรเลีย มีมูลค่า 18,388.92 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 14.30% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปออสเตรเลีย มูลค่า 11,154.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และอัญมณีเครื่องประดับ และไทยนำเข้าจากออสเตรเลีย มูลค่า 7,234.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ และสินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์