เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
3 คำแนะนำจาก นักเศรษฐศาสตร์ ปม งบฯ บำรุงจากภาษีบาป ชี้เงินสาธารณะต้องอธิบายตัวเองได้
Finance 3 คำแนะนำจาก นักเศรษฐศาสตร์ ปม งบฯ บำรุงจากภาษีบาป ชี้เงินสาธารณะต้องอธิบายตัวเองได้
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังอุปทานในตะวันออกกลางฟื้นตัวไวกว่าคาด
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังอุปทานในตะวันออกกลางฟื้นตัวไวกว่าคาด
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 66,800 บาท
​ภูเก็ตคุมเข้ม 4–9 ต.ค. รับทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย ย้ำบริการสร้างความประทับใจ
เศรษฐกิจภูมิภาค ​ภูเก็ตคุมเข้ม 4–9 ต.ค. รับทหารสหรัฐฯ 5,000 นาย ย้ำบริการสร้างความประทับใจ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
Finance SET วันนี้ลุ้นรีบาวด์ โฟลว์ขายชะลอ-ดอกเบี้ยคลาย ชู DELTA-HANA-KCE
‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
Politics ‘อนุทิน’ จี้​สัปดาห์นี้คิกออฟจ่ายเยียวยาน้ำท่วม หลัง 4.7 พันล้านถึงมือออมสิน
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.55 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
World เตือนความเสี่ยง ‘เฮดจ์ฟันด์’ ‘ปั่นป่วน’ ตลาดพันธบัตรสหรัฐ
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ดูทั้งหมด

ก.เกษตรฯ MOU 5 ฝ่าย ต่อยอดทักษะเทคโนโลยีจากแรงงานอิสราเอลสู่เกษตรสมัยใหม่

08 พ.ย. 2566 | 14:32น.
ประยูร อินสกุล

กระทรวงเกษตรฯจัดพิธีลงนาม MOU 5 ฝ่าย หวังต่อยอดงานด้านเทคโนโลยีเกษตรจากแรงงานอิสราเอลสู่การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ในไทย พร้อมรองรับแรงงานที่ประสบปัญหาจากสงครามอิสราเอล-ฮามาส

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรจากแรงงานอิสราเอลสู่การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงแรงงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การ MOU ครั้งนี้เพื่อเตรียมการรองรับแรงงานเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะผู้มีทักษะด้านการเกษตร ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 ฝ่าย

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาแรงงานภาคการเกษตรกลุ่มนี้ให้พร้อมเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร รวมถึงยกระดับภาคการเกษตรด้วยความรู้ ประสบการณ์ และความชำนาญของแรงงานที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่จากรัฐอิสราเอล ภายใต้ข้อจำกัดด้านดิน น้ำ สภาพอากาศ

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ มีระยะเวลา 2 ปี มีเป้าหมายในการพัฒนาแรงงานภาคเกษตร 7,500 คน ประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ

1) กิจกรรม “ปั้น” สู่ครูพี่เลี้ยง โดยคัดกรองแรงงานเกษตรที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย มีความสามารถในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับจากอิสราเอล และมีความสามารถเป็นที่ปรึกษาฟาร์มเกษตรได้

โดยภาครัฐจะเติมเต็มด้านเทคนิคการถ่ายทอดความรู้ และกำหนดหลักสูตรการอบรมเจ้าหน้าที่และเกษตรกร ภายใต้โครงการต่าง ๆ ของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกับความรู้ความสามารถของครูพี่เลี้ยง เพื่อยกระดับความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรของเกษตรกรไทย

2) กิจกรรม “ป้อน” สู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร โดยการรวบรวมข้อมูลความรู้ ความสามารถ และทักษะของแรงงานไทยจากอิสราเอลที่ประสงค์จะเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรม ส่งต่อให้สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรตามความสามารถและความถนัดต่อไป

ทั้งนี้ หากจำเป็นต้องเพิ่มเติมทักษะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการจัดทำหลักสูตรพัฒนาทักษะรองรับการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตรต่อไป

3) กิจกรรม “ปู” ทางอาชีพเกษตรกรรมสู่บ้านเกิด ในกลุ่มที่ไม่ประสงค์จะกลับไปรับจ้างแรงงานในอิสราเอล และประสงค์เข้าสู่อาชีพภาคการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำและเป็นพี่เลี้ยง เพื่อร่วมวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่ คนและสินค้า ตลอดห่วงโซ่การผลิต ประกอบการตัดสินใจเลือกกิจกรรมผลิตทางการเกษตร

รวมถึงการให้ความรู้ในการจัดทำแผนธุรกิจเกษตรประกอบการขอสินเชื่อในการประกอบอาชีพภาคการเกษตรจากสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยคาดหวังว่า แรงงานไทยจากอิสราเอลเมื่อเข้าสู่อาชีพภาคการเกษตรจะสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีแม่นยำสูง ที่ได้รับการฝึกทักษะจากอิสราเอล

มาประยุกต์ใช้ในการผลิตทางการเกษตร สามารถเป็นต้นแบบฟาร์มเกษตรอัจฉริยะสู่การพัฒนาเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ขยายผลเทคโนโลยีและการบริหารจัดการฟาร์มได้ต่อไป

“การลงนามบันทึกความเข้าใจนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือของหน่วยงานภาคีในการส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรจากแรงงานอิสราเอลสู่การพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ และผลักดันให้เกิดการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อยกระดับภาคการเกษตรของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ มีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายธนารักษ์ พงษ์เภตรา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วยนางสาวภัทรันดา แสงมหะหมัด รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

ประยูร อินสกุล
ประยูร อินสกุล

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากปัญหาสงครามในอิสราเอลซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อภาคแรงงานของประเทศไทยราว 8,345 คน ซึ่งแรงงานดังกล่าวได้รับการพัฒนาและทักษะ องค์ความรู้ประสบการณ์ที่มีศักยภาพด้านการเกษตรที่จะเป็นส่วนสำคัญในช่วยยกระดับและพัฒนาระบบเกษตรของประเทศไทย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมที่จะช่วยแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ภายใต้การดำเนินการโครงการส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีเกษตรจากแรงงานอิสราเอลสู่เกษตรสมัยใหม่

และได้ดำเนินการบันทึกความเข้าใจร่วมกันกับ 5 หน่วยงานสำคัญ ที่จะร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความร่วมมือช่วยเหลือแรงงานไทยภาคเกษตรที่มีความรู้ความสามารถที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาแรงงานภาคการเกษตรให้มีความพร้อมเพื่อเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรต่อไป

เพื่อร่วมมือยกระดับภาคเกษตร การถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ความชำนาญของแรงงานที่ได้รับการถ่ายทอดเกษตรสมัยใหม่จากอิสราเอล เชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาแรงงานเพื่อสู่พี่เลี้ยง โดยโครงการทักษะนี้จะเป็นครูพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา

และสร้างความเชื่อมั่นการทำงานเกษตรแบบสมัยใหม่ สู่การสร้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตรและพัฒนาเตรียมทักษะรองรับการจ้างงานภาคอุตสาหกรรมและปูทางเกษตร และเตรียมความพร้อมยกระดับศักยภาพธุรกิจการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างโอกาสการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจทางการเกษตรต่อไป

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือช่วยเหลือแรงงานไทยภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในอิสราเอลซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ

รวมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาแรงงานภาคการเกษตรให้มีความพร้อม เพื่อเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร โดยความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 2 ปี และมีเป้าหมายในการพัฒนาแรงงานภาคเกษตร 7,500 คน

อย่างไรก็ดี การร่วมมือในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ที่มีทักษะด้านการเกษตร และทางกระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีงานทำ แก่ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ตลอดจนการส่งเสริมทักษะแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถ และขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจไทย

“กระทรวงแรงงานจะร่วมพัฒนาแรงงานภาคการเกษตรกลุ่มนี้ให้พร้อมเข้าสู่การจ้างงานภาคอุตสาหกรรมเกษตร หรือมีทักษะในการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ซึ่งนับเป็นการร่วมยกระดับภาคการเกษตรของไทย ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และทักษะความชำนาญของแรงงานไทยที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่จากอิสราเอล

ดังนั้น แรงงานไทยที่ไปทำงานภาคการเกษตรที่อิสราเอล หลายคนนอกจากจะสามารถเก็บเงินกลับมาบ้านได้แล้ว ยังนำประสบการณ์มาปรับใช้ และประกอบอาชีพที่ประเทศไทยได้อีกด้วย”

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส แรงงานภาคเกษตรไทย ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ และแรงงานนี้ยังมีศักยภาพสูง เนื่องจากได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ องค์ความรู้ และการใช้เทคโนโลยีการเกษตร จากผู้ประกอบการและนายจ้างในประเทศอิสราเอล

ด้วยเหตุนี้ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มีการหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือแรงงานไทยภาคการเกษตรที่มีความรู้ ช่วยถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้เพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทยในระยะถัดไป จึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)

หอการค้าไทยเล็งเห็นถึงโอกาสในการนำความรู้และประสบการณ์ของแรงงานเกษตรกลุ่มนี้มาปรับใช้ เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมของไทย สร้างมูลค่าเพิ่ม และส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดในการประกอบอาชีพเกษตร โดยจะเชื่อมโยงแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการเข้าสู่การจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร

ปัจจุบันเป็นบริษัทสมาชิกของหอการค้า อาทิ บ.มิตรผล บ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CP) บ.สยามคูโบต้า ฯลฯ รวมถึงบริษัทที่เป็นสมาชิกของหอการค้าทั่วประเทศ 76 จังหวัด ซึ่งส่วนนี้เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในแรงจูงใจที่ทำให้แรงงานไทยส่วนหนึ่งพร้อมเดินทางกลับประเทศ และสามารถมีอาชีพและรายได้ที่สูงตามศักยภาพ รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรของไทยให้ก้าวหน้าต่อไป