อคส.ยกเลิกระบายข้าวโครงการรับจำนำ ลอตสุดท้าย 1.5 หมื่นตัน ไม่มีใครสนใจ

ข้าว

อคส. ยกเลิกระบายข้าวจากโครงการรับจำนำ ปี 48/49 ลอตสุดท้าย 15,013 ตัน หลังตกค้างประมูลจากปี 2563 เหตุไม่มีผู้ใดสนใจเข้าร่วม พร้อมย้ำ เพื่อความโปร่งใสและให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม

วันที่ 30 มกราคม 2567 รายงานข่าวจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) วันนี้ได้มีการติดประกาศยกเลิก เรื่องการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นการทั่วไปครั้งที่ 1/2567 ซึ่งมีการกำหนดรับฟังคำชี้แจงในวันที่ 24 มกราคม 2567 และยื่นซองเอกสารคุณสมบัติในวันที่ 31 มกราคม 2567 นั้นปรากฏว่า ไม่มีผู้เข้ารับฟังการชี้แจง

ดังนั้น เพื่อให้การจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล เป็นไปด้วยความโปร่งใสและให้เกิดการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ อคส. ได้ออกประกาศขอยกเลิกการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกรัฐ ครั้งนี้ออกไปก่อน

รายงานข่าวระบุว่า อคส.ได้ประกาศการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 โดยจะมีการ ชี้แจงรายละเอียดการจำหน่ายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาลในวันที่ 24 มกราคม 2567 เวลา 14:00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 6 ของ อคส. และกำหนดยื่นซองคุณสมบัติในวันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 09:00-12:00 น.และยื่นซองเสนอราคาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09:00-12:00 น.

โดยก่อนหน้านายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า (อคส.) เผยว่า การทำงานของผมที่ผ่านมานับตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่ ผู้อำนวยการ อคส. กว่า 3 ปี ได้รวบรวมข้าวคงเหลือในสต๊อกรัฐบาล ทั้งในและนอกบัญชีคลังกลาง รวมถึงข้าวนอกคลังปี 48/49 แล้วกว่า 240,000 ตัน เสนอขออนุมัติจาก คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยเร่งประกาศระบายตั้งแต่ปี 2565 และส่งมอบเสร็จสิ้นแล้ว

เดดไลน์ต้องขายภายใน ก.ย. 66

แต่ยกเว้นข้าวตกค้างที่ส่งมอบไม่เรียบร้อย โดยเฉพาะ การยึดหน่วง คือ เจ้าของคลังไม่เปิดคลังเพื่อขนข้าว ร่วม 3 รายใหญ่ ๆ ด้วยกัน แต่ได้สะสางและส่งมอบเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา คงเหลือแต่ข้าวหอมมะลิจำนวน 2 คลังในจังหวัดสุรินทร์ ปริมาณรวม 15,013 ตัน ที่ผู้ชนะประมูลได้เมื่อปี 2563 ไม่มาชำระเงินก่อนรับมอบข้าว ที่ผ่านมาได้ให้ความเป็นธรรมตามสมควรแล้ว

ดังนั้น จึงบอกเลิกสัญญาพร้อมยื่นเรื่องดำเนินคดีต่อสำนักงานอัยการสูงสุดเนื่องจากเป็นความผิดของผู้ซื้อเองและระบายใหม่แต่ไม่ทันสิ้นเดือนกันยายน 2566 ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ นบข. อนุมัติ จึงรวบรวมเรื่องเพื่อขออนุมัติใหม่จาก นบข. เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับอนุมัติให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2567

เนื่องจากช่วงระยะเวลาไตรมาส 4 ของปี 2566 เป็นช่วงที่พี่น้องชาวนาเก็บเกี่ยวผลผลิต เราก็เกรงว่าหากระบายช่วงดังกล่าวจะมีผลต่อราคาข้าวเปลือก จึงได้เลื่อนให้พ้นช่วงดังกล่าวก่อน และมาเปิดประมูลข้าวเป็นการทั่วไปในเดือนมกราคม 2567

ซึ่งได้ประกาศ TOR แล้วเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 และจะเปิดคลังสินค้าให้ผู้สนใจประมูลเข้าดูสภาพข้าวระหว่างวันที่ 25-29 มกราคม 2567 โดยให้ยื่นซองคุณสมบัติในวันที่ 31 มกราคม 2567 และจะเปิดซองในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 มั่นใจการส่งมอบข้าวจะเสร็จเรียบร้อยภายในวันที่ 31 มีนาคม 2567

เปิดเหตุผลระบายไม่ทัน

ทั้งนี้ เหตุที่ระบายไม่ทันเดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการทักท้วง TOR ที่กำหนดไว้ว่าต้องแสดงหลักฐานการเงินที่เพียงพอต่อการซื้อ จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการ TOR ทบทวนพิจารณาข้อทักท้วงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ TOR ได้พิจารณาอย่างรอบคอบและคำนึงถึงประโยชน์ของรัฐจากการระบายข้าวที่ผ่าน ๆ มา จึงได้ยืนยันกรอบ TOR เดิมเพื่อดำเนินการระบายข้าวให้เสร็จสิ้นต่อไป

ในส่วนปัญหาการชำระเงินมีมาอย่างต่อเนื่อง การระบายข้าวของคลังที่จะประมูล นั้น ผ่านการประมูลมาแล้ว 3 ครั้งด้วยกัน ในปี 2557, 2558 และ 2563 ทุกครั้งมีปัญหาการชำระเงินก่อนรับมอบสินค้า จนต้องบอกเลิกสัญญาพร้อมดำเนินคดีและประมูลใหม่

นอกจากนี้ การประมูลข้าวในปี 2565 ก็ได้กำหนดเรื่องดังกล่าว คือ ต้องแสดงหลักฐานการเงิน ส่งผลให้การส่งมอบดำเนินการไปได้ด้วยความเรียบร้อยและเสร็จสิ้นครบทุกคลัง ยกเว้นมีผู้ประกอบการบางรายที่ยื่นราคาน้อยกว่าผู้ชนะการประมูล ร่วม 85 ล้านบาท ยื่นเรื่องกล่าวหาว่ามีการทุจริตต่อ ป.ป.ช. และขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวน ทั้งที่ได้เห็นประจักษ์ทั่วกันแล้วว่าจากผลการดำเนินการตาม TOR ดังกล่าว ทำให้โครงการสำเร็จลุล่วงด้วยดี มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและ รัฐได้ประโยชน์อย่างสูงสุดแล้ว

อคส.


อคส.