เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
Tech รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
ดูทั้งหมด

กกร. ชงเว้น VAT ซื้อสินค้าออนไลน์ ใช้มาตรการตอบโต้ทุ่มตลาดสกัดสินค้านำเข้าจากจีน

07 ก.พ. 2567 | 14:39น.
กกร. ชงเว้น VAT ซื้อสินค้าออนไลน์

กกร.กังวลสินค้าราคาถูกทุ่มตลาดในไทย ชงรัฐเว้นเก็บ VAT การซื้อสินค้าออนไลน์ที่ไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้ประกอบการไทย พร้อมทบทวนเงื่อนไขใช้สิทธิประโยชน์ใน Free Trade Zone และออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนตลาด (AC) บังคับใช้ คาด GDP ปี’67 ยังโตได้ 2.8-3.3% หวังรัฐได้บังคับจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างใช้ Local Content กระตุ้นโครงการลงทุนอีกทาง

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า กกร.มีความกังวลกับปัญหาสินค้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาดในประเทศไทย และในตลาดอาเซียน ทั้งจากสินค้าออนไลน์ (e-Commerce) และการเข้ามาใช้ประโยชน์จาก Free Trade Zone เพื่อขายสินค้าในประเทศ รวมถึงการลักลอบนำเข้าสินค้าผ่านด่านศุลกากรโดยการสำแดงข้อมูลเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

ทวี ปิยะพัฒนา
ทวี ปิยะพัฒนา

ประเด็นเหล่านี้ ทำให้สินค้าราคาถูกรวมถึงสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานทะลักเข้าตลาดภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ที่ไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้

ดังนั้น กกร.จึงเสนอขอให้ภาครัฐพิจารณาทบทวนข้อยกเว้นการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้ประกอบการไทย มีการทบทวนนโยบายและเงื่อนไขในการใช้สิทธิประโยชน์ใน Free Trade Zone รวมทั้งการออกมาตรการปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ เช่น การนำมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนตลาด (Anti-Circumvention : AC) มาบังคับใช้ การเพิ่มความเข้มงวดการตรวจจับสินค้าที่นำเข้าผ่านด่านศุลกากร และการเร่งออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมให้ครอบคลุม เป็นต้น

เศรษฐกิจโลกปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงปีก่อน คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3% เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจจีนที่ยังเติบโตได้ค่อนข้างดี ส่วนการส่งออกของไทยยังขยายตัวได้ประมาณ 2-3% ตามการฟื้นตัวของประเทศตลาดเกิดใหม่และสินค้ากลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม ยังต้องเผชิญกับหลายปัจจัย ทั้ง 1.การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหลายประเทศ ซึ่งอาจเกิดการปรับเปลี่ยนทางนโยบายสำคัญ 2.ผลกระทบจากสงครามที่ขยายวง โดยเฉพาะอิสราเอล-ฮามาสที่ส่งผลให้ค่าระวางเรือเพิ่ม และกระทบกับราคาพลังงาน 3.ปัญหาความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และ 4.การแข่งขันกับสินค้าจีนในประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้แต่ยังอ่อนแอ แม้ภาคการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจ แต่ภาคการผลิตหดตัวต่อเนื่อง ทำให้การฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่องเป็นสัญญาณความอ่อนแอของเศรษฐกิจในประเทศ ถือเป็นสัญญาณที่ควรติดตาม นอกจากนี้ปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่สินค้าไทยหลายรายการเริ่มไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

ดังนั้น จึงประมาณการว่า เศรษฐกิจปี 2567 GDP ยังคงโตในกรอบที่ 2.8-3.3% ส่งออกโต 2-3% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.7-1.2%

นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงประเด็นเรื่องของ มาตรการการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ภาคเอกชนสนับสนุนเพราะเล็งเห็นว่า เป็นแนวทางที่สามารถช่วยแก้หนี้ให้กับประชาชนได้จริง แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และยั่งยืน ซึ่งจะได้มีความต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตั้งแต่ช่วงโควิด-19

โดยภายใต้แนวทางมาตรการ Responsible Lending ที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ตั้งแต่ก่อนเป็นหนี้เสีย ระหว่างเป็นหนี้เสีย เน้นให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้สูง และรายได้ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอในการดำรงชีพ

โดยขอให้ ธปท.ติดตามประเมินผลกระทบของมาตรการต่อการเข้าถึงสินเชื่อด้วย เนื่องจากบางส่วนมีความจำเป็นต่อการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ

ทั้งนี้ จากเป้าหมายของภาครัฐ ที่ต้องการให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศในปี 2567 ที่จำนวน 35 ล้านคน ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศกว่า 3 ล้านคน สร้างเม็ดเงินกว่า 1.7 แสนล้านบาท ทำให้เกิดแรงหนุนทางเศรษฐกิจผ่านการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว

แต่อย่างไรก็ตาม กกร.มีความกังวลต่อความหนาแน่นของจำนวนนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวบางพื้นที่ เช่น ภูเก็ต จึงขอเสนอให้ภาครัฐช่วยจัดระเบียบ ช่วยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้เกิดการท่องเที่ยวตามเมืองรองต่าง ๆ เพื่อลดความหนาแน่นและช่วยกระจายรายได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งควรกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เกิดการใช้จ่ายต่อหัวให้มากขึ้น

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ยังมีประเด็นข้อเสนอเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างต่อการพัฒนาประเทศ โดยอุตสาหกรรมก่อสร้างสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม 2.6% ของ GDP ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมก่อสร้างยังมีความสำคัญในด้านการจ้างงานที่สำคัญ และมีสัดส่วนการจ้างงานมากกว่า 2 ล้านคน

แต่ปัจจุบันปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างภาครัฐ ทำให้ภาคเอกชนไทยไม่สามารถแข่งขันได้เต็มศักยภาพ และหลายส่วนยังต้องได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น การอ้างอิงราคาในอดีตไม่สะท้อนต้นทุนจริง เน้นราคาต่ำ กระบวนการการจัดชั้นและการคัดเลือกยังเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน การเบิกจ่ายเงินมีความล่าช้า ดังนั้นภาคเอกชนจึงมีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดจ้างงานก่อสร้างภาครัฐ ดังนี้

1.ปรับแนวคิดในกฎหมาย จากการเน้นประโยชน์หน่วยงานของรัฐ ไปสู่ประโยชน์สาธารณะ 2.ปรับการคำนวณราคาให้สะท้อนต้นทุนจริง 3.ปรับแบบสัญญาจัดจ้าง โดยการขอแก้ไขกฎหมาย และแก้แบบสัญญา 4.กำหนดเงื่อนไขการคัดเลือกผู้รับเหมา โดยเสนอแก้ไขกฎหมาย ที่กำหนดเงื่อนไขในการคัดเลือกผู้รับเหมาอย่างโปร่งใส 5.สร้างกลไกปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กกร.ได้มีข้อเสนอเพิ่มเติมเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างภาครัฐ อาทิ เช่น การใช้ Local Content ภายในประเทศ หรือวัสดุที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Made in Thailand และเครื่องหมายรับรอง Green Product โดยจะมีการรวบรวมรายละเอียดและนำเสนอรัฐบาลให้พิจารณาต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุม กกร.