“สยามคูโบต้า” ปักธงรายได้ 67 ที่ 60,000 ลบ. รักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตร

สยามคูโบต้า

สยามคูโบต้า เผยผลประกอบการปี 2566 ปิดยอดขายที่ 58,000 ล้านบาท ส่วนปี 2567 ตั้งเป้า 60,000 ล้านบาท พร้อมงบฯลงทุนการผลิต 1,400 ล้านบาท ชูแผนรักษาผู้นำตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรของไทย ด้วยกลยุทธ์ RACE และเปิดแคมเปญใหญ่ปีนี้

วันที่ 8 มีนาคม 2567 นายจูนจิ โอตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ผลประกอบการ ปี 2566 บริษัทมียอดขายมูลค่ารวมปิดที่ 58,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนธุรกิจในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% เผยเหตุชะลอตัวจากการเผชิญกับความท้าทาย ทั้งสถานการณ์ภัยแล้งตั้งแต่ต้นปีที่ส่งผลกระทบสะสมทั่วประเทศ บวกกับปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกทำให้ผลผลิตพืชเศรษฐกิจหลักลดลง รวมถึงต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม ยังได้อานิสงส์จากปัจจัยบวกของยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากรถดำนาในพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง และตลาดรถขุดโตขึ้นจากปริมาณการส่งออกทุเรียนที่เพิ่มขึ้น สำหรับในปี 2567 นี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมอยู่ที่ 60,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมแผนการลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท สำหรับการผลิตสินค้าใหม่ รวมถึงโครงการที่รองรับด้าน ESG และการสนับสนุนกระบวนการผลิตต่าง ๆ

นายจูนจิ โอตะ
นายจูนจิ โอตะ

ครบรอบ 10 ปี

ในส่วนของตลาดต่างประเทศ สยามคูโบต้าเตรียมตอกย้ำความสำเร็จของการรุกตลาดอาเซียนคือ KUBOTA CAMBODIA Co,. Ltd. ณ ประเทศกัมพูชา และ KUBOTA LAOS Sole Co,. Ltd. ณ สปป.ลาว ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งในปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 10 ปี แห่งความสำเร็จในการเข้าไปทำตลาดทั้งสองแห่ง

โดยยึดมั่นจุดแข็ง 4 หัวใจหลักของการทำธุรกิจ (4 Core Pillars) คือ สินค้ามีคุณภาพและหลากหลาย บริการหลังการขายที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เครือข่ายร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่ครอบคลุม และบริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อในประเทศกัมพูชา ทางสยามคูโบต้ามีแผนส่งออกสินค้าใหม่ที่รองรับการเติบโตในภาคธุรกิจการเกษตรของแต่ละประเทศในอนาคต

Advertisment

พร้อมทั้งพัฒนาระบบ Data Driven เพื่อนำข้อมูลใช้สนับสนุนการขายและการตลาดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมยกระดับงานบริการที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าทั้งสองประเทศได้รับประสบการณ์ที่ดีจากแบรนด์คูโบต้าเช่นกัน

“ทั้งนี้สยามคูโบต้า ยังคงสานต่อนโยบายคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ในการมุ่งมั่นทำให้คูโบต้าเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก หรือ Global Major Brand (GMB) ภายในปี 2030 โดยวางเป้าหมายเป็น ‘Essentials Innovator for Supporting life” สร้างความเชื่อมั่นในนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรให้กับลูกค้าทั่วโลก พร้อมเป็นองค์กร ที่ตอบแทนสังคม ดำเนินธุรกิจโดยการพัฒนาสินค้าที่สานต่อความยั่งยืนทั้งด้านอาหาร น้ำ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสยามคูโบต้าพร้อมมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมที่มุ่งตอบสนองนโยบาย GMB 2030 ใน 2 ด้านหลัก

1.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความปลอดภัยทางด้านอาหารด้วยการทำเกษตรอัจฉริยะ โดยมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรทั้งในไทยและอาเซียน จากผลกระทบของสถานการณ์ Climate Change

2.สร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในสินค้า โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การทำเกษตรแบบ Low Carbon เพื่อลด Carbon Footprint ในการผลิตสินค้าเกษตร โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องอัดฟางหลังการเก็บเกี่ยวข้าวที่ใช้ในกระบวนการทำเกษตรปลอดการเผา รวมถึงการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อสร้างโมเดลต้นแบบในการปลูกพืชข้าวอีกด้วย”

Advertisment

รุกธุรกิจปี 2567

นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส เผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในปีที่ผ่านมา (GDP) ขยายตัว 0.3% ชะลอตัวเมื่อเทียบกับปี 2565 เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อผลผลิตของพืช แต่ยังคงมีปัจจัยบวกจากราคาสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังยังอยู่ ในเกณฑ์ดี

ดังนั้น ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ จะเน้นการพัฒนา จัดหา และขยายรูปแบบการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าใหม่มากขึ้น รวมไปถึงธุรกิจเครื่องจักรกลก่อสร้าง มุ่งพัฒนาและนำเสนอรถขุดโมเดลใหม่ รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับรถขุดที่หลากหลาย                เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ตลอดจนการพัฒนาธุรกิจและโซลูชั่นใหม่ ยกระดับภาคการเกษตรเดินหน้าสู่ Smart Farming รวมถึงผลักดันให้เกิดการทำเกษตรอย่างยั่งยืน

สำหรับปีนี้เตรียมตั้งเป้าบุกตลาดเต็มกำลังด้วยกลยุทธ์ RACE ประกอบด้วย R-Retain Leadership รักษาความเป็นผู้นำ A-Accelerate Growth ขยายตลาดเพื่อการเติบโต C-Climate Change รับมือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และ E-ESG for Sustainability ดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

“อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมและภัยแล้ง ความผันผวนของตลาดสินค้าเกษตรที่ส่งผลกระทบกับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง สยามคูโบต้ายังเชื่อมั่นว่า เกษตรกรของเรา มีศักยภาพเพียงพอที่จะสู้กับความท้าทาย ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่เคียงข้างเกษตรมาอย่างยาวนาน เรามองเห็นศักยภาพของเกษตรกรที่แตกต่างไปจากเดิม และเราจะทำหน้าที่เป็นสปริงบอร์ดในการสนับสนุนเกษตรกร ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมาตรฐาน และโซลูชั่นที่ช่วยให้การทำเกษตรสะดวกสบายยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับและผลักดันให้ภาคการเกษตรไทยเติบโต”

“ตลอดจนเป็นแรงผลักดันให้เกษตรกรมองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนความคิดให้ทุกคนเชื่อได้ว่า เกษตรกรเป็นได้มากกว่าที่คุณคิด ซึ่งเป็นที่มาของแคมเปญการสื่อสารในปีนี้คือ เป็นมากกว่าเกษตรกร”

เปิดตัวสินค้าใหม่

นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องจักรกลการเกษตรของไทยในปี 2566 ที่ผ่านมาลดลงราว 10-15 % เนื่องมาจากสถานการณ์ Climate Change ที่ทำให้ปริมาณน้ำฝนลดต่ำลง ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร

สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ สยามคูโบต้าเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่รองรับการทำงานของเกษตรกรที่ต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น ในส่วนของการบริการยังคงมุ่งสร้างประสบการณ์ที่เหนือใครให้แก่ลูกค้า (Unmatched Experience) ตอบโจทย์การนัดหมาย และการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว

สำหรับงานอะไหล่ในปีนี้จะมีการนำเอา Data Driven เข้ามาเชื่อมโยงระหว่างโรงงาน อะไหล่ และผู้ผลิตชิ้นส่วน เพื่อทำให้ทราบกำลังการผลิตชิ้นส่วน ไปจนถึงข้อมูลความต้องการอะไหล่ของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมีการจัดโครงการ Dealer Data Driven Development เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานให้ผู้แทนจำหน่าย ให้ลูกค้ามั่นใจความพร้อมในทุกมิติของ สยามคูโบต้าที่พร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน

นอกจากนี้ สยามคูโบต้ายังเตรียมเปิดตัว 2 แคมเปญใหญ่สะท้อนความไว้ใจของลูกค้าอย่างยาวนาน และการ  มีส่วนช่วยสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้น โดยแคมเปญแรกจะสะท้อนบทบาทสำคัญของเกษตรกรภายใต้ชื่อ No Farmer, No Us ไม่มีเขา ไม่มีเรา

แคมเปญต่อมา เราจึงไม่ได้นำเสนอแค่เครื่องจักรกลการเกษตร แต่เราพยายามที่จะพัฒนาจุดเด่น สร้างจุดต่าง สร้างประสบการณ์ร่วมในทุก ๆ Touchpoint ของเรา ซึ่งนำมาสู่แคมเปญการตลาดในปีนี้คือ “คูโบต้า คันที่ใช่ พร้อมลุยทุกข้อจำกัด” ทลายเงื่อนไขเพื่อชีวิตเกษตรที่ใช่กว่าใน 5 ข้อจำกัด ได้แก่

1.ข้อจำกัดด้านความมั่นใจสินค้าด้วยกิจกรรม KUBOTA Happiness Mission พัฒนาชุมชนพร้อมสาธิตสินค้าในพื้นที่ 2.ข้อจำกัดด้านการสามารถเป็นเจ้าของด้วยสินเชื่อหลากหลายในทุกกลุ่มสินค้า

3.ข้อจำกัดด้านต้นทุนทำเกษตรด้วยการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบรวมกลุ่ม 4.ข้อจำกัดด้านระยะทางด้วยแคมเปญ KUBOTA Service Loyalty กิจกรรมงานบริการในแต่ละพื้นที่ของลูกค้า

5.ข้อจำกัดด้านความคุ้มค่าด้วยการใช้อะไหล่แท้คูโบต้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐานซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์เพื่อร่วมทางไปกับลูกค้าของเราในทุกบทบาท ให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจให้คูโบต้าเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจเกษตรกรเสมอมา