สมาพันธ์อัญมณีฯระบุพบ “เพชรสังเคราะห์” มากขึ้น หวั่นถูกหลอก แนะขอใบรับรอง

สมาพันธ์อัญมณีและเครื่องประดับโลกเผยพบ “เพชรสังเคราะห์” ในท้องตลาดเพิ่มมากขึ้น มีการนำอัญมณีชนิดอื่นมาทำเลียนแบบเพชรหรือสังเคราะห์ขึ้นมา จีไอทีชี้แม้จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริโภค แต่ก็ต้องระวัง อาจถูกหลอกของเทียมเป็นของแท้ แนะตรวจสอบให้ดีและต้องถามหาใบรับรอง ระบุการซื้อพลอยก็เช่นเดียวกัน เหตุมีการนำไปปรับปรุงคุณภาพ ต้องเรียกหาใบรับรองด้วย

นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า ในการประชุมสามัญประจำปีของสมาพันธ์อัญมณีและเครื่องประดับโลก (CIBJO) ได้มีการรายงานและตั้งข้อสังเกตว่าในปัจจุบันพบปริมาณเพชรสังเคราะห์เพิ่มขึ้นในท้องตลาดเป็นอย่างมาก โดยการนำอัญมณีชนิดอื่นที่มีลักษณะคล้ายเพชรมาใช้เลียนแบบเพชร โดยอัญมณีเลียนแบบจะมีทั้งกลุ่มอัญมณีธรรมชาติ เช่น เพทายไร้สี แซปไฟร์ไร้สี และเพชรสังเคราะห์ที่ทำขึ้นมา ซึ่งอัญมณีทดแทนและเพชรสังเคราะห์เหล่านี้มีราคาไม่สูง ผู้บริโภคมักจะซื้อมาใช้ประดับเพื่อความสวยงาม แต่ไม่นิยมเก็บเป็นทรัพย์สิน


“ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันการผลิตเพชรสังเคราะห์มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพชรสังเคราะห์ต่ำลงอย่างมาก ทำให้มีผู้นำเพชรสังเคราะห์มาจำหน่ายในตลาดมากขึ้น ซึ่งแม้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่ทำให้มีทางเลือกในการเลือกซื้อได้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องทราบว่าเพชรที่เลือกซื้อนั้น เป็นเพชรแท้ เพชรสังเคราะห์ หรืออัญมณีทดแทน เพราะอาจจะมีปัญหาในภายหลังได้ ซึ่งต้องระวัง”นางดวงกมลกล่าว

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในการซื้อขายเพชร มีการปะปนของเพชรสังเคราะห์กับเพชรธรรมชาติ โดยเฉพาะเพชรที่มีขนาดเล็กหรือเพชรมีลี ที่มักซื้อขายกันครั้งละหลายเม็ดในท้องตลาดอยู่บ้าง แต่ผู้ซื้อไม่ต้องกังวลจนเกินไป เนื่องจากสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสามารถนำมาตรวจสอบได้ที่จีไอที เพราะมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบระดับมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบแยกเพชรธรรมชาติออกจากเพชรสังเคราะห์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และยังได้รับใบรับรองจากจีไอทีด้วย ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคที่จะได้สินค้าดีมีคุณภาพ

นางดวงกมลกล่าวว่า สำหรับพลอยสีที่มีการค้าขายกันในปัจจุบัน ก็พบว่า มีการปรับปรุงคุณภาพโดยการเผาพลอย หรือที่เรียกกันติดปากว่า การหุงพลอย ซึ่งเป็นการใช้ความร้อนในการเปลี่ยนสีหรือเพิ่มความสะอาดของเนื้อพลอย ทำให้พลอยสวยงามขึ้น และมีจำนวนมากกว่าพลอยที่ไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ซึ่งหายากและมีราคาสูง โดยการซื้อขายพลอยที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ผู้ขายต้องระบุให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงความเป็นมาของอัญมณี แต่หากไม่แน่ใจ ทั้งผู้ขาย ผู้บริโภค ก็ควรจะนำไปตรวจสอบก่อน เพราะการปรับปรุงคุณภาพอาจจะตรวจด้วยตาเปล่าไม่ได้ ต้องใช้การตรวจสอบผ่านห้องปฏิบัติการ

โดยพลอยที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยการเผา มีหลายประเภท เช่น ทับทิม ไพลิน เขียวส่อง บุษราคัม แทนซาไนต์ อะความา-รีน ทัวร์มาลีน และเพทาย และยังมีการย้อมสี การอาบรังสี การใส่สารโพลีเมอร์ ซึ่งวิธีการปรับปรุงคุณภาพในแต่ละแบบขึ้นอยู่กับชนิดของพลอย โดยการย้อมสี เหมาะกับหยก เทอร์คอยส์ ลาปิสลาซูรี การอาบรังสี เหมาะกับโทแพสสีฟ้า ทัวร์มาลีนสีแดงชนิดรูเบลไลท์ เบริลสีทอง เป็นต้น ส่วนการปรับปรุงคุณภาพด้วยการใส่สารโพลีเมอร์ เช่น น้ำมัน ให้เข้าไปอุดตามรอยแตกร้าวในพลอยเพื่อบดบังรอยแตกและทำให้พลอยสวยขึ้น พบมากในมรกต และ หยก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการซื้อขายอัญมณีและเครื่องประดับ จีไอทีขอแนะนำให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าจากร้านที่ได้รับตรารับรอง BWC หรือซื้อด้วยความมั่นใจ โดยปัจจุบันมีร้านค้าที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 100 รายทั่วประเทศ ซึ่งสินค้าที่ซื้อหาจากร้านเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ได้ของดี มีคุณภาพ แต่ยังมีใบรับรองคุณภาพเป็นเครื่องรับประกันอีกด้วย

Previous articleตร.จับจริง ผู้ปกครองละเลยปล่อยเด็กเล่นพนันบอล คุก 3 เดือน ถึงเล่นผ่านมือถือมีเครื่องมือตรวจ
Next articleเขียว ขาว ม่วง…อังกฤษฉลองครบรอบ 100 ปี “ผู้หญิงมีสิทธิเลือกตั้ง”