พาณิชย์จับมือกองทุนหมู่บ้าน เตรียมเปิดโครงการโลจิสติกส์ชุมชน ดีเดย์กลางพ.ย. 61

พาณิชย์ จับมือ กองทุนหมู่บ้าน เตรียมเปิดตัวโครงการโลจิสติกส์ชุมชน ดึงสมาชิกนำรถกระบะรับจ้างขนส่งสินค้าชุมชนของคนในพื้นที่ พร้อมร่วมมือภาคธุรกิจใช้แพลตฟอร์มกลาง ดีเดย์กลางเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้ คาดช่วยสร้างรายได้เสริม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากคึกคัก

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา กรมฯ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือถึงรายละเอียดการดำเนินโครงการโลจิสติกส์ชุมชน (Local Logistics) ขึ้น เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และคนในท้องถิ่น รวมถึง สนองความต้องการใช้บริการภาคขนส่งของคนในพื้นที่

ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์) ที่ให้เร่งดำเนินการสร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และคนในท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเน้นให้ใช้ทรัพยากรหรือเครื่องมือทำมาหากินที่มีอยู่แล้วเพื่อเป็นการเสริมรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของภาคครัวเรือนในประเทศ เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศเกิดการหมุนเวียน

“โดยที่ประชุมเห็นควรเร่งดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนโดยเร็ว โดยสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และคนในท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีรถกระบะสภาพดีและประสงค์ที่จะหารายได้เสริม เนื่องจาก รถกระบะเป็นทรัพย์สินและเครื่องมือทำมาหากินที่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และคนในท้องถิ่นมีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องหาหรือซื้อเพิ่มเติมมา สามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติจะเป็นผู้รวบรวมสมาชิกเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ”

สำหรับการบริการเบื้องต้น จะเน้นการให้บริการขนส่งสินค้าระยะใกล้หรือเฉพาะในพื้นที่ (Community Transportation) ก่อน หรือ ในพื้นที่ที่ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายอื่นเข้าไม่ถึง หลังจากนั้น จะมีการประเมินผลสำเร็จของการดำเนินงานและนำผลที่ได้มาพัฒนาการให้บริการเพื่อครอบคลุมพื้นที่อื่นๆ ที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น สินค้าที่รับขนส่งจะเน้นที่สินค้าโอทอป สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร และสินค้าเอสเอ็มอี ก่อนเป็นลำดับแรก

Advertisment

โดยมอบหมายให้กรมการค้าภายในเชื่อมโยงความต้องการขนส่งสินค้าในพื้นที่ เช่น สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ฟาร์มเอ้าท์เล็ท สินค้าโอทอป กลุ่มเกษตรกร บริษัทประชารัฐสามัคคี จำกัด และร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ เป็นต้น ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้ เป็นต้นไป และจะเริ่มนำร่องในจังหวัดใหญ่ที่มีธุรกิจเป็นจำนวนมากก่อน เช่น เชียงใหม่ เชียงราย นครราชสีมา ขอนแก่น ชลบุรี และสงขลา เป็นต้น

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะจับมือกับภาคธุรกิจในการใช้แพลตฟอร์มกลางในรูปแบบแอพพลิเคชั่นเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้บริการ (สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และคนในท้องถิ่นผู้เป็นเจ้าของรถกระบะ) กับ ผู้ที่ต้องการใช้บริการขนส่ง โดยทำหน้าที่จับคู่เพื่อให้บริการมีความสมบูรณ์และสะดวกรวดเร็ว

เมื่อมีผู้ต้องการใช้บริการระบบจะแจ้งเตือนไปยังผู้ให้บริการที่อยู่ใกล้กับสถานที่ที่ผู้รับบริการต้องการขนส่งสินค้า เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิง และสามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วทันเวลา รวมถึง การจัดทำระบบและวิธีชำระเงินให้สะดวก ปลอดภัย และยุติธรรม ทั้งต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

โดยแพลตฟอร์มกลางนี้จะมีระบบที่ใช้งานได้ง่าย ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน สะดวก รวดเร็ว ผู้ที่ไม่ถนัดในการใช้เครื่องมือสมัยใหม่ก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย

Advertisment

นายวุฒิไกร กล่าวว่า โครงการโลจิสติกส์ชุมชนนี้น่าจะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในระดับพื้นที่ เนื่องจาก 1) ผู้ให้บริการมีความชำนาญในเส้นทางพื้นที่จังหวัดที่ให้บริการ 2) มีเครือข่ายให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ 3) มีระบบการติดตามและตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ 4) ผู้ใช้บริการได้รับสินค้าครบถ้วนและถูกต้องภายในเวลาที่เหมาะสม และ 5) ราคาการให้บริการมีความสมเหตุสมผล

ข้อมูล จากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 ระบุว่า กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจัดตั้งแล้ว จำนวนรวมทั้งสิ้น 79,595 กองทุน จำแนกเป็น (1) กองทุนหมู่บ้าน จำนวน 75,000 กองทุน (2) กองทุนชุมชนเมือง จำนวน 3,857 กองทุน (3) กองทุนชุมชนทหาร จำนวน 738 กองทุน ทั้งนี้ เป็นกองทุนหมู่บ้านฯ ที่จัดตั้งระหว่างปี 2544-2557 จำนวน 79,255 กองทุน และเป็นกองทุนชุมชนเมืองจัดตั้งใหม่ ระหว่างปี 2558 – 2560 จำนวน 340 กองทุน