‘ระพีพัชญ์ ธนถาวรกิตติ์’ ส.ข้าวถุงฝ่ากระแส “คนลดแป้ง”

สัมภาษณ์

แม้ว่าการแข่งขันด้านราคาในตลาดข้าวถุงจะไม่ใช่ปัจจัยที่เป็นห่วงเช่นในอดีต แต่ด้วยแนวโน้มการบริโภคข้าวที่ลดลงต่อเนื่องตามกระแสคนยุคใหม่ที่เน้นลดการทานอาหารจำพวกแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต ส่งผลต่อธุรกิจข้าวถุงไม่น้อย นับเป็นงานท้าทายสำหรับ

“นายระพีพัชญ์ ธนถาวรกิตติ์” นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย คนรุ่นใหม่ที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งนายกสมาคมคนที่ 6 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาแทนนางโสพรรณ มานะธัญญา ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางตลาดข้าวถุงไทย

ภารกิจร้อน 9 เดือนแรก

ในวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปีนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การส่งเสริมการบริโภคข้าวในประเทศไทยให้มากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าการบริโภคข้าวในประเทศไทยเปลี่ยนไปอย่างมาก คนไทยมีแนวโน้มบริโภคข้าวลดลงอย่างต่อเนื่องอีกอย่างคนไทยยังคงเข้าใจผิดว่าการบริโภคข้าวนั้นทำให้อ้วน จึงเป็นผลทำให้การบริโภคข้าวลดลงมาเรื่อย ๆ และกระแสการรับประทานอาหารจากต่างประเทศก็ยิ่งมีผลทำให้การบริโภคข้าวลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจจากหลายสำนักที่พบว่าการบริโภคข้าวของคนไทยลดลงต่อเนื่อง จนเป็นสาเหตุให้ตลาดข้าวในประเทศทรงตัว แนวทางกระตุ้นการบริโภคข้าว ที่ผ่านมาสมาคมได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคข้าวมาอย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปี 2560 ได้จัดกิจกรรมโครงการวิ่งเพื่อสุขภาพขึ้นเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งให้ความรู้ถึงความสำคัญของการรับประทานข้าว ปีต่อมาได้จัดกิจกรรมประกวดการทำคลิปกินข้าวอย่างไรไม่อ้วน ถือเป็นหลากหลายกิจกรรมที่ทางสมาคมส่งเสริม และสำหรับตนเองจะยังเดินหน้ากิจกรรมนี้ต่อไปในปี 2563 เพื่อเป็นการกระตุ้นการทานข้าวของคนไทย

ตลาดซบแต่ราคาสูง

ปัจจุบันพบว่า การแข่งขันด้านราคาข้าวถุงของประเทศไทยนั้นน้อยมาก เป็นผลมาจากการบริโภคข้าวของคนไทยลดลง และต้นทุนหรือผลผลิตข้าวที่มีราคาสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นผลกระทบจากภัยธรรมชาติกระทบผลผลิตลดลง ราคาข้าวจึงปรับตัวสูงขึ้น ตามดีมานด์ ซัพพลายในตลาด ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกปกติ

โดยจะพบว่าราคาข้าวหอมมะลิปัจจุบันจำหน่ายในราคา 200-260 บาทต่อ 5 กิโลกรัม และข้าวขาว จำหน่ายในราคา 80-120 บาทต่อ 5 กิโลกรัม ซึ่งราคาข้าวหอมมะลิขณะนี้ถือเป็นราคาที่สูงที่สุดแล้ว จากเดิมราคาข้าวหอมมะลิที่จำหน่ายสูงสุดจำหน่ายในราคา 250 บาทต่อ 5 กิโลกรัม

ขณะที่ข้าวเพื่อสุขภาพก็เป็นสินค้าข้าวที่ผู้ประกอบการข้าวถุงหันมาทำตลาดมากขึ้น เป็นไปตามเทรนด์การรักษาสุขภาพ ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น โดยราคาขายข้าวกลุ่มนี้ในปัจจุบันเฉลี่ย เช่น ข้าวหอมนิลจำหน่ายในราคา 80-120 บาท

ปรับตัวกลยุทธ์สู้

จากภาวะตลาดทำให้ผู้ประกอบการข้าวถุง หรือสมาชิกของสมาคม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 140 ราย ปรับตัวในการทำธุรกิจมากขึ้น จากเดิมที่ทำธุรกิจเพียงข้าวถุงช่องทางเดียว แต่ปัจจุบันปรับตัวสู้สภาวะตลาดที่หดจากการบริโภคลดลง โดยหันมาเพิ่มสายการผลิตสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อป้อนให้กับตลาดและผู้บริโภคภายในประเทศ อีกทั้งขยายช่องทางการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเป็นการปรับตัวให้เข้าการตลาดและการแข่งขัน จะเห็นได้ว่าผู้ผลิตข้าวในตลาดนั้นมีหลากหลายแบรนด์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าก็มีการพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งไม่ได้เพิ่งเข้ามาทำตลาดแต่เข้ามานานแล้ว แต่ช่วงนี้จะมีการทำโปรโมตส่งเสริมการตลาดมากขึ้น ผู้ประกอบการเหล่านี้จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่ผู้ประกอบการข้าวถุงเองก็ต้องสู้ด้วยเงื่อนไขที่ดีเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ เป็นต้น

แนวโน้มผลผลิตข้าวนาปี

อาจจะประเมินลำบาก เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ แต่ดูทิศทางของผลผลิตข้าวแล้วน่าจะลดลง ซึ่งเป็นผลดีให้กับเกษตรกรที่จะขายข้าวได้ราคาดี โดยข้าวขาวนั้นได้ทยอยออกมาแล้ว ขณะที่ข้าวสารหอมมะลิขายอยู่ที่ 38 บาทต่อกิโลกรัมและข้าวสารเหนียวขายอยู่ 40-42 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่าจะเริ่มทยอยออกมาช่วงปลายปีนี้ ส่วนราคาผลผลิตคงปรับไปตามกลไกตลาด ส่วนราคาข้าวถุงจะปรับขึ้นหรือไม่นั้น อาจต้องดูทิศทาง แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการคงไม่ปรับราคา เพราะเมื่อผลผลิตออกมามากขึ้นราคาก็จะปรับตัวลดลง อีกอย่างราคาข้าวถุงปัจจุบันถือว่าสูงอยู่แล้ว แต่ต้องติดตามสถานการณ์และทิศทางต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ