เตือนร้านค้าผิดเงื่อนไข “เราชนะ คนละครึ่ง เรารักกัน” จับทันที เจอแล้ว 68 ราย

พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐ หากพบกระทำผิดจะถูกดำเนินการ เรียกคืนเครื่องอีดีซี ล่าสุดส่งหนังสือเวียนแจ้งเตือนร้านค้าทั่วประเทศ ย้ำว่าดำเนินการจริง โดยดำเนินคดีร้านค้าไปแล้ว 68 รายทั่วประเทศ

นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ณ ร้านโพธิสมบัติ ตลาดบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย พบว่า มีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลทั้งโครงการเราชนะ คนละครึ่ง รวมถึงร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่ให้บริการแก่ประชาชน ทั้งนี้ หากพบว่ามีร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า กระทำผิดเงื่อนไขโดยรับแลกเงินสด ย้ำการกระทำดังกล่าวเป็นการฉ้อโกงประชาชน และจะมีความผิดตามกฎหมาย

โดยกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินคดี และเรียกคืนเครื่องอีดีซีกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ปัจจุบันได้ดำเนินการยกเลิกร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้ว 45 ราย พร้อมยืนยัน จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าในวันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2564) ยังไม่พบรายการสินค้าใดปรับขึ้นราคา ยกเว้นน้ำมันปาล์มที่มีราคาสูงขึ้น เนื่องจากราคาผลปาล์มดิบในช่วงที่ผ่านมา มีราคาสูงขึ้นต่อเนื่องถึงกิโลกรัมละ 7-7.50 บาท ทำให้ต้นทุนน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสูงขึ้นตาม

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้มีการหารือกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม และห้างสรรพสินค้า เพื่อติดตามดูแลสินค้าไม่ให้ขาดแคลน และขอความร่วมมือตรึงราคาจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดจำหน่ายไม่เกินขวดละ 48-49 บาท เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเดือนดร้อน และคาดว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป ผลผลิตปาล์มจะออกมามาก จะทำให้ราคาน้ำมันปาล์มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่าร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง และโครงการเราชนะ มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ว่า กรมฯ ได้ส่งหนังสือเวียนถึงร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้ถือปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ คือ ห้ามยึดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ห้ามรับ แลกเป็นเงินสด ห้ามบังคับการซื้อ ขายสินค้า ห้ามจำหน่ายบุหรี่ สุรา เบียร์ให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ห้ามเอาเปรียบฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาและขายเกินราคาที่กำหนดโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันและแจ้งเตือนร้านธงฟ้าไม่ให้มีพฤติกรรมฉวยโอกาส หรือกระทำผิด


ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกระทำผิด จะถูกเพิกถอนสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและแจ้งกรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการเพื่อเรียกคืนเครื่องอีดีซี หรือยกเลิกการใช้แอพพลิเคชันด้วย และยังจะประสานกระทรวงการคลังในฐานะผู้ดูแลโครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ หรือโครงการอื่นๆ ด้วย

นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2563 จนถึงปัจจุบัน กรมฯ ได้ดำเนินคดีกับร้านค้าไปแล้ว 68 ราย โดยเป็นร้านธงฟ้า จำนวน 45 ราย ที่มีพฤติกรรมไม่ปิดป้ายแสดงราคา ปรับราคาสูงขึ้น และกระทำผิดตามหลักเกณฑ์ ซึ่งได้ยกเลิกสิทธิ์ไปแล้ว จึงขอให้ร้านค้าต่างๆ ปิดป้ายแสดงราคา และจำหน่ายราคาปกติเพื่อช่วยกันในช่วงวิกฤตขณะนี้ หากตรวจสอบพบว่าไม่ปิดป้ายแสดงราคา จะมีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท และหากจำหน่ายสูงเกินสมควร จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในได้จัดสายตรวจลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับต่างจังหวัดได้ให้พาณิชย์จังหวัดจัดเจ้าหน้าที่เข้มงวดตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดจะให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และหากประชาชนพบร้านค้าที่ฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดประเทศ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ