น้อมนำพระราชดำริ ร.9 ธุรกิจ บี.กริม สุจริต-ไม่เอาเปรียบ

สัมภาษณ์

ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีหลักการทรงงาน และหลักธรรมคำสอนมากมาย ที่พสกนิกรชาวไทย รวมถึงชาวต่างชาติที่มาพึ่งใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ต่างรับสนองพระบรมราชโองการไว้เหนือเกล้าฯ

กลุ่ม บี.กริม ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงาน ธุรกิจระบบภายในอาคารและอุตสาหกรรม สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ อสังหาริมทรัพย์ และคมนาคม เป็นกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้นำหลักการทรงงานและหลักธรรมคำสอน มาประยุกต์ใช้ในการประกอบธุรกิจ



ผู้ก่อตั้งถือสัญชาติเยอรมัน ได้น้อมนำพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการบริหารงานองค์กร ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตและบริหารกิจการให้เติบโตมาได้อย่างทุกวันนี้

โดย “นางปรียนาถ สุนทรวาทะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวย้อนไป 140 ปีก่อนครั้งที่ นายแบรนด์อาร์ด กริม เภสัชกรชาวเยอรมัน และนายแอร์วิน มุลเลอร์ พ่อค้าชาวออสเตรีย ได้เดินทางมายังประเทศไทย และพึ่งใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของราชวงศ์จักรี ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

โดย ก่อตั้งห้างจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม และเคมีภัณฑ์ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ในชื่อว่า “สยามดิสเป็นซารี่” และได้รับเภสัชกรชาวเยอรมัน “นายอดอล์ฟ ลิงค์” มาร่วมงาน และขยายกิจการเติบโตขึ้น

และด้วยความรู้และความชำนาญในวิชาชีพจน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “เภสัชกรหลวงแห่งราชสำนักไทย” และต่อมาในรุ่นลูก รุ่นหลานได้มีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาทสืบเนื่องมาจวบจนถึงรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ ท่านมาโดยตลอด เราเชื่อในเรื่องการทำความดีเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ไม่ว่า บี.กริมจะเจอวิกฤตเศรษฐกิจ เราไม่ได้หยุดการช่วยเหลือมูลนิธิต่าง ๆ จะมีการจัดสรรเงินทุกเดือนให้เดินต่อไปได้

สำหรับเรื่องการบริหาร จัดการของ บี.กริม พระองค์ท่านเคยสอนเรื่องการทำงานว่า “ต้องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ดังนั้นเวลาเราจะไปลงทุนในที่ไหน รวมถึงธุรกิจที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่เราคุ้นเคย เช่น บี.กริมเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) เมื่อคิดจะไปลงทุนต่างประเทศ เราต้องเลือกจะไปลงทุนประเทศไหน เราต้องเข้าใจวัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ เข้าใจวิธีการทำงานของประเทศนั้น ๆ ต้องเข้าให้ถึง ต้องมีพาร์ตเนอร์ที่จะสามารถสนับสนุนเราได้ จึงจะทำให้ บี.กริมประสบความสำเร็จ

อีกประการที่พระองค์ท่านทรงเน้นย้ำ คือ เรื่อง “การเป็นคนดี” จะต้องเน้นเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต และจะเน้นการทำงานเป็นทีม ธุรกิจจะประสบความสำเร็จ เพราะเราร่วมมือกัน ทำงานเป็นทีม โดยต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าหลายสิบโรง โดยโรงไฟฟ้า 1 แห่ง มูลค่า 5,000-6,000 ล้านบาท มีหนทางที่จะทำอย่างไม่ตรงไปตรงมาได้มากมาย ถ้าจะทำ แต่ บี.กริม ทำงานอย่างตรงไปตรงมา จะเน้นตรงนี้เป็นสำคัญ พิสูจน์แล้วจากตัวเลขของต้นทุนของโรงไฟฟ้าที่ บี.กริมสร้าง เราเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด เราเคยไปเทียบกับโรงไฟฟ้า SPP รายอื่นในตลาด ปรากฏ บี.กริม มีต้นทุนถูกกว่าเป็น 1,000 ล้านบาท “ตรงนี้เป็นเรื่องที่เราภาคภูมิใจจริง ๆ”

การทำงานอย่างโปร่งใส ซื่อสัตย์ ยุติธรรม มันเป็นผลดีในระยะยาว จะสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงการทำธุรกิจแบบโอบอ้อมอารี คือ การทำธุรกิจอย่างไม่เอาเปรียบ อย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ซึ่งก็เหมือนที่พระองค์ท่านทรงสอนเรื่องการเป็นคนดี คือ “จะต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้ง” เราพยายามเน้นตรงนี้ เพราะฉะนั้น พาร์ตเนอร์ที่เป็นของเรา จึงเป็นพาร์ตเนอร์ที่มีความสัมพันธ์ยืนยาว เก่าแก่มาตลอด อย่างบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ของโลกที่เราร่วมทุน เช่น Merck, Carl Zeiss, Carrier เราไปจอยต์เวนเจอร์แบบระยะยาว เพราะฉะนั้น วิกฤตทั้งหมดที่ผ่านมาได้ ทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 สงครามโลกครั้งที่ 2 โดนยึดทรัพย์หมด เพราะเป็นคนเยอรมัน

และครั้งวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ถ้าเราไม่มีพาร์ตเนอร์ที่เชื่อถือเรา เราลำบากมาก แต่ทั้งซัพพลายเออร์ก็ยืดหนี้เป็นระยะยาวให้หมด เจ้าหนี้ทั้งหลาย และพาร์ตเนอร์ก็ไม่ทิ้งเรา เขาก็พยายามเข้ามาสนับสนุนตลอด อันนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ บี.กริม ยืนยงมาได้ 140 ปี

สืบสานพระราชปณิธาน

ถึงวันนี้ บี.กริม ได้สืบสานโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ของพระบรมวงศานุวงศ์โดยมีการบริจาคเงินสนับสนุนให้มูลนิธิต่าง ๆ เป็นรายเดือนในทุกเดือน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานโครงการต่าง ๆ เช่น ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (ศูนย์มะเร็งเต้านม) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสภากาชาดไทย โดยหลายปีที่ผ่านมา “นายฮาราลด์ ลิงค์” ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม ได้เป็นกรรมการสภากาชาดไทยเพื่อถวายงานรับใช้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การบริจาคให้มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อส่งเสริมสนับสนุนงานขององค์กรต่าง ๆ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จย่า, มูลนิธิสิริวัฒนา เชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่งเป็นแหล่งพึ่งพิงของคนพิการ และช่วยให้ผู้ป่วยพิการ และขัดสนให้มีความหวังในชีวิต

ในด้านการศึกษา ได้สนับสนุนถวายเงินในกองทุนเพื่อการศึกษาของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาโดยตลอด รวมถึงการสนับสนุนกองทุนของโรงเรียนจิตรลดา, มูลนิธิมหาจักรีสิรินธรเพื่อคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รวมถึงการจัดตั้งโรงเรียน อ.ฮ.ลิงค์ (ในพระอุปถัมภ์สมเด็จย่า), การตั้งโรงเรียน บี.กริม ในพื้นที่จังหวัดชายแดน เป็นต้น


และโครงการ ต่างๆ เพื่อความก้าวหน้าของสังคมไทย และเห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เช่น โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมระบบการศึกษาให้มีคุณภาพ และการยกระดับมาตรฐานการศึกษาของเยาวชนในทุกระดับชั้น โดยมีการสนับสนุนการพัฒนาการสอนวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กอายุ 3-6 ปี , บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธรไทย-เยอรมัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ,โครงการการศึกษาทวิภาคีไทย-เยอรมัน เพื่อพัฒนาเด็กระดับอาชีวศึกษาของไทย เป็นต้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ