“NIA” ดันสะเต็ม+ธุรกิจ ใช้มือโปรสอนรับโลกอนาคต

เมื่อโลกในอนาคตจะพัฒนาบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมทั้งผนวกเข้ากับการทำธุรกิจด้วยไอเดียใหม่ ๆ มากขึ้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย นำร่องเปิดโครงการห้องเรียนนวัตกรรมในหลักสูตร “STEAM4INNOVATOR@SCHOOL”

ที่มีจุดแข็งคือได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักพัฒนาโครงการนวัตกรรมจาก NIA และยังมีกิจกรรมส่งเสริมอื่น ๆ อาทิ การลงมือออกแบบโมเดลธุรกิจ นวัตกรรรม การศึกษาดูงานต่างประเทศ การทำแผนพัฒนาธุรกิจ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้ถือเป็นการพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมของเยาวชนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อต่อยอดสู่โลกธุรกิจในอนาคต หลักสูตรนี้จะเริ่มภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 เป็นเวลา 12 สัปดาห์

ตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ของหลักสูตรดังกล่าวนั้น ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ระบุว่า NIA ใช้แนวทางจัดการเรียนรู้ที่เรียกว่า “STEAM4INNOVATOR” แนวทางใหม่ที่จะนำความรู้ด้านธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการมาบูรณาการเข้ากับความรู้ความเข้าใจทางด้าน STEAM (science, technology, engineering, art, mathematics) ให้เยาวชนสามารถประยุกต์และสร้างสรรค์ผลงาน

พร้อมกันนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างแรงบันดาลใจผ่านกิจกรรมต่าง ๆ รวม 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 รู้ลึก รู้จริง (insight) ในสัปดาห์ที่ 1-3 ให้นักเรียนค้นหาแรงบันดาลใจ จากกรณีศึกษา (case study) ต่าง ๆ และค้นหาข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ ผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ (design thinking)

ขั้นตอนที่ 2 สร้างสรรค์ไอเดีย (wow idea) ในสัปดาห์ที่ 4-5 นักเรียนจะนำความคิดมาสังเคราะห์เป็นไอเดียที่มีคุณค่า มีการกำหนดปัญหาและเป้าหมายที่ชัดเจน และมีโอกาสทำได้จริง

ขั้นตอนที่ 3 แผนพัฒนาธุรกิจ (business model) ในสัปดาห์ที่ 6-9 นักเรียนจะได้คิดแผนธุรกิจเบื้องต้น และลงมือทำต้นแบบ (prototype) พร้อมกับทดสอบกับลูกค้าจริง และได้หารือธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับเรียนรู้ทักษะการทำงานเป็นทีมเพื่อสร้างผลสำเร็จ

ขั้นตอนที่ 4 การผลิตและการกระจาย (production & diffusion) สัปดาห์ที่ 10-12 นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีการผลิตเชิงอุตสาหกรรม วิธีการเผยแพร่และจำหน่ายสินค้า เรียนรู้เทคนิควิธีการนำเสนอผลงานเพื่อการลงทุน และได้ขึ้นเวทีเสนอไอเดียธุรกิจกับลูกค้า หรือที่เรียกว่า pitching และยังได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการและผู้ประกอบการเพื่อนำไปพัฒนาผลงานเพื่อสร้างเป็นธุรกิจได้ต่อไป ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเราได้รับความร่วมมือจากทั้ง 4 ภาคส่วน ได้แก่ NIA โรงเรียน ผู้ประกอบการ ผู้ปกครองและนักเรียน ดร.สหชัย สาสวน ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กล่าวว่า การเรียนการสอนภายใต้โครงการนี้จะเป็นแบบการให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิด และให้ลงมือปฏิบัติตามแนวทางการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจนวัตกรรมเบื้องต้น ซึ่งเยาวชนจะได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักพัฒนาโครงการนวัตกรรมจาก NIA

“โรงเรียนสามเสนฯจะจัดเตรียมสถานที่และบุคลากรเพื่อร่วมจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการร่วมมือกับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสามเสนฯ สนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถผลิตชิ้นงานต้นแบบ และเพิ่มประสบการณ์ที่มีคุณค่าใหม่ที่เป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น เช่น การศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ได้นำโครงการห้องเรียนนวัตกรรมในหลักสูตร STEAM4INNOVATOR@SCHOOL มานำร่องในโรงเรียน เพราะนอกจากจะได้เป็นการปลูกฝังแนวความคิดด้านการเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรมตั้งแต่เยาว์วัยแล้ว ยังส่งเสริมให้เยาวชนได้คิด ได้ลงมือทำ และเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเองอีกด้วย”

ดร.สหชัยยังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเป็นยุคแห่งเทคโนโลยี และข้อมูลข่าวสาร ทำให้เยาวชนไทยมีความสามารถในการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองจากสื่อต่าง ๆ ที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ครูในยุคปัจจุบันจึงต้องปรับตัวให้สามารถเข้าใจ เข้าถึง และอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนในการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านการถาม การฟัง การสังเกต การวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงสร้างความไว้วางใจ และสร้างแรงบันดาลใจในการที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพื่อให้เยาวชนมีทักษะที่จะต่อยอดการเรียนรู้ในโลกแห่งความรู้มากมายต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

Previous articleทูตปากีสถานเปิดใจ “โลกมนต์ขลัง” ฉายา “สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย”
Next articleกต.ออกประกาศเตือนคนไทยในลิเบีย หลีกเลี่ยงพื้นที่สู้รบ