เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บีโอไอไฟเขียว 9 โครงการใหญ่ 6.6 หมื่นล้าน ตั้งอนุฯกลั่นกรอง Data Center รับลงทุนดิจิทัล-AI
Economic บีโอไอไฟเขียว 9 โครงการใหญ่ 6.6 หมื่นล้าน ตั้งอนุฯกลั่นกรอง Data Center รับลงทุนดิจิทัล-AI
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท รูปพรรณบาทละ 65,250 บาท
ETDA เปิดให้แฮ็กระบบ “AI ธนาคาร” ทำไมถึงให้ “คนดี” ลองคิดแบบอาชญากร
Tech ETDA เปิดให้แฮ็กระบบ “AI ธนาคาร” ทำไมถึงให้ “คนดี” ลองคิดแบบอาชญากร
LINE MAN RIDE เปิดตัว ‘Comfort’ บริการเรียกรถ EV ที่นั่งกว้าง นำร่องกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
Tech LINE MAN RIDE เปิดตัว ‘Comfort’ บริการเรียกรถ EV ที่นั่งกว้าง นำร่องกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
“รักชนก” บี้กลุ่มบริษัทใหญ่ ปลุกพนักงานลงทะเบียนบอร์ดประกันสังคม โค้งสุดท้าย 7 วัน
Politics “รักชนก” บี้กลุ่มบริษัทใหญ่ ปลุกพนักงานลงทะเบียนบอร์ดประกันสังคม โค้งสุดท้าย 7 วัน
‘พงษ์สวาท’ ขอจบชีวิตราชการที่ปลัดยุติธรรม มั่นใจทำงานเต็มที่
Politics ‘พงษ์สวาท’ ขอจบชีวิตราชการที่ปลัดยุติธรรม มั่นใจทำงานเต็มที่
ทรัมป์โมโห ลั่นข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านสิ้นสุดแล้ว แต่ไม่ปิดทางเจรจา
World ทรัมป์โมโห ลั่นข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านสิ้นสุดแล้ว แต่ไม่ปิดทางเจรจา
ธปท. ชี้ศักยภาพเศรษฐกิจปีนี้ควรโต 2.7% ตรึงดอกเบี้ย 1% ต้องระวังเสถียรภาพ
Finance ธปท. ชี้ศักยภาพเศรษฐกิจปีนี้ควรโต 2.7% ตรึงดอกเบี้ย 1% ต้องระวังเสถียรภาพ
ป.ป.ช. รับคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นคดีพิเศษ ตั้งคณะไต่สวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
Politics ป.ป.ช. รับคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เป็นคดีพิเศษ ตั้งคณะไต่สวนเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
ผู้ว่า ธปท. แจ้ง กรอ. เศรษฐกิจไทยผ่อนคลายทิศทางดีขึ้น ปรับ GDP ปีนี้ 2.3%
Finance ผู้ว่า ธปท. แจ้ง กรอ. เศรษฐกิจไทยผ่อนคลายทิศทางดีขึ้น ปรับ GDP ปีนี้ 2.3%
ดูทั้งหมด

“จุฬาฯ” เมินขยายวิทยาเขต ปั้นศูนย์เรียนรู้ฝึก นศ.-ดูแลสังคม

09 ส.ค. 2562 | 15:08น.

ภายหลังจากการออกนอกระบบของสถาบันในระดับอุดมศึกษา จะเห็นภาพของการขยายวิทยาเขตเพื่อรองรับนักศึกษาในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ แต่สำหรับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ไม่มีนโยบายขยายวิทยาเขต แต่เลือกที่พัฒนาในรูปแบบของศูนย์การเรียนรู้เพื่อภูมิภาค นอกจากเข้ามาช่วยเหลือชุมชนแล้ว ยังใช้เป็นสถานที่การเรียนการสอนภาคปฏิบัติของนิสิตจุฬาฯ อีกด้วย อย่างเช่น ในพื้นที่จังหวัดน่าน ที่ประกอบด้วย สถานีวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีผาสิงห์ ตำบลผาสิงห์ ที่มีความโดดเด่นด้านการเลี้ยงแพะเนื้อและแพะนม และสถานีวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีไหล่น่าน อำเภอเวียงสาที่มีงานวิจัยและการพัฒนากล้าไม้ยาง และการเลี้ยงโคแดงพื้นเมืองน่าน รวมไปถึงการเลี้ยงกบนาแบบอินทรีย์ ที่ประสบความสำเร็จและยังวิจัยและพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับสังคม เศรษฐกิจ และการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น หรือการพัฒนาจังหวัดน่านให้ครบทุกมิติ

“ผศ.ดร.วิเชฏฐ์ คนซื่อ” ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ศูนย์การเรียนรู้ฯในจังหวัดน่านถือเป็นการขยายบทบาทของจุฬาฯไปยังภูมิภาคและทำให้ชุมชนที่ต้องการความรู้ และต้องการความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาศูนย์การเรียนรู้ฯได้ลงพื้นที่เพื่อให้เห็นปัญหาที่แท้จริงแล้วหาวิธีดำเนินการแก้ไข จนได้รับการ “ยอมรับ” จากชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างดี และในปีนี้ศูนย์การเรียนรู้ฯและสถานีวิจัยฯจะดำเนินการวิจัยและพัฒนาโดยยึดทิศทางนโยบายของผู้บริหารนั่นคือ การสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะที่เป็น “นวัตกรรมทางสังคม” (social engagement) หรือการมีส่วนร่วมทางสังคม คือ

1) การป้องกันโรคหนอนกอข้าวที่เข้ามากินต้นข้าวเกษตรกรในพื้นที่ได้รับความเสียหาย โดยใช้ความรู้จากภาควิชาชีววิทยา และความรู้จากศูนย์วิจัยด้านแมลง และจะใช้แนวทางของชีววิถีเข้ามาแก้ปัญหา ด้วยการปลูกพืชผสมผสานในแปลงนา เพื่อสร้างระบบนิเวศให้สมบูรณ์และให้ธรรมชาติจัดการกันเอง และลดการใช้สารเคมีz2) เพิ่มผืนป่าให้จังหวัดน่าน ที่ต้องใช้พันธมิตรเข้ามาร่วมกัน เพราะการปลูกป่า

ถือเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากจังหวัดน่านถือเป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำน่าน และคิดเป็นร้อยละ 45 ที่ไหลรวมในแม่น้ำเจ้าพระยา หากเกิดปัญหาแผ้วถางป่าไปเรื่อย ๆ ก็จะส่งผลกระทบกันเป็นลูกโซ่ และเป็นปัญหาใหญ่ที่สังคมต้องร่วมมือกัน อย่างเช่น โครงการรักษ์น่าน สานสร้างป่า ปีที่ 2 ที่เริ่มดำเนินการแล้ว ในการปลูกป่าเพิ่มยังได้นำนวัตกรรมที่เรียกว่า “พอลิเมอร์ชีวภาพ” ที่สามารถกักเก็บความชื้นไว้ให้ต้นไม้ช่วงที่ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งได้อีกด้วย

3) พัฒนาและวิจัยพันธุ์แพะ โดยโจทย์คือ ฤดูกาลใดที่แพะให้ปริมาณน้ำนมได้ดีที่สุด เนื่องจากพื้นฐานของจังหวัดน่าน มีชนเผ่าอยู่เป็นจำนวนมากที่ต้องการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ทั้งส่วนที่เป็นแพะเนื้อและแพะนม เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในพื้นที่

และ 4) การพัฒนาสินค้าท้องถิ่นด้วยการ “สร้าง story” ให้กับสินค้า อย่างเช่น น้ำผึ้งป่า และกาแฟ เพื่อเพิ่มคุณค่าและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยโจทย์สำคัญคือ ผู้บริโภคเชื่อมั่นในคุณภาพและซื้อโดยไม่ขอลดราคา

ทั้งนี้ ผศ.ดร.วิเชฏฐ์ให้ข้อมูลอีกว่า โจทย์ของพื้นที่ต่างกันคือ ต้องการเปลี่ยนวัตถุอะไรก็ตามให้เป็น “เงิน” ในกระเป๋า ขอยกตัวอย่างเช่น “ฟาร์มบุญสนอง” ที่เลี้ยงแพะจนกระทั่งมีพ่อค้ามาขอซื้อเพื่อส่งออกไปประเทศเวียดนาม โดยมีการการันตีราคา และขอซื้อทั้งหมด ราคาโดยเฉลี่ยที่ 2,500 บาท/ตัว โดยใช้เวลาเลี้ยงแค่ 3 เดือนก็ขายได้แล้ว

“แต่ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถคอนโทรลตลาดได้ ตอนนี้มีการรับซื้อแพะอยู่ที่กว่า 100 ตัว/วัน ในพื้นที่ ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากโรคที่ระบาดในสุกร ฟาร์มที่เวียดนามรับแพะได้ทั้งหมด ชุมชนก็มีอาชีพ มีรายได้ อยากให้ทุกงานยั่งยืน จึงต้องรู้ว่าชุมชนต้องการอะไร และเรานำองค์ความรู้มา และต้องถามชุมชนว่า ต้องการโครงการหรือไม่ ประโยชน์ที่จะได้เป็นอย่างไร ถ้าเห็นตรงกันก็ถือว่าโปรเจ็กต์ประสบความสำเร็จแล้ว”

ภายใต้โครงการรักษ์น่าน สานสร้างป่าผศ.ดร.วิเชฏฐ์บอกอีกว่า มีการจัดตั้ง “รูปแบบคณะอนุกรรมการเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพราะมีคำถามจากชุมชนในพื้นที่ว่า หากไม่ให้บุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรแล้วจะให้ทำอะไร ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ และวางแผนดำเนินการไว้ว่า กำลังตั้งต้นที่จะแจกพันธุ์สัตว์เป็นกลุ่ม ซึ่งเมื่อชุมชนพัฒนาต่อเองได้แล้วก็ต้องส่งพันธุ์สัตว์ไปให้เกษตรกรรายอื่นต่อไป ตรงตามรูปแบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ศูนย์การเรียนรู้ฯต้องการให้เกิดขึ้นอีกด้วย

เมื่อให้มองถึงอนาคตของศูนย์การเรียนรู้ฯในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น “ผศ.ดร.วิเชฏฐ์” บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการ “คิดใหม่” และขยายผลจากสิ่งเดิมที่มีอยู่ให้พัฒนาขึ้นไปอีก

และต่อจากนี้คีย์เวิร์ดสำคัญคือ เรื่องศิลปวัฒนธรรม และยังวางเป้าหมายว่าในปี 2561-2562 จะได้เห็นภาพการค้าชายแดนจะมีบทบาทมากขึ้น รวมถึงต้องการผลักดันให้น่านเป็นศูนย์กลาง หรือ hub เพื่อส่งสินค้าออกไปยังประเทศจีนและเวียดนามด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย