เงินดิจิทัลฝุ่นตลบไร้มาตรการคุมเสี่ยง

ตลท.เปิด ทาง บจ.ระดมทุน ICO เตือนผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด “เจมาร์ท” เดินหน้าขาย “JFin Coin” ระดมทุน 660 ล้านบาท พัฒนาระบบสินเชื่อที่ไม่มีตัวกลาง ปลุกกระแสเก็งกำไรเปิดพรีเซลรับวาเลนไทน์ สศค.เผยประชุม 4 หน่วยงานถกคุม “สกุลเงินดิจิทัล” ยังไม่มีข้อสรุป

ตลท.เปิดทาง บจ.ทำ ICO

นาย สันติ กีระนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯมองว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่จะใช้ช่องทางระดมทุนในรูปแบบ ICO (initial coin offering) ทำได้ แต่สิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯมีมาตรการในการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน คือเรื่องการเปิดเผยข้อมูลของ บจ. ซึ่งการระดมทุนผ่าน ICO ควรจะต้องส่งรายละเอียดข้อมูลการระดมทุน (white paper) ให้กับนักลงทุนอย่างโปร่งใสและครบถ้วน

ปัจจุบันมี บจ.หนึ่งรายเข้ามาหารือเรื่องการระดมทุนผ่าน ICO โดยทางตลาดหลักทรัพย์ฯได้เปิดกว้างและไม่ได้ปิดกั้นแต่อย่างใด เพียงแต่หากไม่มั่นใจหรือสุ่มเสี่ยงสามารถเข้ามาปรึกษากับตลาดหลักทรัพย์ฯ ก่อนได้

“สิ่งที่ต้องระวังสำหรับผู้ลงทุนคือการอ่านข้อมูลการระดม ทุนให้ครบถ้วน เพราะถือเป็นข้อตกลงร่วมกับบริษัทโดยตรง ขณะที่บริษัทจดทะเบียนที่ระดมทุนผ่าน ICO จะต้องบันทึกบัญชีในงบดุล แต่จะถูกบันทึกอยู่ในส่วนของ “ภาระผูกพัน” เพื่อให้กับผู้ถือ “token” ซึ่งจะไม่ถูกนับเป็นหนี้หรือหุ้นกู้ แต่จะถือเป็นภาระผูกพันเนื่องจากไม่มีดอกเบี้ย จึงแนะนำนักลงทุนศึกษาให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน” นายสันติกล่าว

เจมาร์ทเปิดพรีเซล “JFin Coin”

นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (JVC) กล่าวว่า บริษัทจะเปิดการระดมทุนด้วยดิจิทัลโทเคน “JFin Coin” ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (ICO) โดยรอบแรกจะเปิดขาย 100 ล้านเหรียญ หน่วยละ 6.6 บาท จากทั้งหมด 300 ล้านเหรียญ ซึ่งจะเปิดขายพรีเซลวันแรก 14 ก.พ.-28 ก.พ. 2561 นี้ และขายรอบจริง 1 มี.ค.-31 มี.ค. 2561

ทั้งนี้ คาดว่าจะได้รับเงินระดมทุนประมาณ 660 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง หรือ decentralized digital lending platform (DDLP) ซึ่งระยะแรกจะเริ่มใช้ในการปล่อยสินเชื่อของบริษัท เจ ฟินเทค จำกัด รวมถึงมีแผนขยายไปในบริษัทกลุ่มเจมาร์ท

ข้อดีของการระดมทุน ICO คือ บริษัทได้ต้นทุนต่ำกว่าการระดมทุนแบบอื่น ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ลงทุนมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากรายได้ค่าฟีที่เกิดขึ้นจาก ระบบ DDLP”JFin Coin ไม่ใช่เงินและไม่เป็นหลักทรัพย์ เป็นโทเคนแบบ utility token ซึ่งนำเอามาใช้ในระบบบล็อกเชนที่ JVC จะพัฒนาขึ้น เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ สำหรับตัว JFin Coin มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการเป็นโทเคนเพื่อใช้ในระบบ DDLP ขณะเดียวกัน JFin Coin ก็สามารถนำไปซื้อขายในตลาดรองได้”

นายธนวัฒน์กล่าวว่า กรณีที่ ก.ล.ต.มีการเฮียริ่งเรื่อง ICO หากมีกฎหมายข้อบังคับออกมา ทางบริษัทก็พร้อมปรับแก้ไขการทำ ICO ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในกรณีที่แย่ที่สุด อาจมีวิธีการแก้ปัญหาได้หลายรูปแบบ เช่น หาก ก.ล.ต.ไม่รองรับการ ICO ทำให้เทรดในตลาดไทยไม่ได้ ต้องไปเทรดในต่างประเทศ ทั้งนี้ หลังการ ICO จะเริ่มขายในตลาดรอง TDAX 1 เม.ย. 2561

4 หน่วยงานถกคุมเงินดิจิทัล

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมา คณะทำงานเพื่อศึกษาและเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) ที่มีผู้อำนวยการ สศค. เป็นประธานคณะทำงาน ได้ประชุมร่วม 4 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานกลับไปหาข้อสรุปวิธีการที่จะเสนอ แนะเชิงนโยบาย เนื่องจากการประชุมในครั้งแรก แต่ละหน่วยงานต่างมีมุมมองของตัวเอง

“อย่าง ปปง.ก็บอกว่า ต้องการจะให้คนที่ค้าเงินดิจิทัล เป็นสถาบันการเงินที่ต้องรายงานธุรกรรมต่อ ปปง. ขณะที่ ก.ล.ต.ก็ชี้แจงว่ากำลังทำเรื่อง ICO คือรอบแรก แต่ละหน่วยงานก็มีท่าทีของตัวเอง ที่ประชุมจึงให้ไปศึกษาหาวิธีการที่จะเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป โดยจะนัดประชุมกันอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้” นายพรชัยกล่าว

Previous article“ททท.” ดัน 33 ชุมชน มัดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ-
Next articleเชียงใหม่นำร่อง เปิดตัว “สมาร์ทบัส” RTC ทุ่ม 50 ล้าน เร่งเปิดบริการสงกรานต์นี้