เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
Politics ลุ่มเจ้าพระยาน้ำลดลง เชื่อ 4 จว.ท้ายน้ำ ไม่กระทบมาก ‘กทม.’ ยื่นเยียวยาแล้ว 3.5 หมื่นราย 
อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
Economic อุตสาหกรรมไม้ยางพาราชะงัก วัตถุดิบลด โรงงานแปรรูปใต้จ่อย้ายฐาน
ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
Business ย้อนตำนาน 5 ทศวรรษ ‘สวนน้ำ-สวนสนุก’ เมืองไทย เมื่อธุรกิจถึงจุดเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
News ‘ชัชชาติ’ ลุยแก้ปัญหาหมู่บ้านจมน้ำ ระดม ‘เรือลุงถั่ว’ ระบายน้ำคลองประเวศ เร่งฟื้นฟูคลองจั่น-บึงกุ่ม
หายนะ แมนฯ ซิตี้
คุยกับเอกราช หายนะ แมนฯ ซิตี้
แก้ปัญหาไตรมาส 4
Columns แก้ปัญหาไตรมาส 4
ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
Economic ศุภจี เคาะแผนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ SME ปี 70 เป็น 5.8 พันล้าน วางเป้าเพิ่มศักยภาพ 4.1 หมื่นราย
รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
Politics รัฐบาล ชี้เล็งแก้ กม.ปรับใช้ ‘ภาษีบาป’ มุ่งให้เงินเข้าสู่คลัง ยันไม่ยุบ 4 องค์กร
เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
Finance เปิดมุมคิด ผู้นำธุรกิจไทย บริหารธุรกิจครอบครัวแบบ “มืออาชีพ”
ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,750 บาท
ดูทั้งหมด

หุ้นจีน vs ตราสารหนี้ กองทุนไหนฮิตในวันที่ดอกเบี้ยกลับทิศ

20 พ.ค. 2566 | 11:25น.
โดย ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO Jitta Wealth

ช่วงนี้ผมถูกถามเข้ามาค่อนข้างเยอะว่า อยากจะจัดพอร์ตลงทุนแต่ยังเลือกไม่ถูก เพราะเข้ากลางปีแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ตอนนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ส่วนใหญ่รู้แค่ว่าก็เริ่มใกล้จุดเป้าหมายที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จะหยุดการปรับขึ้นดอกเบี้ย แล้วในรอบการประชุมเดือนมิถุนายนนี้จะยุติการขึ้นดอกเบี้ย หรือจะขึ้นอีกเป็นครั้งสุดท้าย มีแต่คนเชียร์ให้ลงทุนตราสารหนี้ แต่ถ้าเกิดดอกเบี้ยปรับทิศเป็นขาลงขึ้นมา จะหาจังหวะเข้าลงทุนตลาดหุ้นทันไหม และตลาดไหนที่น่าสนใจลงทุนได้บ้าง

ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น แม้นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ใหม่จะเพิ่มขึ้น แต่ผลตอบแทนตราสารหนี้จะผกผันกัน เราจึงเห็นว่ากองทุนตราสารมีราคาลดลง เนื่องจากกองทุนตราสารหนี้ส่วนใหญ่จะมีตราสารหนี้เก่าอยู่ในพอร์ต แต่เมื่อดอกเบี้ยเริ่มนิ่งและเป็นขาลงเมื่อไร  กองทุนตราสารหนี้ก็จะกลับมาผงาดอีกครั้ง เพราะในพอร์ตจะมีแต่ตราสารหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าปัจจุบัน  ขณะเดียวกัน เมื่อดอกเบี้ยในระบบปรับลดลงนักลงทุนก็จะเริ่มย้ายเงินไปสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น ว่าแต่ตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน ถ้าเช่นนั้นเราควรมองหาหรือเล็งตลาดหุ้นไหนลงทุนดี

สำหรับผมถ้ามองตลาดหุ้นที่น่าลงทุนจริงๆ ก็หนีไม่พ้นจีนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ ที่ยังไม่รู้ว่าเศรษฐกิจจะถดถอยหรือไม่ ขณะที่ฝั่งจีนกลับมาเปิดประเทศเมื่อต้นปี 2566 นี้ ไม่สร้างความผิดหวังให้แก่โลกเลยครับ เราได้เห็นพญามังกรจีนที่กลับมาผงาดยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยครับ

พลังแห่งหยวน! เงินสกุลจีนทะยานสู่เงินทุนสำรองทั่วโลก

ล่าสุด กระแสใหญ่ของโลกพุ่งตรงไปที่ ‘พลังเงินหยวน’ ของจีนที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่ธนาคารกลางทั่วโลก เนื่องด้วยการกระจายทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของเงินหยวนในระบบการเงินโลก ประเทศต่างๆ ให้ความสนใจจะถือครองเงินหยวนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าและการลงทุนมากขึ้น

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ‘ส่วนแบ่งของเงินหยวนในทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด และเป็นสกุลเงินสำรองที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากดอลลาร์สหรัฐ และ ยูโร’แล้วครับ

การเพิ่มขึ้นของเงินหยวนในฐานะสกุลเงินสำรองเป็นพัฒนาการเชิงบวกสำหรับจีน เพราะอาจทำให้จีนลดค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมของรัฐบาลและบริษัทต่างๆ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงินโลกของจีน ที่สำคัญเลยคือทำให้จีนมีบทบาทที่โดดเด่นขึ้นในเศรษฐกิจโลก

แนวโน้มของค่าเงินหยวนนอกจากจะส่งผลด้านที่ดีต่อจีนแล้ว ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งผลกระทบไปทางฝั่งคู่แข่งอย่างสหรัฐฯด้วยเช่นกัน เพราะหากเงินดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้นไม่หยุดหย่อน ต่อไปสัดส่วนการใช้เงินหยวนเป็นเงินทุนสำรองในอนาคตอาจจะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้

สัญญาณเศรษฐกิจจีนพุ่งแรงเกินต้าน หลัง Reopen ประเทศ

หันมาดูปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของจีนก็แข็งแกร่งสอดรับตามไปด้วย ไตรมาสแรกปีนี้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีน (GDP) อยู่ที่ 4.5% ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ เป็นผลจากการเปิดประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้ง ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย แถมภาคครัวเรือนก็มีเงินออมเพิ่มมากขึ้นอีก ทั้งนี้ ตัวเลขยอดเงินฝากของครัวเรือนในไตรมาสแรกยังคงปรับเพิ่มขึ้นถึง 17.8% เทียบปีก่อน พร้อมที่จะควักออกมาใช้จ่ายได้เสมอ ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์คาดว่าโมเมนตัมดังกล่าวจะส่งต่อไปยังไตรมาส 2 ได้

สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนประกาศตัวเลข GDP ในไตรมาส 1 ของปี 2023 เติบโต 4.5% ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาที่ 2.2% และทั้งปี 2565 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนเติบโตเพียง 3% จากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงนโยบายโควิดเป็นศูนย์ที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีน

โดยไตรมาสแรก ปี 2566 ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ดี โดยเฉพาะตัวเลขค้าปลีกเติบโตมากถึง 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตัวเลขภาคการผลิตเติบโต 3%เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ในปี 2022 เติบโต 5.1% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ภาคการส่งออกของจีนเติบโต 8.4% (ในสกุลเงินหยวน) ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ได้ผลบวกจากข้อตกลงการค้า RCEP ที่มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2565 ทำให้ยอดส่งออกอาเซียนขยายตัวสูง ทดแทนการส่งออกไปสหรัฐฯ ที่หดตัวในไตรมาสแรก

Raymond Yeung นักวิเคราะห์จาก ANZ ให้ความเห็นว่า การเปิดเมืองของจีนกำลังส่งผลต่อเศรษฐกิจจีน การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรก จะสร้างโมเมนตัมต่อไปในไตรมาส 2 นี้ ทาง ANZ คาดว่า GDP ในไตรมาส 2 จะเติบโตได้มากถึง 8%

ขณะที่รัฐบาลจีนก็ตั้งเป้าหมาย GDP ปี 2566 นี้เติบโต 5% แต่ผมมองว่า เศรษฐกิจจีนปีนี้มีโอกาสโตสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากฐานที่ต่ำมากในปีที่ผ่านมา จากการปิดประเทศ ประกอบกับรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นทางการเงิน ผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยและมาตรการทางการคลังผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้มีการจ้างงานและระดับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ตามนโยบายของสองสภาจีนที่ประกาศเป้าหมายการเติบโตอย่างมีคุณภาพเมื่อเดือน มี.ค.66 ที่ผ่านมา

ถึงเวลาลงทุนหุ้นใหญ่มหาอำนาจของโลกฝั่งเอเซีย

นอกจากนี้ คงจำกันได้ว่า รัฐบาลจีนยังกำหนดนโยบายแผนพัฒนาประเทศในระยะยาว มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการลดคาร์บอนเป็นศูนย์ด้วย พร้อมเน้นการเติบโตภายในประเทศเป็นหลัก ท่ามกลางการบริโภคในประเทศที่กำลังกลับมาเติบโตอีกครั้ง มีแนวโน้มที่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจีนจะเติบโตอย่างโดดเด่นในระยะยาว เช่นเดียวกับเศรษฐกิจที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งในอนาคต

สำหรับตลาดหุ้นจีน Shanghai stock market ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ( ณ วันที่ 17/05/23) เปลี่ยนแปลง 5.83% โดยมี P/E อยู่ที่ 13.11 เท่า Valution ตลาดหุ้นจีนก็ยังอยู่ระดับต่ำ และคงจำกันได้ดี เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตลาดหุ้นจีนร่วงแรงหลังรัฐบาลเข้ามาควบคุมและจัดระเบียบธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เกิดการเทขายของนักลงทุนสถาบันจนมีสัดส่วนลดต่ำลง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่นักลงทุนสถาบันจะกลับเข้ามาลงทุนหุ้นจีนอีกครั้ง และหากดอกเบี้ยสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดยหลักการลงทุนจะเป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น ดังนั้น ผมแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นจีน เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เติบโตไปกับเศรษฐกิจจีนในระยะยาว

แต่ขณะเดียวกัน คุณก็ต้องเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงการลงทุนหุ้นจีนด้วยนะครับ เนื่องจากระหว่างเส้นทางการเติบโตของจีนในระยะข้างหน้า ยังมีความเสี่ยงทั้งจากในและต่างประเทศเกิดขึ้นได้เสมอ ในฐานประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เบอร์สองและกำลังหายใจรดต้นคอเบอร์หนึ่งอย่างสหรัฐฯ

มาดูปัจจัยในประเทศ เรื่องใหญ่ๆ จะมีภาคส่งออกที่อาจชะลอตัวจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มชะลอตัวจนอาจเกิดภาวะถดถอย แต่จีนก็มีตลาดส่งออกไปอาเซียนภายใต้ข้อตกลง RCEP ที่พอจะช่วยประคองได้บ้าง และปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังแก้ไม่จบ แม้ว่าตลาดอสังหาฯ ของจีนได้ผ่านจุดต่ำสุดในปีที่แล้ว แต่ก็มีหนี้ก้อนโตของบริษัทอสังหาฯ ที่พร้อมเกิดภาวะผิดนัดชำระหนี้ได้อยู่เสมอ ทำให้ผลประกอบการของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังหดตัวต่อเนื่อง

ส่วนปัจจัยต่างประเทศหนักสุดหนีไม่พ้นปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์จากคู่กรณีทั้งสหรัฐฯ ไต้หวัน หรือประเทศอื่นๆ ที่พร้อมกระทบถึงจีนและประเทศต่างๆ ได้ สร้างความผันผวนในตลาดหุ้นเป็นระลอก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในขณะนี้ ผมมองว่ายังไม่กระทบไปถึงพื้นฐานเศรษฐกิจจีนครับ เพราะรัฐบาลประกาศชัดเจนเน้นการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีคุณภาพ

แต่ถ้าคุณลงทุนระยะยาว หากความผันผวนซาลงและสถานการณ์กลับสู่ปกติ ตลาดหุ้นที่แข็งแกร่งก็จะพลิกฟื้นได้เร็วกว่าตลาดหุ้นที่อ่อนแอ นี่คือทางเลือกสำหรับผู้กล้าที่อยากลงทุนหุ้นใหญ่มหาอำนาจของโลกฝั่งเอเซีย

โอกาสดอกเบี้ยสหรัฐฯ พีกและทรงตัวสูง จังหวะลงทุนตราสารหนี้สั้น เก็บเกี่ยวผลตอบแทน

ส่วนสถานการณ์โลกฝั่งตะวันตกเป็นอย่างไรบ้าง และมีโอกาสลงทุนหรือไม่ หลังจาก Fed เพิ่งขึ้นดอกเบี้ยไปเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อต่อสู้กับการกดเงินเฟ้อให้เข้าสู่กรอบเป้าหมาย 2% โดย Fed ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% สูงสุดในรอบ 16 ปี ยิ่งกดดันบรรยากาศโลกการลงทุนขึ้นไปอีก เพราะความกังวลว่า เศรษฐกิจของประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งสหรัฐฯ  และยุโรปจะถดถอยหรือย่ำแย่แล้วพาเศรษฐกิจทั่วโลกดิ่งลงตามไปด้วย

จนถึงวันนี้ ยังไม่มีใครคาดเดาได้ว่า Fed จะยุติการปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่กันแน่และจะปรับลดลงในปีนี้เลยมั้ย ปัญหาภาคธนาคารในสหรัฐฯ จะมีใครล้มเป็นรายถัดไป ปัญหาหนี้สาธารณะเต็มเพดานของสหรัฐฯ ที่กำลังจะระเบิดในเดือนมิถุนายนนี้ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะถดถอยหรือไม่ ล้วนเป็นประเด็นที่กำลังร้อนเป็นไฟในสหรัฐฯ และลุกลามไปทั่วโลก

ขณะที่ ‘เจอโรม พาวเวล’ ประธาน Fed พยายามตอบคำถามสร้างความเชื่อมั่น ทั้งเรื่องมุ่งมั่นที่จะดึงเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 2% จากปัจจุบันอยู่ระดับ 5% ซึ่งก็ยังต้องใช้เวลาส่งผ่านการดึงเงินเฟ้อให้ชะลอตัว ซึ่งหมายถึงว่า ภารกิจขึ้นดอกเบี้ยยังไม่จบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลตัวเลขดัชนีทางเศรษฐกิจที่ออกมาแต่ละเดือน ส่วนผลกระทบต่อภาคธนาคารก็มั่นใจว่ามีความแข็งแกร่งพร้อมยืดหยุ่นได้ แนวโน้มเศรษฐกิจก็เชื่อว่าจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย หรือหากเกิดภาวะถดถอยก็แบบ soft landing เท่านั้นเพราะตลาดแรงงานยังแข็งแกร่งอยู่ แต่ก็มีประเด็น ‘เพดานหนี้’ หากไม่บรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ ก็จะเพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากขึ้น

สถานการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนฉุดความเชื่อมั่นในการลงทุนตลาดหุ้นที่มีความอ่อนไหวง่ายอยู่แล้ว ขณะที่พบว่า ในช่วงที่สหรัฐฯ เกิดปัญหา Bank run ขึ้นแต่ละแห่งจะมีเงินฝากไหลออกจำนวนมาก และส่วนใหญ่เงินเหล่านี้นี้ก็จะไหลเข้าไปลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ (Investment Grade) กันครับ

ถ้ามองความคลื่อนไหวของผลตอบแทนตราสารหนี้ (Bond Yield) ในช่วงที่ผ่านมา ก็ทยอยปรับขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะสูงสุดแล้ว สะท้อนแรงกดดันราคาตราสารหนี้กำลังจะสิ้นสุดลงและคงดอกเบี้ยระดับสูงไว้ต่อไป เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ ที่จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต

มาถึงตรงนี้แล้ว คุณน่าจะพอเห็นทิศทางการลงทุนมากขึ้นแล้ว เพราะในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางดอกเบี้ยและโอกาสลงทุน ในขณะที่ดอกเบี้ยเข้าสู่ช่วงพีค การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จะช่วยสร้างโอกาสทั้งจากผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและส่วนต่างราคาหากดอกเบี้ยปรับตัวลดลงในอนาคต

แต่ถ้าใครเห็นว่าหุ้นจีนราคาถูก ธุรกิจมีอนาคตเติบโต พร้อมจะเข้าไปลงทุนแล้ว คุณก็อย่ารีรอครับ สิ่งสำคัญ คุณต้องติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของการลงทุนอย่างใกล้ชิด เพราะมันก็มีกลไกเหตุและผลของมันอยู่ครับ เพราะฉะนั้น หากคุณต้องการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนคุณจำเป็นต้องทำการบ้านอย่างรอบคอบ เพราะทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงทั้งนั้น มากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามปัจจัยที่รุมเร้าครับ หรือหากอยากได้มุมมองการลงทุนเพิ่มเติมอีกจากผมสามารถติดต่อหลังไมค์มาได้ที่เพจ Jitta Wealth ผมยินดีหาคำตอบมาให้ครับ

และอีกเครื่องมือที่สำคัญช่วยคุณได้ คือ การกระจายการลงทุน ซึ่งจะช่วยให้บริหารความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น เพราะจริงๆ แล้วการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ มีความเสี่ยงทั้งนั้นครับ  แต่อย่ากลัวนะครับ เพราะจะทำให้คุณพลาดโอกาสให้ ‘เงินทำงาน’ ส่วนใครที่ลงทุนแล้วหรือลงทุนอยู่ จงเรียนรู้และลงทุนต่อไปครับ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคมากมายแค่ไหน หากไม่หยุดเดิน คุณก็จะไปถึงเส้นชัยแน่นอนครับ