ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่ง NUSA แจงงบการเงิน ภายใน 25 ก.ค.นี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่ง NUSA ชี้แจงงบการเงิน กรณีเข้าซื้อโรงแรมที่เยอรมนี ภายใน 25 ก.ค.นี้ พร้อมเตือนนักลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงิน-ติดตามคำชี้แจงของบริษัทก่อนตัดสินใจลงทุน หลังผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข

วันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแจ้งว่า ได้ขอให้บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2566 ซึ่งผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต เนื่องจากความซับซ้อนของการจัดโครงสร้างของผู้ขายโรงแรม รวมถึงสิทธิเครื่องหมายทางการค้าและใบอนุญาตต่าง ๆ ในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นประเด็นต่อเนื่องที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เคยให้บริษัทชี้แจง ครั้งนี้มีเปลี่ยนแปลงรูปแบบและเงื่อนไขการลงทุนในโรงแรมดังกล่าว

ทั้งนี้ ให้ชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 และขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินของ NUSA และติดตามคำชี้แจงของบริษัท

โดยงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2566 ของ NUSA ดังกล่าว ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต เนื่องจากความซับซ้อนของการจัดโครงสร้างของผู้ขายโรงแรม รวมถึงสิทธิเครื่องหมายทางการค้าและใบอนุญาตต่าง ๆ ในประเทศเยอรมนี และบริษัทย่อยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและเงื่อนไขการซื้อขายโรงแรมหลายครั้ง

โดยผู้สอบบัญชีให้ความเห็นในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่งบการเงินปี 2564 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯได้เคยให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับงบการเงินปี 2564 และไตรมาสที่ 3 ปี 2565 โดยเฉพาะเรื่องการซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมนี ตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ระหว่างให้บริษัทชี้แจงข้อมูลผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2566 โดยมีรายการสำคัญ ดังนี้

1.รายการเข้าซื้อโรงแรมที่เยอรมนี

เดือนมกราคม 2564 NUSA จะเข้าซื้อโรงแรมที่เยอรมนี ซึ่งอยู่ระหว่างขอใบอนุญาต ต่อมาในงบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ได้เปลี่ยนเป็นการซื้อหุ้นแทน (เป็นเจ้าของบริษัทที่มีทรัพย์สินเป็นโรงแรมดังกล่าว) โดยจ่ายเงินมัดจำให้ผู้ขายแล้ว 624 ล้านบาท (84% ของราคาซื้อไม่เกิน 740 ล้านบาท ขึ้นกับผล Due Diligence) อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ได้เปลี่ยนการลงทุนเป็นการซื้อหุ้น (ไม่ระบุชื่อ) โดยยกเลิกสัญญาเดิมและตกลงให้ผู้ขายเดิมคืนเงินมัดจำภายใน 2 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ปรากฎข้อมูลว่ามีการเลื่อนเปิดโรงแรมจากไตรมาสที่ 3 ปี 2566 เป็นปี 2567 ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขว่าไม่สามารถสอบทานรายการนี้ให้มั่นใจเกี่ยวกับผู้ขายที่แท้จริงและไม่สามารถสรุปได้ว่าจำเป็นต้องปรับปรุงเงินมัดจำค่าซื้อโรงแรมและสิทธิเครื่องหมายการค้าดังกล่าวหรือไม่ หากต้องปรับปรุงจะมีผลกระทบต่องบการเงินอย่างไร

ตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ชี้แจงในประเด็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและเงื่อนไขการลงทุนในโรงแรมดังกล่าว ความคืบหน้าและกรอบเวลาในการทำ Due Diligence แล้วเสร็จ เหตุใดจึงไม่เรียกคืนเงินมัดจำทันที และแนวทางการดำเนินการเพื่อให้ผู้สอบบัญชีสามารถสอบทานรายการดังกล่าวได้อย่างมั่นใจและสามารถแสดงความเห็นต่องบการเงินแบบไม่มีเงื่อนไขได้

2.รายการเกี่ยวกับบริษัท มอร์ มันนี่ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

เดือนกรกฎาคม 2565 NUSA ลงทุนในบริษัท มอร์ มันนี่ เอ็นเตอร์เทนเมันท์ จำกัด (มอร์ มันนี่) 30% (ผู้ถือหุ้นอีก 50% คือ บริษัทย่อยของบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) และได้วางเงินมัดจำให้แก่ มอร์ มันนี่ เพื่อเป็นหลักประกันว่าบริษัทจะปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงการร่วมทุน ต่อมาบริษัทได้ยกเลิกการร่วมลงทุน และขายหุ้นมอร์ มันนี่ โดยได้โอนกรรมสิทธิ์ในหุ้นดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อแล้ว แต่ยังไม่ได้รับชำระค่าขาย

นอกจากนี้ มอร์ มันนี่ ได้ขอขยายเวลาคืนเงินเพิ่มทุนและเงินมัดจำรวม 57.5 ล้านบาท ออกไปอีก 90 วัน (ครบวันที่ 29 กรกฎาคม 2566 และวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ตามลำดับ) ตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ชี้แจงเหตุผลที่ขยายเวลาคืนเงินเพิ่มทุนและเงินมัดจำ มาตรการดำเนินการเพื่อให้ได้รับคืนเงินดังกล่าวเมื่อครบกำหนดเวลาที่ขยาย รวมทั้งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกลุ่มบริษัท

3.ความสามารถของกลุ่มบริษัทในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ผู้สอบบัญชีได้ให้ข้อสังเกตเรื่องความสามารถของกลุ่มบริษัทในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานต่อเนื่องหลายปี และ ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินสำคัญ คือ เจ้าหนี้ค่างานก่อสร้างของบริษัท ณุศา เลเจนด์ สยาม จำกัด (ณุศา เลเจนด์) รวม 1,723 ลัานบาท โดย China International Economic and Trade Arbitration Commission มีคำชี้ขาดข้อพิพาทให้บริษัทชำระหนี้ของณุศา เลเจนด์ อย่างไรก็ดี บริษัทได้ยื่นขอเพิกถอนคำชี้ขาดข้อพิพาทดังกล่าว โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าจะยังไม่ถือเป็นเหตุผิดนัดในมูลหนี้อื่นของบริษัท

ตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ชี้แจงความคืบหน้าของข้อพิพาทดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่อเหตุผิดนัดในมูลหนี้อื่นของบริษัท เช่น หนี้หุ้นกู้ เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เป็นต้น

เนื่องจากประเด็นข้างต้นตามข้อ 1-3 อาจมีผลกระทบต่อฐานะการเงินและสภาพคล่องของบริษัท ตลาดหลักทรัพย์ฯจึงขอทราบความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ ต่อผลกระทบดังกล่าว รวมทั้งเป็นประโยชน์สูงสุดต่อกลุ่มบริษัทและผู้ถือหุ้นอย่างไร


ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯขอให้ผู้ลงทุนติดตามคำชี้แจงของบริษัท โดยสามารถศึกษาข้อมูลได้จากงบการเงินของบริษัท (งวดปี 2564 ถึงไตรมาสที่ 1 ปี 2566) ข่าวชี้แจงของบริษัทวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 และวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566