เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บาร์บีคิวพลาซ่า ต่อยอดแบรนด์สู่ Experience Brand จัด BAR B GON PLANET GARDEN
Biz Movement บาร์บีคิวพลาซ่า ต่อยอดแบรนด์สู่ Experience Brand จัด BAR B GON PLANET GARDEN
นายกฯ ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยันรัฐบาลไม่ทำชั่ว โยนถาม ปชช.พอใจหรือไม่
Uncategorized นายกฯ ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยันรัฐบาลไม่ทำชั่ว โยนถาม ปชช.พอใจหรือไม่
ทีเส็บเปิดเส้นทาง ‘ว้าวอุบล’ ผนึกพันธมิตรท่องเที่ยว ปั้นสู่ MICE City แห่งอีสาน
Uncategorized ทีเส็บเปิดเส้นทาง ‘ว้าวอุบล’ ผนึกพันธมิตรท่องเที่ยว ปั้นสู่ MICE City แห่งอีสาน
นายกฯ ไม่ปิดประตูต่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” ชี้ต้องดูเศรษฐกิจ ยันไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม
Politics นายกฯ ไม่ปิดประตูต่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” ชี้ต้องดูเศรษฐกิจ ยันไม่ใช่รัฐบาลประชานิยม
นมสหกรณ์ท้องถิ่น สู้แบรนด์ใหญ่ “แคนมิลค์-มวกเหล็ก แดรี่มิลค์” ปั้นนมโคแท้ 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค นมสหกรณ์ท้องถิ่น สู้แบรนด์ใหญ่ “แคนมิลค์-มวกเหล็ก แดรี่มิลค์” ปั้นนมโคแท้ 100%
‘เควิน วอร์ช’ เสนอลดความถี่ ประชุมนโยบายเฟด
World ‘เควิน วอร์ช’ เสนอลดความถี่ ประชุมนโยบายเฟด
นายกฯ ย้ำยึดกฎหมาย ทูลเกล้าฯ ‘สรณ’ พ้นประธาน กสทช. มอบ ‘ปกรณ์’ ตรวจ
Politics นายกฯ ย้ำยึดกฎหมาย ทูลเกล้าฯ ‘สรณ’ พ้นประธาน กสทช. มอบ ‘ปกรณ์’ ตรวจ
กองทัพเรือ จัดพิธีบวงสรวงฯ ก่อนอัญเชิญเรือพระที่นั่ง ลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
Uncategorized กองทัพเรือ จัดพิธีบวงสรวงฯ ก่อนอัญเชิญเรือพระที่นั่ง ลงน้ำ ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (3 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
แบงก์คลิกซ์เปิดตัว ‘สินเชื่อ CLICX พร้อมใช้’ เกิดดราม่า “จ้องบิด” ไม่ใช้คืน-CEO ยันเตรียมมาตรการไว้รับมืออยู่แล้ว
Finance แบงก์คลิกซ์เปิดตัว ‘สินเชื่อ CLICX พร้อมใช้’ เกิดดราม่า “จ้องบิด” ไม่ใช้คืน-CEO ยันเตรียมมาตรการไว้รับมืออยู่แล้ว
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่า ท่ามกลางความยืดเยื้อของสงครามตะวันออกกลาง

19 ต.ค. 2566 | 17:56น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ท่ามกลางความยืดเยื้อของสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และยังคงจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ 

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 36.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/10) ที่ระดับ 36.28/29บาท/ดอลลาร์สหัฐ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐระยะ 10 ปี ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี ทะลุระดับ 4.9%

เนื่องด้วยนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์กได้ให้ความเห็นว่าถึงแม้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะชะลอลงมาบ้างแล้ว แต่หากเงินเฟ้อยังไม่กลับสู่เป้าหมายที่ 2% เฟดยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อไปผ่านการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงให้นานขึ้น

รวมทั้งนักลงทุนยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสมีแนวโน้มบานปลาย หลังจากเกิดเหตุระเบิดโรงพยาบาลอัล-ลาห์ลี อัล-อาราบีในฉนวนกาซา

ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเยือนอิสราเอลได้แสดงความเห็นว่าเหตุระเบิดดังกล่าวน่าจะเกิดจากการที่กลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์ยิงจรวดพลาดเป้า

ทั้งนี้ แม้ว่า ปธน.ไบเดนให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลืออิสราเอลและปาเลสไตน์ แต่เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการเจรจาเพื่อป้องกันการลุกลามของสงคราม โดยทำให้รัฐบาลจอร์แดนตัดสินใจยกเลิกการประชุมสุดยอด 4 ฝ่ายระหว่าง ปธน.ไบเดน, กษัตริย์อับดุลลาห์แห่งจอร์แดน, ประธานาธิบดีอียิปต์ และประธานาธิบดีปาเลสไตน์

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสมาคมเศรษฐกิจแห่งนิวยอร์ก (Economic Club of New York) ในคืนวันนี้ (19/10) ซึ่งเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ถึงแม้ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐเริ่มอยู่ในทิศทางที่ชะลอลง แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐกลับพุ่งขึ้นอย่างมาก

ดังนั้นนักลงทุนต่างจับตาว่านายพาวเวลล์จะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างไร การกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าวถือเป็นการแสดงความเห็นของนายพาวเวลล์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเจ้าหน้าที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period)

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในปี 2566 ลงเหลือ 2.7% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3.4% และได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยในปี 2567 ลงสู่ระดับ 3.2% จากระดับ 3.6% จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

ทั้งนี้ IMF คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 1.5% ซึ่งเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน จากผลพวงของราคาอาหารในภูมิภาคอาเซียนที่ปรับตัวลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.38-36.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.49/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 1.0537/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/10) ที่ระดับ 1.0567/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนายยานนิส สตูร์นาราส สมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และผู้ว่าการธนาคารกลางกรีซ กล่าวว่า สงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสอาจจะสร้างความท้าทายใหม่ให้แก่เศรษฐกิจยุโรป นับตั้งแต่ปัญหาปั่นป่วนในตลาดพลังงานไปจนถึงการทะลักเข้ามาของผู้ลี้ภัย อาจสร้างผลกระทบให้เศรษฐกิจชะงักงัน แต่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ดังนั้นอาจมีการปรับเปลี่ยนการให้น้ำหนักกับการคุมเข้มนโยบายการเงินอีกครั้ง

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0526-1.0548 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0539/40 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 149.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/10) ที่ 149.73/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่ามูลค่าการส่งออกในเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบรายปี เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ลดลง 0.8% และนับเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.1%

ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น รถยนต์และเหล็ก ส่วนการนำเข้าลดลง 16.3% ในเดือน ก.ย. ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 12.9% โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติเหลวที่ลดลง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.70-149.86 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.84/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (19/10), ดัชนีการผลิตเดือน ต.ค.ของสหรัฐ (19/10), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ย.จาก Conference Board (19/10), อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (20/10) และธนาคารกลางจีนประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) (20/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.40/9.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.00/-3.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ