เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ถอดรหัสมติ 5  ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
Politics ถอดรหัสมติ 5 ต่อ 2 อนุฯ ชุดที่ 36 ยกคดีฮั้ว สว.
พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
Biz Movement พรีเมียร์ลีกจับมือ JAS เปิดเกมปราบเว็บเถื่อน ชี้ผู้ใช้เสี่ยงภัยไซเบอร์ 6 เท่า
สันติธาร มอง ‘Data Center’  ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
Tech สันติธาร มอง ‘Data Center’ ผ่าน 3 เลนส์ แนะ ‘ไทย’ รับอย่างไรให้คุ้ม
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
ดูทั้งหมด

บอร์ด ก.ล.ต.ไฟเขียว เกณฑ์ชอร์ตเซล-บอตเทรด บังคับใช้ Q3 ดูผล 3-6 เดือน เอาไม่อยู่ ทบทวนใหม่

11 มี.ค. 2567 | 16:56น.
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล

บอร์ด ก.ล.ต.ไฟเขียว เกณฑ์คุม “ชอร์ตเซล-โปรแกรมเทรดดิ้ง บังคับใช้ไตรมาส 3/67 ติดตามผล 3-6 เดือน เอาไม่อยู่ ทบทวนเกณฑ์ใหม่ ลุยแก้กฎหมายเพิ่มความรับผิดผู้ลงทุนที่ไม่ทำตามเกณฑ์

วันที่ 11 มีนาคม 2567 นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบังคับใช้มาตรการใหม่เพื่อควบคุมธุรกรรมขายชอร์ต (Short Selling : SS) และมาตรการกำกับดูแลการใช้คอมพิวเตอร์ส่งคำสั่งซื้อขาย (Program Trading : PT) ว่า ปัจจุบันคณะกรรมการ ก.ล.ต.ได้เห็นชอบในหลักการของเกณฑ์ใหม่ทั้งหมดแล้วตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯเสนอ

ต่อจากนี้ตลาดหลักหลักทรัพย์ฯจะต้องนำหลักเกณฑ์ไปเปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing) กับภาคธุรกิจช่วงประมาณไตรมาส 2/2567 รวมทั้งให้ภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมเรื่องระบบ ซึ่งหากไม่มีความเห็นเป็นอื่น คาดว่าหลาย ๆ มาตรการจะบังคับใช้ได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/2567 หลังจากนั้นสำนักงาน ก.ล.ต.จะติดตามผลของมาตรการไประยะเวลา 3-6 เดือน หากควบคุมไม่ได้จะทบทวนมาตรการเพิ่มเติม

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล

นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวเพิ่มว่า สำหรับมาตรการควบคุม SS เป้าหมายแรกคือ 1.เพิ่มกลไกสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขาย โดยแยกออกเป็น 1.1.เพิ่มคุณภาพหุ้นที่ SS ได้ โดยการเพิ่มขนาดมาร์เก็ตแคปหุ้นจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 7,500 ล้านบาท เพื่อให้แน่ใจว่าหุ้นที่จะนำมาชอร์ตเซลเป็นหุ้นขนาดใหญ่จริง ๆ ส่งผลให้หุ้นที่จะชอร์ตเซลได้ลดจาก 36% ของทั้งตลาด เหลือประมาณ 28% ซึ่งใกล้เคียงกับภูมิภาค โดยจะหายไป 61 หลักทรัพย์ จาก 292 หลักทรัพย์ เหลือเพียง 231 หลักทรัพย์

“ซึ่งหากเกณฑ์ใหม่เอาไม่อยู่ สามารถทบทวนเกณฑ์มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 10,000 ล้านบาทได้” เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าวเสริม

นางวรัชญากล่าวอีกว่า และจะเพิ่มเกณฑ์สภาพคล่อง โดยต้องเป็นหุ้นที่มี Turnover โดยเฉลี่ยมากกว่า 2% ต่อเดือน เพราะหุ้นชอร์ตเซลขายไปแล้วจะต้องซื้อคืน เพื่อไม่ให้เป็นกลไกเอาไปสร้างความไม่ปกติในตลาดได้

และ 1.2.การปรับปรุงการส่งคำสั่งซื้อขาย (Trading Rules) จากปัจจุบันใช้ Zero-plus tick หมายความว่าเวลาใครจะขายชอร์ต จะต้องส่งคำสั่งที่ไม่ต่ำไปกว่าการซื้อขายครั้งหลังสุด ต่อไปจะเพิ่มการใช้ Uptick Rule เมื่อราคาหุ้นลดลงมากกว่า 10% ของราคาปิดของวันก่อนหน้า ซึ่งจากการติดตามข้อมูลในช่วงเดือน ก.พ.2567 มีประมาณ 71 หลักทรัพย์ที่ราคาลดลงมากกว่า 10% ซึ่งถือว่าไม่น้อยทีเดียว รวมถึงการกำหนดเพดาน SS รายหลักทรัพย์รายวัน และเปิดยอด SS คงค้างรายวันด้วย

ทั้งนี้จากการติดตามธุรกรรม SS ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เห็นปริมาณ SS เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2565 จากระดับ 5% ของมูลค่าซื้อขายรายวันเฉลี่ยทั้งตลาด ขยับมาเป็น 6% ในปี 2566 และเพิ่มเป็น 7% ในปี 2567 โดยมาจากนักลงทุนต่างชาติที่เป็น PT ประมาณ 79% และที่เหลือ 3% เป็นนักลงทุนรายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่ธุรกรรม SS จะอยู่ในหุ้น SET100 อย่างไรก็ตามมูลค่าซื้อขายรายวัน ยังคิดเป็นแค่ 3-6% ของมูลค่าคงค้างทั้งหมดของหุ้นแต่ละตัวเท่านั้น

นางวรัชญากล่าวต่อว่า ถัดมาเป้าหมายที่สองคือ 1.ป้องปรามการไม่ SS ตามเกณฑ์ ซึ่งจะแยกออกเป็น 1.1.เพิ่มคุณภาพการทำหน้าที่ตรวจสอบของตัวกลาง โดยสำนักงาน ก.ล.ต.จะให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรณีรับลูกค้าที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์อีกทอดนึง เช่น โบรกเกอร์ในต่างประเทศ จะต้องทำ know Your Process (KYP) เพื่อกลั่นกรองการส่งคำสั่ง สุ่มตรวจ และมีข้อตกลงกับลูกค้าให้ทำตามเกณฑ์ ยินยอมให้ไล่เบี้ยค่าปรับ โดย บล.ต้องบังคับตามข้อตกลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แน่ใจมากขึ้นว่าในทุกชั้นจะมีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ระหว่างพิจารณาพัฒนาระบบกลางให้ บล.ตรวจสอบหลักทรัพย์ได้ว่าใครมีหุ้นไม่มีหุ้นก่อนจะส่งคำสั่งซื้อขาย และจะเพิ่มอัตราโทษ บล.ที่ไม่ทำตามเกณฑ์ SS ให้เทียบเท่าต่างประเทศ กรณีพบ Naked Short Sell จะปรับ 3 เท่าของกำไร แต่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และกรณี SS ไม่ตามเกณฑ์ ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท/ครั้ง

และ 1.2.แก้กฎหมายเพิ่มความรับผิดตลอดสาย โดยสำนักงาน ก.ล.ต.จะลงโทษผู้ลงทุนที่ไม่ทำตามเกณฑ์ รวมถึงเพิ่มกลไกให้รู้ได้ว่าใครคือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (End Beneficiary) ซึ่งปัจจุบัน พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ กำหนดไว้ว่าเป็นหน้าที่ของ บล. ยังไปไม่ถึงผู้ลงทุนตัวจริง จึงจะมีการแก้กฎหมายเพื่อทำให้ผู้ลงทุนที่ไม่ทำตามเกณฑ์มีโทษด้วย

และ 1.3.เพิ่มการทำหน้าที่ Gatekeeper นั่นคือ Custodian เพราะปกติเวลาเห็นลูกค้าต่างประเทศซื้อขายหุ้น จะฝากหุ้นไว้กับ Custodian ซึ่ง Custodian เหล่านี้จะเป็นสมาชิกศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) จึงจะให้ Custodian แจ้งวัตถุประสงค์การโอนหุ้นเพื่อการสอบยันการทำรายการยืมหุ้น ซึ่งจะเป็นอีกกลไกนึงที่จะทำให้โบรกเกอร์สามารถจะเช็กได้ว่าลูกค้าต่างประเทศมีการยืมหุ้นมาชอร์ตจริงหรือไม่ และถ้ามีได้ทำตามเกณฑ์หรือเปล่า

“สิ่งที่เราทบทวนรอบนี้ไม่ได้มาจากการที่มีข่าวการทำ Naked Short Sell แล้วเราเอาผิดไม่ได้ แต่สิ่งที่เราเห็นมันเป็นประเด็นมากกว่านั้นคือการมี SS แล้วกระทบกับคุณภาพของตลาด ทั้งนี้ขอเน้นย้ำว่ายาเม็ดเดียวมันแก้ไม่ได้ทุกโรค แต่ถ้าใช้ยาหลายเม็ดมันก็ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้นได้“ เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าว

นางวรัชญากล่าวถึงมาตรการควบคุม PT เพื่อเป้าหมายในการเพิ่มกลไกสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะมีแนวทางปรับปรุงด้วยกัน 4 เรื่องคือ 1.รู้ตัวตน ตรวจสอบได้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯจะขึ้นทะเบียน High Frequency Trading (HFT) หรือการซื้อขายด้วยความถี่สูงด้วยอัลกอริทึม เพื่อให้สามารถติดตามการซื้อขายได้สะดวกขึ้น โดยนับตั้งแต่ปี 2564 ข้อมูล HFT เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติสัดส่วน 98% และจากรอบระยะเวลานี้พบข้อมูลการซื้อขายจะเป็นการส่งคำสั่งปกติ 67% เป็น PT ที่ไม่ใช่ HFT ประมาณ 18% และที่เป็น HFT อีกประมาณ 15%

“ตอนนี้ HFT ที่เป็นห่วงกันคือพวกการติดตั้งเครื่องเซิฟเวอร์ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเชื่อมต่อส่งคำสั่งซื้อขาย รับบริการข้อมูลราคา หรือที่เรียกว่า Co-location ซึ่งกังวลกันว่าจะมีปริมาณเยอะขึ้น และพวกนี้เนื่องจากอยู่ใกล้ สมองก็เร็ว พาวเวอร์ก็สูง จะมีความได้เปรียบเรื่องความเร็วหรือเปล่า” นางวรัชญากล่าว

2.ทบทวนพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยตลาดหลักทรัพย์ฯจะเพิ่มคำสั่งซื้อขายไม่เหมาะสม จัดทำระบบกลางคัดกรองคำสั่งที่ไม่เหมาะสม (Central Order Screening) และใช้ Order Resting Time ป้องกันคำสั่งไถ่ถอนถี่เกินไป (Spoofing)

และ 3.ควบคุมความผันผวน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯจะใช้ Dynamic Price Band พักกาารซื้อขายชั่วคราว ถ้าราคาหุ้นบวกลบ 10%% จากราคาล่าสุด และใช้ Auction กรณีหุ้นอยู่ในมาตรการกำกับการซื้อขาย

และ 4.ป้องปรามผู้ลงทุนที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) ทบทวนเกณฑ์การ sanction ลูกค้าที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และตลาดหลักทรัพย์ฯจะเปิดเผยรายชื่อผู้ลงทุนที่ส่งคำสั่งไม่เหมาะสมให้ทุก บล.ทราบเพื่อให้ดำเนินการตามที่กำหนด

เกณฑ์ชอร์ตเซล-บอทเทรด

เกณฑ์ชอร์ตเซล-บอทเทรด

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต. ชอร์ตเซล