EXIM BANK เยือนอินเดียเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าการลงทุน จัดทำยุทธศาสตร์ปท.อินเดีย เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจภาคเอกชนไทย-อินเดีย

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า EXIM BANK อยู่ระหว่างการจัดทำยุทธศาสตร์ประเทศที่เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ หนึ่งในนั้นคือ อินเดีย ซึ่งคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ EXIM BANK ได้เข้าพบหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยและอินเดีย ณ กรุงนิวเดลี และเมืองมุมไบ รวมทั้งองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นเมืองมุมไบ (JETRO Mumbai) เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนและรวบรวมข้อมูลสำหรับนำมาจัดทำ “ยุทธศาสตร์ประเทศอินเดีย” และหารือถึงแนวทางส่งเสริมการค้าการลงทุนไทย-อินเดีย โดยเฉพาะความร่วมมือกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง

 นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า อินเดียเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากอินเดียเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตในระดับ 7-8% ต่อเนื่องอีกหลายปี โดยล่าสุดในไตรมาส 2 ปี 2561 GDP ของอินเดียขยายตัวถึง 8.2% สูงสุดในรอบหลายปี ปัจจัยสำคัญมาจากการบริโภคในประเทศ รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่หลั่งไหลเข้าสู่อินเดียเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคการผลิต จากนโยบายภาครัฐที่ดึงดูดและอำนวยความสะดวกนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ตลอดจนการส่งออกภาคบริการ โดยเฉพาะบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและที่ปรึกษา ซึ่งอินเดียถือเป็นศูนย์กลางระดับโลกของบริการด้านนี้ แม้อินเดียเผชิญปัญหาขาดดุลการค้ามายาวนาน เนื่องจากภาคการผลิตในประเทศไม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ แต่ปัจจุบันรัฐบาลมุ่งเน้นดึงดูด FDI เพื่อบรรเทาและชดเชยปัญหาขาดดุลการค้าดังกล่าว นอกจากนี้ รัฐบาลอินเดียยังมีนโยบายเปิดรับธุรกิจต่างชาติมากขึ้น อาทิ Make in India รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการปรับปรุงกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจให้สะดวกและเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยต่อไปว่า ภายใต้ความท้าทายของตลาดอินเดีย สินค้าไทยที่มีโอกาสทำตลาดส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่อินเดียขาดแคลนหรือมีความต้องการมาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทุนและวัตถุดิบที่เชื่อมโยงกับฐานการผลิตในอินเดีย เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ขั้นต้น และบรรจุภัณฑ์ ส่วนด้านการลงทุน ธุรกิจที่ไทยมีโอกาสเข้าไปลงทุนในอินเดีย ได้แก่ โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ที่เชื่อมโยงกับบริษัทผลิตรถยนต์ในอินเดีย โดยเฉพาะบริษัทญี่ปุ่น อาหาร/เกษตรแปรรูปและโลจิสติกส์ทางการเกษตร (Cold Chain) ค้าส่งและปลีกรองรับการขยายตัวของเมืองใหญ่ รวมถึงกลุ่มบริการ ทั้งก่อสร้าง ออกแบบภายใน/งานระบบ และร้านอาหาร ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ “พื้นที่เดียว” ก่อน เพราะอินเดียเป็นประเทศใหญ่และมีความหลากหลายมาก มีภาษากว่า 1,600 ภาษา มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ประกอบด้วย 29 รัฐ และ 7 ดินแดนสหภาพ มีประชากรกว่า 1,300 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก

“EXIM BANK พร้อมทำงานร่วมกับทีมประเทศไทย โดยใช้จุดแข็งของการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีภารกิจส่งเสริมการส่งออก การนำเข้า และการลงทุนของไทย ทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบต่างๆ และนำพาภาคเอกชนฟันฝ่าความท้าทายต่างๆ ไปสู่เป้าหมายการขยายตัวของการค้าการลงทุนไทย-อินเดียต่อไป” นายพิศิษฐ์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ