กรุงไทยปรับเป้าเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 4.1% เหตุส่งออก-ท่องเที่ยวเเผ่ว จับตาความเสี่ยงศก.โลกเพิ่มขึ้น

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สายงาน Global Business Development and Strategy ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า กรุงไทยได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโต 4.1% ซึ่งปรับลดประมาณการณ์จาก 4.3% และเติบโตชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก 4.3% ในปี 61 โดยมาจากปัจจัยหลักคือการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง โดยการส่งออกปีนี้คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 4% จากที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 7.8% ในขณะที่การส่งออกปี 61 คาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ 7% ซึ่งสาเหตุที่การส่งออกชะลอตัวลงมาจากราคาน้ำมันที่สูงในปีก่อนเป็นหลัก ส่วนด้านการท่องเที่ยวปีนี้คาดว่าจะเติบโตอยู่ที่ 4.5% ชะลอตัวจากปีก่อนที่คาดว่าจะอยู่ที่ 7.5%

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เปลี่ยนจากการส่งออก และการท่องเที่ยว เป็นการลงทุนเอกชนและภาครัฐที่คาดว่าจะขยายตัวเร่งขึ้นในช่วงหลังของปีนี้ จากโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC นอกจากนี้ มาตรการดูแลเศรษฐกิจฐานรากของภาครัฐ จะช่วยเสริมกำลังซื้อของภาคครัวเรือน ทั้งนี้คาดว่าการลงทุนเอกชนปีนี้อยู่ที่ 5.5% และลงทุนภาครัฐอยู่ที่ 7.2% ในขณะที่การบริโภคเอกชนอยู่ที่ 4.3%

ทั้งนี้ กรุงไทยประเมินความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งมีปัจจัยที่ต้องติดตามมากมาย ได้แก่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่ความเสี่ยงจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นยังมีอยู่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่คาดว่าภาคการผลิตจะชะลอตัวถึงไตรมาส 1 ปีนี้เป็นอย่างน้อย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยได้

นายกิตติพงษ์ เรือนทิพย์ รองผู้อำนวยการฝ่าย สายงาน Global Business Development and Strategy เปิดเผยว่า ปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจในประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งสู่ระดับ 2% การบังคับใช้มาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือน เม.ย. และการหมดอายุของสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวม LTF เป็นต้น

ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะเติบโตได้ดีอยู่ แต่ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ท้าทายสำหรับภาคธุรกิจ จึงแนะนำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องของสภาพคล่องทางการเงิน ในภาวะที่กำลังซื้อจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น นอกจากนี้ หลายธุรกิจจะพบกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี จึงจำเป็นต้องมีแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคของ technological disruption อีกด้วย

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“ดอน” ชี้กัมพูชาเลิกพาสปอร์ต “ยิ่งลักษณ์” ถือเป็นท่าทีชัดเจน ยังแคร์ความรู้สึกกันอยู่
Next articleหุ้นปิดตลาดลบ 5.57 จุด ดัชนี 1,577 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.7 หมื่นล้าน