เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
Biz Movement ซอฟต์พาวเวอร์ Thailand Only
ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
สามัญสำนึก ในกรอบต้องมีอิสระ ในอิสระต้องมีกรอบ
IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
World IMF ถกพิมพ์เขียวกรุงเทพฯ ยกระดับเตือนภัยการเงินดิจิทัลโลก
วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
Politics วราวุธ เอาจริง ‘ขยะพิษ’ จ่อปรับหลักสิบล้าน–ยึดทรัพย์ ชี้ยานยนต์ไทยไม่ทำเฉพาะ EV
IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
Columns IMF ส่งสัญญาณถึงไทย
ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
Business ค้าปลีกปรับโมเดลเปิด-ปิดสาขาไม่ทำกำไร
ดูทั้งหมด

เอฟเฟ็กต์ กนง.ลดดอกเบี้ย จับตาขอความร่วมมือแบงก์หั่นดอกเบี้ยกู้

12 ส.ค. 2562 | 09:25น.

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุดทำเซอร์ไพรส์ด้วยการมีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในรอบ 4 ปี ลง 0.25% ต่อปี มาอยู่ที่ 1.50% ต่อปี โดยมีผลทันที (ณ 7 ส.ค. 62)

“ทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส” เลขานุการ กนง.แถลงว่า กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากการส่งออกสินค้าที่หดตัวและเริ่มส่งผลไปสู่อุปสงค์ในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลาย เสถียรภาพระบบการเงินได้รับการดูแลไปแล้วบางส่วน แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย

“พีรพรรณ สุวรรณรัตน์” ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย มองว่า การลดดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของโลกที่ผ่อนคลายลง โดยช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีธนาคารกลางถึง 5 จาก 11 ประเทศ ที่ลดดอกเบี้ยนโยบายลง หลังจากนี้ กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยไปอีกระยะหนึ่ง ร่วมกับการใช้มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (micro prudential) และมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macro prudential) มากขึ้น ส่วนในด้านเงินบาทที่แข็งค่านั้น กนง.ส่งสัญญาณว่าอาจจะออกมาตรการเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

ฟาก “คมศร ประกอบผล” หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินว่า กนง.จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงติดกันต่อเนื่อง โดยจะคง 1.50% ไปจนสิ้นปี 2562 และหากแนวโน้มเศรษฐกิจอ่อนแอลงไปมาก รวมถึงการจะประกาศบังคับใช้เกณฑ์สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ที่เข้มงวดมากขึ้น จะเปิดช่องให้ กนง.ผ่อนคลายนโยบายการเงินผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่มเติมได้หากจำเป็น

ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) มองว่า กนง.อาจลดดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 1 ครั้ง (0.25%) ในปีนี้ จากความเสี่ยงและผลกระทบของสงครามการค้ามีเพิ่มสูงขึ้น, แรงกระตุ้นจากมาตรการภาครัฐอาจไม่มากและเร็วพอที่จะชดเชยผลกระทบจากสงครามการค้า และภาวะการเงินไทยอาจยังไม่ผ่อนคลายเพียงพอ เนื่องจากค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าเทียบกับประเทศคู่ค้าคู่แข่ง

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ตัวการดำเนินนโยบายของไทยในระยะข้างหน้าน่าจะอยู่ที่ 2 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) ความรวดเร็วของกลไกการส่งผ่านนโยบายการเงิน และ 2) ความไม่แน่นอนของปัจจัยลบ ที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

“นริศ สถาผลเดชา” หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (TMB Analytics) วิเคราะห์ว่า การที่ กนง.ลดดอกเบี้ยครั้งนี้เนื่องจากคงประเมินแล้วว่าเศรษฐกิจตั้งแต่ไตรมาส 2 น่าจะโตไม่ถึง 2.3% และมองไปอีก 2 ไตรมาสที่เหลือก็น่าจะไม่ดี หรือแย่กว่าที่คาดไว้เดิมมาก โดยมาตรการกระตุ้นของรัฐที่จะออกมาก็อาจจะไม่ทันส่งผลในไตรมาส 3 แต่จะไปมีผลในไตรมาส 4 มากกว่า

ขณะที่เมื่อดูผลกระทบจากที่ กนง.ลดดอกเบี้ย “นริศ” บอกว่า ในแง่รายจ่ายของประชาชนไม่ค่อยมีผลทำให้ภาระหนี้ลดลง เพราะหากเป็นหนี้บ้าน หนี้รถยนต์ ที่ค่างวดจะคงที่อยู่แล้ว เพียงแต่ดอกเบี้ยจะลดลงไป ทำให้ผ่อนจบเร็วขึ้น ส่วนพวกบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยก็ไม่ได้ลด ดังนั้นจึงไม่ได้แปลว่าลดดอกเบี้ยแล้วคนจะมีเงินไปจับจ่ายมากขึ้น แต่ในทางกลับกันอาจจะกระตุ้นให้คนก่อหนี้มากขึ้น

ส่วนในมุมภาคธุรกิจมี 2 ระดับ คือบริษัทใหญ่ขนาดที่ออกหุ้นกู้ได้ กลุ่มนี้จะได้รับอานิสงส์ เนื่องจากเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve) ลดลงทันที 0.10% ขณะที่แบงก์ยังไม่ได้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนั้นจึงคาดว่าจะมีการออกหุ้นกู้กันมากขึ้น เพื่อนำเงินไปจ่ายหนี้แบงก์ หรือ rollover หนี้ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุน แต่บริษัทขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอี กลุ่มนี้ต้องรอให้แบงก์ลดอัตราดอกเบี้ย MLR และ MOR ลง จึงจะได้รับอานิสงส์ ไม่เช่นนั้นก็จะยังมีภาระหนี้เท่าเดิม

“ตอนนี้บริษัทใหญ่ได้ประโยชน์ทันที ส่วนเอสเอ็มอียังมีภาระหนี้เท่าเดิม ฉะนั้นผมเลยคิดว่า การส่งผ่านนโยบายการเงินหลังจากนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์จะได้รับการขอความร่วมมือให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หรือเรียกว่า moral suasion โดยเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะถ้ารอบนี้ กนง.ลดดอกเบี้ย แล้วระบบแบงก์ไม่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง ก็เหมือนไม่ได้ส่งผ่านนโยบาย ก็ไม่มีประโยชน์อะไร และเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อกลางปี 2559 กับกลางปี 2560 ซึ่งคาดว่าแบงก์น่าจะลดแค่ 0.125% หลังจากนี้ต้องจับตาว่าแบงก์ไหนจะขยับก่อน โดยเป็นไปได้สูงที่แบงก์ของรัฐจะนำร่อง”

โดยเมื่อลดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว แบงก์ก็จะลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำด้วยในอัตราที่เท่ากัน เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จะไม่ลด อย่างไรก็ดี สถานการณ์เช่นนี้คนก็จะหาทางไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้น (search for yield)

สำหรับผลต่อค่าเงินบาทนั้น “นริศ” บอกว่า แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงทันทีหลัง กนง.มีมติ โดยอ่อนค่าไปถึงระดับ 30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรืออ่อนค่าไปราว 0.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทว่าปัจจุบันก็กลับมาแข็งค่าเหมือนเดิมที่ระดับเดียวกับก่อน กนง.มีมติ

“ดังนั้นการลดดอกเบี้ยก็ไม่ได้ช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้ในระยะยาว เพียงแค่ลดแรงกดดันได้บางส่วน โดยธนาคารกลางประเทศอื่น ๆ ก็มีการลดดอกเบี้ยเช่นกัน ซึ่งคิดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงต้องมีมาตรการอื่น ๆ มาดูแลค่าเงินบาทเพิ่มเติม”

ด้านราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น เพราะทองคำไม่มีดอกเบี้ย ส่วนดัชนีตลาดหุ้นคงขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจมากกว่า หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดี ยังไงหุ้นก็ต้องขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลจะออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจภายในเดือน ส.ค.นี้ ส่วนจะเป็น “ยาแรง” ที่ช่วยนำพาเศรษฐกิจไทยให้รอดพ้นปัจจัยลบที่รุมเร้าได้แค่ไหน ต้องจับตา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ดอกเบี้ย